หยดน้ำฝนจากพายุภายนอกยังคงเกาะพราวอยู่บนเส้นผมและไหลซึมผ่านเนื้อผ้า, ราคาแพงของสูทสั่งตัดพิเศษ แต่ปริหมัตถ์กลับไม่แยแสต่อความหนาวเหน็บที่กัดกินผิวกายแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่แผดเผาอยู่ในอกเวลานี้คือเพลิงโทสะและความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าอันเรียบเฉย
ประตูห้องชุดหรูหราถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงใหญ่ในสภาพเปียกปอนก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตที่เขาไม่ได้รับอนุญาต สายตาดุดันคมกริบดั่งพญาอินทรี กวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของหญิงสาวผู้เคยเป็นภรรยาในนาม
พิมพรรณยืนตรึงร่างอยู่เบื้องหน้าประตูห้องนอนใหญ่ แขนเรียวทั้งสองข้างกางออกเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ คล้ายแม่นกที่กำลังปกป้องลูกน้อยในรังจากพญาเหยี่ยวที่กระหายเลือด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนแสงและยอมจำนนต่อเขาเสมอในอดีต บัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะที่ยากจะทะลวงผ่าน
"คุณเข้ามาได้อย่างไร ปริ๊นซ์! ที่นี่ไม่ใช่บ้านของคุณ และคุณไม่มีสิทธิ์บุกรุกเข้ามาตามอำเภอใจ!"
น้ำเสียงของพิมพรรณสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตระหนก แต่เธอกลับพยายามกดเสียงให้ราบเรียบและทรงพลังที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้าล่วงรู้ถึงความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ
ปริหมัตถ์ไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคู่คมกวาดสำรวจใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างพยายามอดกลั้น กลิ่นอายความเป็นนายเหนือหัวแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
"หลบไป, พิม"
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่ลอดไรฟัน มันไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นคำสั่งจากผู้ที่ไม่เคยต้องร้องขอสิ่งใดจากใคร
"ฉันไม่หลบ! และฉันขอเตือนให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจ" พิมพรรณเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตาคู่สวยรื้นหยาดน้ำใสด้วยความโกรธขึง แต่เธอกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลลงมาประจานความอ่อนแอ
"ตำรวจงั้นเหรอ?" ปริ๊นซ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน หากแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างบางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังดั่งสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ลองโทรสิ พิม... ดูซิว่าตำรวจหน้าไหนจะกล้าจับสามีที่มาตามหาภรรยาและลูกของตัวเอง!"
"สามีงั้นเหรอ? คุณเอาสิทธิ์อะไรมาพูดคำนี้!" พิมพรรณสวนกลับทันควัน หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวราخواกลองศึก "เราหย่ากันแล้ว ปริ๊นซ์! ใบหย่าที่คุณเป็นคนเซ็นอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามปีก่อน มันคือเครื่องยืนยันว่าเราต่างคนต่างอยู่ คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน!"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าของชายหนุ่ม ปริหมัตถ์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นเองกับมือ ภาพใบหย่าแผ่นบางในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจในวันที่สายเกินแก้ ทว่าในยามนี้ ความจริงที่ว่าหลังประตูบานที่เธอกำลังเอาตัวบังอยู่นั้น มีเด็กแฝดสองคนที่มีใบหน้าถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากเขาไม่มีผิด กำลังทำให้สติของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งขาดผึ่ง
"ใช่... ฉันเคยโง่เง่าเองที่ปล่อยให้เธอไป" ปริ๊นซ์ก้าวเข้าไปประชิดจนร่างของเขากับเธอแทบจะแนบชิด กลิ่นกายบุรุษผสมกับความชื้นของหยดฝนโชยเข้าแตะจมูก พิมพรรณต้องผงะถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูห้องนอน "แต่ตอนนี้... ฉันตาสว่างแล้วพิม และฉันไม่มีวันยอมให้เธอกีดกันฉันออกจากลูกอีกต่อไป!"
"ลูกอะไร ฉันไม่รู้เรื่องที่คุณพูด!" พิมพรรณปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมตามไรผม "ออกไปจากที่นี่ซะ ปริ๊นซ์! อย่ามาทำลายความสงบสุขในชีวิตฉันกับลูกเลย แค่บาปที่คุณทำกับฉันในอดีตมันยังไม่พอใจอีกหรือไง!"
"ถ้าฉันโกหก... แล้วทำไมเสียงหัวเราะของเด็กสองคนเมื่อครรภ์ถึงเสียงเหมือนฉันตอนเด็กไม่มีผิด!" ปริ๊นซ์ระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้กับบานประตูอย่างไม่ยอมให้หลุดรอด แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำร้าย แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้เธอไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้
"ปล่อยนะ! คุณมันคนเผด็จการ!" พิมพรรณดิ้นรนสุดแรงเกิด ดวงตาคู่งามจ้องมองเขาด้วยความเกลียดชังระคนน้อยใจ "ใช่! น้องไปป์กับน้องปั้นเป็นลูกของคุณ... ลูกที่คุณเคยรังเกียจและบอกให้ฉันไปทำลายทิ้งตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก! คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าพวกเขาด้วยซ้ำ ปริ๊นซ์!"
สิ้นเสียงตวาดของหญิงสาว บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับโลกหยุดหมุน ปริหมัตถ์นิ่งค้างไปราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อได้ยินคำสารภาพที่กลั่นออกมาจากความชอกช้ำระทมในอดีต
ร่องรอยความสำนึกผิดและความเจ็บปวดฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่คมที่เคยเย่อหยิ่ง ชายหนุ่มคลายมือที่จับข้อมือเธอออกช้าๆ ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบหายไปจากร่าง
"พิม..." เสียงเรียกชื่อเธอนั้นแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังบีั้นทอนหัวใจของคนทั้งคู่ เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กวัยสามขวบก็ดังลอดออกมาจากรอยแง้มของประตูห้องนอนที่ปิดไม่สนิท
"คุณแม่ครับ... ใครมาเสียงดังเหรอครับ น้องปั้นกลัวฝน..."
ปริหมัตถ์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อร่างเล็กป้อมของเด็กชายฝาแฝดหน้าตาจิ้มลิ้ม ในชุดนอนลายการ์ตูนน่ารัก ค่อยๆ ผลักประตูห้องนอนเปิดออกกว้างขึ้น พร้อมกับดวงตากลมโตคู่โตที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังกะพริบปริบๆ มองมายังผู้ชายแปลกหน้าที่ยืนตัวเปียกปอนอยู่ตรงหน้ามารดาของตน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ของตัวละครไปพร้อมๆ กันนะคะ
หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 20
การปะทะคารมที่ร้อนแรง
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!