หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 5

ผ่านไปสามปี: ชีวิตใหม่ของพิม

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลาและแป้งเด็กอบอวลไปทั่วสตูดิโอขนาดกะทัดรัดแต่โอ่آอ ทว่าอบอุ่นหัวใจ บนโต๊ะทำงานตัวยาวเต็มไปด้วยแบบร่างเสื้อผ้าเด็กดีไซน์ทันสมัยที่ผสมผสานความน่ารักและเนื้อผ้าออร์แกนิกชั้นดีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แบรนด์ "Little P&P" ที่เริ่มต้นจากน้ำพักน้ำแรงของหญิงสาวตัวคนเดียวในวันที่ไร้ที่พึ่งพิง บัดนี้ได้ขยับขยายจนกลายเป็นแบรนด์เสื้อผ้าเด็กออร์แกนิกพรีเมียมที่เหล่าคุณแม่เซเลบต่างแย่งกันสั่งจอง พิมพรรณในวัยย่างเข้าสู่ปีที่สามของการเป็นคุณแม่เต็มตัว เธอดูงดงามเปล่งประกายและเข้มแข็งขึ้นกว่าวันเก่าลิบลับ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือคราบน้ำตาอีกต่อไป มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวและความอิ่มเอมใจยามที่เธอมองไปยังมุมห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นอาณาจักรขนาดย่อมของโซ่ทองใจดวงน้อยทั้งสอง "คุณแม่ขา น้องไปป์สร้างยานอวกาศเสร็จแล้วฮะ! จะพาพี่ปั้นไปดาวอังคารด้วยกัน!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นเรียกรอยยิ้มละมุนจากพิมพรรณ เธอย่อตัวลงวางดินสอในมือ ก่อนจะอ้าแขนรับร่างปุ้มปุ้ยของลูกชายคนโตที่วิ่งเข้ามาซุกเข้าที่อก ตามด้วยเด็กหญิงตัวน้อยแก้มป่องอย่างน้องปั้นที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาสวมกอดเรียวขาของเธอไว้แน่น "ไหนดูซิครับ ยานอวกาศของกัปตันไปป์ไปถึงดาวอังคารแล้วเหรอจ๊ะ เก่งจังเลยลูก" พิมพรรณกอดกระชับร่างนุ่มนิ่มทั้งสองไว้แนบอก สูดดมความหอมบริสุทธิ์จากเส้นผมของลูกแฝดด้วยความรักท่วมท้น หัวใจที่เคยแหลกสละและแตกร้าวในอดีต บัดนี้ถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่จนสมบูรณ์ด้วยความรักอันบริสุทธิ์ของแก้วตาดวงใจคู่นี้ เด็กแฝดคู่นี้ไม่เพียงแต่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับบิดาผู้เย็นชาคนนั้นมาอย่างไร้ที่ติ ทั้งดวงตาคมกริบสันจมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักได้รูป แม้กระทั่งท่าทางการกอดอกครุ่นคิดบางครั้งยังถอดรหัสพันธุกรรมมาแบบไม่ผิดเพี้ยน แต่โชคดีเหลือเกินที่จิตใจและแววตานั้นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเป็นสิ่งที่พิมพรรณตั้งใจหล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความปลอดภัย "คุณแม่ขา วันนี้คุณลุงภานุจะพาไปกินไอศกรีมช็อกโกแลตภูเขาไฟจริงเหรอฮะ" น้องปั้นช้อนตาโตแป๋วแหววขึ้นถาม เสียงเล็กๆ สั่นเครือด้วยความตื่นเต้น พิมพรรณหัวเราะเบาๆ พลางใช้นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของลูกสาว "จริงสครับจ่ะ แต่ต้องสัญญาก่อนนะว่าจะทานข้าวกลางวันให้หมดจาน ไม่อย่างนั้นคุณลุงภานุจะเสียใจนะจ๊ะ" "สัญญาฮะ/สัญญาค่ะ!" สองเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียงเรียกเสียงหัวเราะเอ็นดูจากมารดาได้เป็นอย่างดี สำหรับพิมพรรณแล้ว ชีวิตในตอนนี้คือของขวัญล้ำค่าที่สุด สามปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยถูกมองว่าอ่อนแอ ไร้ค่า และเป็นเพียงเงาในคฤหาสน์หลังใหญ่ของปรมัตถ์ สามารถยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง เธอสลัดคราบภรรยาผู้เจียมเนื้อเจียมตัวทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเวิร์กกิ้งوูแมนผู้ทรงพลังและคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่พร้อมปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูกระจกใสหน้าห้องทำงานดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของทนายหนุ่มรูปหล่อผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและที่ปรึกษาคนสำคัญ "เด็กๆ พร้อมไปถล่มร้านไอศกรีมกันหรือยังครับ" ภานุก้าวเข้ามาพร้อมรอยอบอุ่นในมือถือถุงของเล่นชิ้นโปรดที่เด็กๆ ฝากซื้อ "เย้! คุณลุงภานุมาแล้ว!" น้องไปป์วิ่งเข้าไปเกาะขาภานุอย่างสนิทสนม ทนายหนุ่มย่อตัวลงอุ้มเด็กชายขึ้นด้วยความคุ้นเคย สายตาอ่อนโยนคู่เดิมหันมาสบตากับพิมพรรณที่ส่งยิ้มบางๆ ให้ "ดูท่าทางวันนี้คุณแม่คนเก่งจะงานยุ่งนะ สั่งล็อตใหม่ไม่หวาดไม่ไหวเลยนี่ครับ" ภานุเอ่ยแซويยิ้มๆ พลางกวาดสายตามองกองแบบเสื้อผ้าบนโต๊ะ "ก็พอกรุบกริบค่ะ ดีกว่าปล่อยให้เวลาว่างแล้วคิดเรื่องไร้สาระ" พิมพรรณตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับพาดผ่านด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ภานุเห็นแล้วอดรู้สึกชื่นชมไม่ได้ ตลอดสามปีที่ผ่านมา ภานุคือพยานปากเอกในทุกหยาดน้ำตาและรอยยิ้มของพิมพรรณ เขาเห็นเธอดิ้นรนในวันที่ไม่มีอะไรเลย เห็นความเด็ดเดี่ยวในวันที่เธอตัดสินใจเซ็นใบหย่าและเดินออกมาจากขุมนรกโลกันตร์นั้นโดยไม่ขอแบ่งทรัพย์สินแม้แต่บาทเดียว ขอแค่เพียงอิสรภาพและสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกในท้องที่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าคือ 'ฝาแฝด' "ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวเด็กๆ จะงอแงเสียก่อน" พิมพรรณหยิบกระเป๋าถือใบโปรดขึ้นมาเตรียมตัว ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะของภานุก็แผดเสียงดังขึ้น ทนายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเบอร์หน้าจอ ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ "ว่าไงครับคุณปรมัตถ์... หื้ม? ว่ายังไงนะ คุณอยู่ที่ไหนนะ..." ชื่อของอดีตสามีที่ถูกฝังกลบไว้ก้นบึ้งของความทรงจำ ทำให้ฝ่ามือของพิมพรรณที่กำลังถือกระเป๋าชะงักกึก ลมหายใจของเธอสะดุดลงไปชั่วขณะ ภานุหันมามองหน้าพิมพรรณทันที แววตาของทนายหนุ่มฉายแววตื่นตระหนกและกังวลใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อประโยคถัดมาจากปลายสายของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลดังลอดออกมาจนคนใกล้เคียงได้ยินชัดเจน *"ฉันรู้เรื่องลูกแฝดแล้ว... ภานุ นายเตรียมตัวรับหมายศาลแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรจากฉันได้เลย พิมพรรณจะต้องชดใช้ที่กล้าพรากลูกไปจากอกฉันตลอดสามปีนี้!"* **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เข็มฉายานิศ" เสมอมานะคะ**
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%