หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 19

วันฝนตกที่บ้านพักลับ

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ สายฝนกระหน่ำซัดสาดใส่กระจกหน้าต่างห้องนอนชั้นสองของบ้านพักตากอากาศริมทะเลจนเกิดเสียงดังระรัวราวกับเสียงกลองศึก พิมพรรณนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวนุ่มในความสลัวของห้อง มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าที่สะท้อนเข้ามาเป็นระยะ เผยให้เห็นใบหน้าที่แม้จะดูอิ่มเอิบและเข้มแข็งขึ้นตามกาลเวลา แต่ในยามนี้กลับซีดเผือดและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น สามปีแล้ว... สามปีเต็มที่เธอหลุดพ้นจากกรงทองแห่งความเจ็บปวด ทว่าเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันเมื่อครู่ กลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบตกลงไปถึงตาตุ่ม *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ไม่ใช่เสียงลมพัด และไม่ใช่เสียงของเพื่อนสนิทอย่างมินraที่ออกไปซื้อของฝั่งตัวเมือง เพราะมินraถือรหัสผ่านและสามารถไขเข้ามาได้เสมอ... แต่คนที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม้เนื้อหนานั้น คือผู้ชายที่เธอกลบฝังชื่อไว้ในหลุมศพแห่งความทรงจำอย่างมิดชิด "พิม..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามา แม้จะแผ่วเบาแข่งกับเสียงสายฝนภายนอก แต่พิมพรรณจำมันได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงหัวใจตัวเอง ปรมัตถ์... อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสลาย ยืนอยู่ตรงนั้น ห่างกันเพียงแค่บานประตูกั้น ร่างบางสั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความหนาวเหน็บจากอากาศภายนอก แต่เป็นเพราะความทรงจำอันแสนร้าวรานที่พรั่งพรูขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา เมื่อสามปีមុន เธอคือผู้หญิงอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขา แต่วันนี้... เธอไม่ใช่พิมพรรณคนเดิมอีกต่อไปแล้ว *แกร็ก...* เสียงปลดกลอนประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะที่สายฝนซาลง พิมพรรณกระชากบานประตูเปิดออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววเจ็บช้า บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย ภาพของปรมัตถ์ในยามนี้แทบไม่เหลือเค้าลางของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเนี้ยบกริบในความทรงจำ สูทราคาแพงเปียกชุ่มแนบลำตัว เส้นผมสีดำสนิทลู่ปรกลงมาเคล้ากรอบหน้าคมคายที่ไร้การโกนหนวดเคราจนดูเซอร์และเหนื่อยล้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยดน้ำ—ไม่รู้ว่าเป็นหยาดฝนหรือหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นจากความอัดอั้น "คุณตามมาทำไม..." เสียงหวานเอ่ยถามเรียบสนิท ไร้ซึ่งความยินดีหรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว มีเพียงกำแพงหนาที่ถูกสร้างขึ้นกั้นกลางระหว่างเขากับเธอ "พิม..." ปรมัตถ์ครางเรียกชื่อภรรยาเก่าราวกับคนใกล้ตาย ขายาวก้าวล่วงล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รออนุญาต แรงปะทะจากร่างกายที่เปียกปอนและความร้อนรุ่มจากลมหายใจที่หอบกระชั้นทำให้พิมพรรณต้องผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "อย่าเข้ามานะ!" เธอเอ่ยเตือนเสียงแข็ง พร้อมยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงเอาไว้ "ที่นี่ไม่มีอะไรที่เป็นของคุณ ปรมัตถ์... เราหย่ากันแล้ว ใบหย่าเซ็นกันต่อหน้าศาลแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่!" "ฉันรู้..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานชนิดที่พิมพรรณไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน "ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์... แต่ถ้าฉันไม่มา พิมก็จะหายไปจากชีวิตฉันตลอดกาลใช่ไหม? พิมใจร้ายกับฉันเกินไปแล้วนะ... ใจร้ายมากจริงๆ ที่ซ่อนลูกจากฉัน" คำว่า 'ลูก' กระแทกเข้ากลางใจของพิมพรรณจนเธอชะงัก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจปนโกรธกรุ่น "คุณรู้..." "ใช่ ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว" ปรมัตถ์ก้าวเข้าประชิดตัวจนเธอไม่มีทางหนี แขนแกร่งยกขึ้นกักตัวเธอไว้ระหว่างผนังห้องกับอ้อมอกของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นฝนและแอลกอฮอล์จางๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้ม "น้องไปป์กับน้องปั้น... ลูกของเรา หน้าถอดแบบฉันมาขนาดนั้น พิมคิดว่าจะปิดฉันได้นานแค่ไหนกัน?" "พวกเขาไม่ใช่ลูกของคุณ!" พิมพรรณเค้นเสียงปฏิเสธเสียงสั่น แม้ความจริงจะฟ้องอยู่บนใบหน้าของเด็กแฝดทั้งสอง แต่มิถิยาไม่มีวันยอมจำนนให้ความอ่อนแอครอบงำเด็ดขาด "เด็กพวกนั้นเป็นลูกของฉันกับคนอื่น คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอמהชื่อพวกเขาด้วยซ้ำ!" "โกหก!" ปรมัตถ์คำรามต่ำในลำคอ ความอดทนที่สะสมมาตลอดการเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อตามหาเธอบัดนี้ขาดผึ่ง ดวงตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธ ก่อนจะเคลื่อนสายตาลงต่ำมองสำรวจเรือนร่างอรชรที่ถูกห่อด้วยเสื้อผ้าเนื้อบาง ความโหยหา ความสำนึกผิด และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเยือกเย็นมานานระเบิดออกมาในวินาทีนั้นเอง "ปล่อยฉันนะ ปรมัตถ์! คนสารเลว— อื้อ!" คำพูดต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างไร้ความปรานี ปรมัตถ์ไม่ได้จูบเธอด้วยความรุนแรงป่าเถื่อนเหมือนในอดีตที่เต็มไปด้วยความอิจฉริยาและอคติ แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความสำนึกผิด และความเจ็บปวดที่เจียนตาย รสจูบที่เว้าวอนและร้อนรุ่มทำให้หัวใจที่พยายามแข็งกระด้างของพิมพรรณสั่นคลอนอย่างรุนแรง มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ส่วนมืออีกข้างสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับสัมผัสอันลึกซึ้งที่เขาโหยหามานานนับพันวัน พิมพรรณพยายามทุบตีแผงอกกว้างและกัดริมฝีปากเขาเพื่อขัดขืน แต่รสสัมผัสที่คุ้นเคย กลิ่นกายสะอาดที่เจือจางด้วยความเย้ายวน และสัมผัสอุ่นซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายกลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอระเหิดหายไปทีละน้อย ร่างกายทรยศต่อจิตใจ มันจดจำสัมผัสของสามีเก่าได้อย่างแม่นยำ หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงมาผสมกับรสจูบเค็มปร่า เมื่อสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาบนพวงแก้มเนียน ปรมัตถ์ก็ผริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากกว้างแนบชิดติดกับหน้าผากมนของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นรดรินอยู่ชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ "พิม... พี่ขอโทษ..." สรรพนามเก่าแก่ที่ไม่ได้ยินมานานนับปีหลุดออกมาจากริมฝีปากของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในโลกไหลรินลงมาอาบแก้ม "พี่รู้ว่าสิ่งที่พี่ทำมันเลวร้ายแค่ไหน พี่รู้ว่าพี่ไม่อาจชดใช้ความผิดทั้งหมดได้... แต่ได้โปรด อย่าผลักไสพี่อีกเลย" "สายไปแล้ว..." พิมพรรณกระซิบเสียงพร่า แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานไม่แพ้กัน "วันที่คุณเหยียบย่ำความรักของฉัน คุณไม่เคยคิดถึงวันนี้... ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ปรมัตถ์" "ไม่... พี่ไม่มีวันปล่อย" ปรมัตถ์ส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคู่คมฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับคนคลั่ง "ต่อให้พิมจะเกลียดพี่ จะฆ่าพี่ให้ตายตรงนี้ พี่ก็จะยอม... แต่พี่จะไม่ยอมเดินออกไปจากชีวิตพิมกับลูกอีกแล้ว" เขาสอดมือเข้าช้อนอุ้มร่างบางขึ้นจากพื้นในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย พิมพรรณอุทานด้วยความตกใจและรีบคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเขาพาเธอเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้างริมหน้าต่างที่มองเห็นเกลียวคลื่นซัดสาด "คุณจะทำอะไร ปรมัตถ์ ปล่อยฉันนะ!" "พี่จะทำให้พิมจำได้... ว่าผู้ชายคนนี้เป็นสามีของพิม และจะเป็นคนเดียวเท่านั้นที่จะรักพิมไปจนวันตาย" เสียงกระซิบพร่าทุ้มตกลงข้างใบหู ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกวางลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม ทว่าดวงตาของปรมัตถ์กลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ไม่อาจดับลงได้อีกต่อไป และในวินาทีที่เขากำลังจะโน้มตัวลงมาทาบทับเรือนร่างของเธอ เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านล่างบ้านก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกด้วยความร้อนรน *“คุณพิมครับ! คุณพิมอยู่ข้างบนไหมครับ พอดีผมเอาเอกสารที่ลืมไว้มาให้—”* เสียงของ 'ภานุ' ทนายความหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและก้างชิ้นโตดังทะลุสายฝนเข้ามา ทำเอาลมหายใจของปรมัตถ์สะดุดกึก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองทางประตูด้วยแววตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยโทสะ ในขณะที่พิมพรรณกลับเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอก และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว ภานุก็ไขกุญแจสำรองเปิดประตูเข้ามาถึงห้องนอนชั้นสองเรียบร้อยแล้ว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ของตัวละครไปพร้อมๆ กันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%