เสียงกุญแจรถยนต์หรูราคาแปดหลักถูกโยนกระทบลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีเนื้อดีในโถงทางเข้าอย่างไม่ใส่ใจนัก ปรมัตถ์ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยล้าจากการประชุมมาราธอนข้ามประเทศ ดวงตาคมกริบใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับเทพบุตรสลักฉายแววหงุดหงิดระคนรำคาญใจที่ยังคงตกค้างจากข้อความทางกฎหมายบนหน้าจอโทรศัพท์
เอกสารหย่า... คำนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของเขานับตั้งแต่บ่ายวันนั้น พิมพรรณกล้าดียังไงถึงเป็นฝ่ายทิ้งเขาไป? ผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขาตลอดสามปี ผู้หญิงที่แม้แต่เงาในบ้านหลังนี้ยังแทบไม่มีตัวตน กลับกล้าหาญชาญชัยถึงขนาดส่งใบหย่ามาให้เขาเซ็น
"พิม!"
ชายหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อภรรยาด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง ขณะถอดนาฬิกาเรือนหรูออกแล้วโยนมันตามลงไป เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วโถงกว้างของคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬาร แต่กลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ นอกจากความเงียบงัดที่น่าอึดอัด
ปกติเวลานี้ หล่อนควรจะนั่งรอเขาอยู่ที่ห้องรับแขกพร้อมกับน้ำสมุนไพรเย็นๆ หรือไม่ก็คอยยืนต้อนรับด้วยสายตาเจียมเนื้อเจียมตัวที่เขาแสนจะเบื่อหน่าย แต่วันนี้... มันแปลกไป
ปริ๊นซ์ขมวดคิ้วแน่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้าน กวาดสายตากวาดมองไปรอบห้องโถงที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นลักชูรี ทว่ากลับรู้สึกว่ามันช่าง "ว่างเปล่า" พิกล
ความว่างเปล่าที่ไม่ได้หมายถึงแค่ความเงียบ แต่หมายถึงบรรยากาศ... บรรยากาศที่คุ้นชินว่ามีสิ่งมีชีวิตอีกคนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ขายาวก้าวขึ้นบันไดวนไปยังชั้นสอง มุ่งตรงไปยังห้องนอนใหญ่ที่เขาและเธอใช้ร่วมกัน (หรือพูดให้ถูกคือ ใช้เตียงร่วมกันแต่ต่างคนต่างอยู่) มือหนาผลักบานประตูไม้สักทองเปิดออกด้วยความแรง
"พิม เลิกเล่นเกมเรียกร้องความสนใจแบบนี้ได้แล้ว อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา..."
คำพูดที่เตรียมจะเอ่ยตวาดหลุดหายไปจากลำคอทันที เมื่อนัยน์ตาคู่คมกวาดมองไปทั่วห้องนอนที่เคยมีข้าวของของผู้หญิงคนนั้นวางอยู่
เตียงนอนขนาดคิงไซส์ถูกจัดระเบียบอย่างเรียบร้อยไร้รอยยับราวกับไม่มีใครเคยนอน ตู้เสื้อผ้าบิวท์อินบานกระจกเงาบานใหญ่ถูกเปิดค้างไว้บางส่วน สะท้อนภาพความว่างเปล่าเพราะราวแขวนเสื้อผ้าฝั่งของพิมพรรณเหลือเพียงความว่างเปล่า ไม้แขวนเสื้อพลาสติกสีขาวถูกทิ้งไว้ระเกะระกะ โต๊ะเครื่องแป้งที่เคยเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ขวดน้ำหอม และเครื่องสำอางราคาแพง บัดนี้เหลือเพียงความโล่งเตียน ราวกับว่าที่ตรงนั้นไม่เคยมีใครใช้มันมาก่อน
หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมก้น Wบึ้งของหัวใจ มันไม่ใช่ความเสียใจ... เขาบอกตัวเองเช่นนั้น มันต้องไม่ใช่ความเสียใจอย่างแน่นอน ปรมัตถ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มตีรวน
"ดี... ขนของออกไปให้พ้นๆ บ้านหลังนี้ได้เสียก็ดี รำคาญตาชะมัด"
เขากัดฟันกรอด พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พยายามโน้มน้าวสมองว่านี่คือสิ่งที่เขาควรจะยินดีที่สุดไม่ใช่หรือ? บ้านหลังนี้กลับมาสงบเงียบ ไม่มีผู้หญิงน่ารำคาญคอยตามตื้อ ไม่มีสายตาตัดพ้อที่ทำให้เขาหงุดหงิดอีกต่อไปแล้ว เขากำลังจะได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ต้องการ
แต่ทำไม... ทำไมมันถึงได้รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคออย่างไม่มีสาเหตุ
ปริ๊นซ์เดินสาวเท้าเข้าไปใกล้ห้องแต่งตัว ร่างสูงโปร่งหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่ไร้เงาเจ้าของ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะผิวไม้เรียบเนียน ทันใดนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กสีขาวที่ถูกทับไว้ด้วยแท่งลิปสติกแท่งโปรดของเธอ
หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติพลันกระหน่ำรัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล มือหนารีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดู ลายมือชื่อพิมพรรณที่คุ้นตาปรากฏอยู่บนนั้น
*“ขอบคุณสำหรับความเป็นอิสระที่คุณมอบให้ค่ะ ปรินซ์... เราขาดกันแค่นี้เถอะนะคะ”*
เพียงแค่ประโยคสั้นๆ ไร้ซึ่งน้ำตาหรือคำตัดพ้อฟูมฟาย กลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนอ่านอย่างจัง ปรมัตถ์ขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ด้วยความโมโหจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาสสีเข้มลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ
"กล้ามากนะพิมพรรณ! คิดว่าหนีไปแล้วจะพ้นฉันงั้นเหรอ?" เขาคำรามต่ำในลำคอราวกับราชสีห์บ้าคลั่ง โยนกระดาษก้อนนั้นลงพื้นแล้วกระทืบซ้ำอย่างระบายอารมณ์
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสแลคแบรนด์ดังแผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัดในห้องนอน ปรมัตถ์ดึงมันออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง กดรับสายโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าจอ
"มีอะไร!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวใส่ปลายสายทันที
*(อารมณ์เสียมาจากไหนวะไอ้คุณปริ๊นซ์? หรือว่า... เมียทิ้ง?)* เสียงหัวเราะเย้าแหย่ของ 'ธน ์' เพื่อนสนิทที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจดังลอดเข้ามา
"พูดจาไร้สาระน่าธัน มีธุระอะไรก็ว่ามา ถ้าโทรมาเรื่องไม่เป็นเรื่องฉันจะตัดสาย"
*(เอ G อารมณ์ร้อนจริงเว้ย ช่างเถอะ... กูแค่อยากจะโทรมาเตือนมึงว่า พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงเปิดตัวโครงการใหม่ที่รีสอร์ททางใต้ อย่าลืมควงคุณภรรยาคนสวยไปออกงานด้วยล่ะ สื่อสังคมเขาจับตาดูคู่รักหมื่นล้านคู่นี้อยู่นะเว้ย)*
คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนน้ำร้อนสาดเข้าใส่หน้า ปรมัตถ์แค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง เมียเหรอ? ตอนนี้เขาเหลือแต่ใบหย่าและห้องนอนที่ว่างเปล่าต่างหาก
"เธอไม่ไป..." ปริ๊นซ์ตอบเสียงลอดไรฟัน "และฉันก็ไม่ได้แคร์ด้วย"
*(อ้าว... แปลกแฮะ ปกติเห็นตามติดกันตลอด หรือว่ามีปัญหากันจริงๆ?)* ธันชะงักไปนิด น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น *(เอาน่า ยังไงก็เคลียร์กันให้ดี คู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกันหรอกวะ)*
ปริ๊นซ์ตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย เขาไม่อยากฟังคำสั่งสอนหรือความเห็นโง่ๆ ของใครทั้งนั้น ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพงในห้องนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาสีเข้มเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ความมืดมิดของราตรีเริ่มเข้าปกคลุมคฤหาสน์หลังโต
ความเงียบเหงาที่เขาเคยโหยหา บัดนี้มันกลับกลายเป็นความหนเหน็บที่กัดกินลึกลงไปในอกข้างซ้ายอย่างช้าๆ รสชาติของความว่างเปล่ามันทรมานแบบนี้นี่เอง...
ในขณะที่ปริ๊นซ์กำลังนั่งจมอยู่กับความหงุดหงิดและทิฐิอันสูงส่ง เสียงแจ้งเตือนข้อความอีเมลจากสำนักงานทนายความส่วนตัวก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
นิ้วหนากดเปิดหน้าจอเพื่อเช็กข้อความด้วยความรำคาญ คิดว่าคงเป็นเอกสารธุรกิจทั่วไป แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ กลับไม่ใช่รายงานยอดขายหรือสัญญาซื้อขายที่ดิน
มันคือเอกสารแนบไฟล์ PDF ที่ระบุหัวข้อไว้อย่างชัดเจนด้วยตัวอักษรตัวหนา
*“ใบสูติบัตร และผลตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Test) ของบุตรฝาแฝด”*
ดวงตาคมกريบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดกึกเมื่อกวาดสายตาอ่านตัวอักษรบรรทัดถัดไป... เด็กแฝดวัยสามขวบสองคน ที่มีใบหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครนะคะ มาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยให้คุณพ่อโบ้ของเราตามหาเมียกับลูกให้เจอในตอนหน้ากันค่ะ!
หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 4
ความว่างเปล่าในคฤหาสน์
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!