หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 6

เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
"เอกสารสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียว... จะถูกยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวภายในสัปดาห์นี้ค่ะคุณปรัตถ์" น้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใย และเต็มไปด้วยประกาศิตแห่งความเด็ดเดี่ยวของภานุยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของปริ๊นซ์ ราวกับเสียงกัมปนาทที่ผ่ากลางใจชายหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดในโลกใบนี้ เพนท์เฮาส์หรูใจกลางมหานครยามค่ำคืน... แสงไฟนีออนระยิบระยับจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ปริ๊นซ์ในชุดสูทเนื้อดีที่คลายปมเนกไทออกอย่างลวกๆ ยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าบาร์เครื่องดื่ม แก้ววิสกี้ชั้นดีในมือสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงบีบของปลายนิ้วที่ขาวซีด ดวงตาคมกริบทอประกายแดงก่ำด้วยความกรุ่นโกรธผสมผสานกับความเจ็บปวดร้าวรานที่กัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ สามปี... สามปีเต็มๆ ที่เขาใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทอง ความสำเร็จ และชื่อเสียงในฐานะนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล บัลลังก์ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ขยายอาณาเขตออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด แต่ในมุมมืดที่ลึกที่สุดของความรู้สึก ปริ๊นซ์กลับเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัวมาโดยตลอด เขามักจะตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความรู้สึกแปลกแยก โหยหาบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปอย่างไร้สาเหตุ กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าที่เคยอบอวลอยู่ในห้องนอนใหญ่... กลิ่นกายของพิมพรรณ อดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งและมองว่าเป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่ไร้ค่า ทว่าในวินาทีที่ความจริงกระแทกเข้าใส่หน้าว่าเขามี “ลูกแฝด” — เลือดเนื้อเชื้อไขที่เกิดจากผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำหัวใจ โลกทั้งใบของปริ๊นซ์ก็พังทลายลงในพริบตา "พิม... เธอซ่อนลูกของฉันไว้ตั้งสามปี เธอกล้าดียังไง..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างเคียดแค้น มือหนากำแก้วในมือแน่นจนแทบจะแตกละเอียด ภาพใบหน้าหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกในวันที่เธอเซ็นใบหย่าผุดขึ้นมาหลอกหลอน ยามนั้นเขายังเย่อหยิ่ง ลำพองใจ และโง่เขลาเบาปัญญาพอที่จะคิดว่าผู้หญิงอ่อนแออย่างพิมพรรณไม่มีวันไปไหนรอด ไม่มีทางยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่เขากลับคิดผิด... ผิดมหันต์! พิมพรรณในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมก้มหน้ารับความชอกช้ำอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นพยัคฆ์สาวผู้ปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต และประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่าพร้อมจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาให้จมดินผ่านคมกฎหมายของทนายความหนุ่มหน้าหยกอย่างภานุ ปริ๊นซ์แค่นหัวเราะออกมาด้วยความสมเพชตัวเอง ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมจะซัดร่างของเขากลืนหายไปในความมืดมิด เขายอมรับ... เขายอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา หัวใจของเขาตายด้านไปตั้งแต่วินาทีที่สูญเสียเธอไป แต่การรู้ว่าตนเองมีพยานรักถึงสองคน—เด็กชายและเด็กหญิงฝาแฝดที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน—กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณความเป็นพ่อและความกระหายที่จะทวงคืนทุกอย่างกลับมาอย่างบ้าคลั่ง เขาจะไม่ยอมเสียลูกไปเด็ดขาด และที่สำคัญที่สุด... เขาจะไม่ยอมให้พิมพรรณหลุดมือไปเป็นของใครหน้าไหนทั้งสิ้น! แม้กระทั่งไอ้ภานุเพื่อนรักตัวดีที่ทำหน้าที่เป็นโล่กำบังให้เธอก็ตาม ภาพความทรงจำอันเร่าร้อนแต่วาบหวามในอดีตผุดพรายขึ้นมาในห้วงคำนึง ราวกับไฟสุมอกที่ไม่มีวันมอดดับ ปริ๊นซ์ยังคงจดจำสัมผัสแรกและสัมผัสสุดท้ายที่เขามีต่อเรือนร่างนุ่มนิ่มของภรรยาได้ดี ผิวเนียนละเอียดดั่งแพรไหมที่เคยแนบชิดใต้ร่าง เสียงครางหวานหูที่เคยเอื้อนเอ่ยอ้อนวอนในยามที่เขาตักตวงความสุขสมอย่างเอาแต่ใจ กลีบปากนุ่มที่เคยบวมเจ่อจากรสจูบอันดุandดิบและเร่าร้อนของเขา ทุกหยาดหยดของความเร่าร้อนในคืนนั้น... เป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดสามปีที่ผ่านมาอย่างไม่เคยปริปากบอกใคร "นายคิดว่าจะแย่งลูกไปจากฉันได้ง่ายๆ งั้นเหรอภานุ..." ปริ๊นซ์วางแก้วลงบนบาร์เสียงดังสนั่น ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวและอำมหิต เขาคว้าเสื้อสูทขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว ก้าวเดินด้วยฝีเท้ามั่นคงออกจากเพนท์เฮาส์มืดทึบ มุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางที่เขาซุ่มสืบมานานนับสัปดาห์ บ้านพักสไตล์โมเดิร์นโคซี่ริมชานเมือง... สถานที่ที่พิมพรรณใช้เป็นรังรักและเลี้ยงดูเด็กแฝดทั้งสองอย่างเงียบสงบ รถยนต์สปอร์ตคันหรูสีดำสนิทแล่นมาจอดสนิทอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ห่างจากตัวบ้านพอสมควร ปริ๊นซ์ดับเครื่องยนต์และปิดไฟหน้ารถ ความมืดปกคลุมรอบกาย มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องลงมา สายตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกไปยังบ้านหลังเล็กที่ยังมีแสงไฟสีส้มอบอุ่นเล็ดลอดออกมาจากหน้าต่างห้องนั่งเล่น หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกประหม่าและตื่นกลัวพุ่งพล่านขึ้นมาในอก—ความรู้สึกที่ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยสัมผัสมานานนับสิบปี เขากลัว... กลัวว่าเด็กสองคนนั้นจะไม่ยอมรับเขา กลัวว่าสายตาของพิมพรรณยามที่มองมาจะเต็มไปด้วยความชิงชังรังเกียจ และกลัวที่สุดคือการที่เขาอาจจะมาสายเกินไป ในขณะที่ปริ๊นซ์กำลังจะเปิดประตูรถเพื่อก้าวลงไปเผชิญหน้ากับความจริง ประตูบ้านหลังเล็กก็เปิดออกเสียก่อน ร่างบอบบางของพิมพรรณในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่ม ก้าวเดินออกมาที่ระเบียงพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวยหวาน ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของปริ๊นซ์สะดุดกكَคือเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบคนหนึ่ง ที่กำลังเกาะชายเสื้อผ้าของมารดาแน่น พร้อมกับส่งเสียงเจื้อยแจ้วออดอ้อน เด็กชายคนนั้นหันหน้ามาทางแสงไฟพอดี... ใบหน้าจิ้มลิ้ม คิ้วเข้มหนา และดวงตากลมโตคู่คมกริบถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากปริ๊นซ์ราวกับส่องกระจกเงา "คุณแม่ครับ... วันนี้คุณป๋าใจดีคนนั้น จะมาหาน้องไปป์อีกไหมครับ?" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายเอמהถามขึ้น พร้อมกับดวงตาที่ประกายระยิบระยับด้วยความคาดหวัง พิมพรรณชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะย่อตัวลงลูบผมนุ่มของลูกชายเบาๆ ด้วยแววตาสั่นไหว "คุณป๋า... ของลูกไม่มีวันกลับมาหรอกค่ะลูกไปป์ เพราะคนคนนั้น... เขาไม่เคยมีหัวใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ" เพล้ง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจของปริ๊นซ์ คำพูดของอดีตภรรยาบาดลึกเข้ามาในเนื้อเยื่อหัวใจจนเจ็บแปลบ ทว่าสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นเดือดพล่านและดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ ไม่ใช่คำตัดพ้อเหล่านั้น... แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดด้านหลังของพิมพรรณ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองที่เดินเข้ามาโอบไหล่บางของเธอไว้อย่างสนิทสนม "ดึกมากแล้วนะพิม... พาเด็กๆ เข้านอนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเคลียร์เรื่องเอกสารฟ้องร้องของคุณปรัตถ์ต่อเอง รับรองว่าเราจะไม่ยอมเสียเปรียบเขาแม้แต่นิดเดียว..." --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเคียงข้างความเจ็บปวดร้าวรานนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%