หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 9

คลาดกันเพียงนิด

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นอายความวุ่นวายของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองในช่วงบ่ายคล้อย แทบไม่ได้อยู่ในความสนใจของปรัตถ์เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาและหยิ่งทะนง ทว่าบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยของความกระวนกระวายใจ เขากำลังตามหา... ตามหาภาพเงาเด็กชายตัวน้อยคนนั้น ภาพเงาที่สะท้อนโครงหน้าของเขาเองอย่างไร้ที่ติ ราวกับส่องกระจกมองดูตัวเองในวัยสามขวบ สัมผัสอุ่นนุ่มจากมือน้อยๆ และดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความรู้สึก ราวกับรอยแผลเป็นจางๆ ที่ถูกสะกิดให้เด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง ปรัตถ์ก้าวเท้าฉับๆ ไปตามทางเดินหินอ่อนขัดเงา สายตาสสาดส่องมองกราดไปทั่วทุกมุมอย่างไม่ลดละ หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะเรียบเรื่อยมาตลอดหลายปี บัดนี้กลับกระหน่ำรัวราtyจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยนิยามมันมาก่อน กำลังกัดกินความสุขุมนุ่มลึกของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลให้พังทลายลงทีละน้อย "คุณปรัตถ์ครับ รถพร้อมแล้วครับ..." เสียงเลขาหนุ่มเอ่ยรายงานเบาๆ อยู่ด้านหลัง แต่เจ้าตัวกลับโบกมือปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย "ยัง... ยังไม่ใช่ตอนนี้" ปรัตถ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกวาดมองไปเบื้องหน้าอีกครั้ง ฝูงชนที่เดินสวนกันไปมาทำให้ทัศนียภาพพร่ามัว เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหงุดหงิดระคนร้อนรนตีรวนขึ้นมาในอก ชายหนุ่มไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมเขาต้องกระวนกระวายถึงเพียงนี้กับเด็กแปลกหน้าคนหนึ่ง... เด็กชายที่ดึงชายเสื้อสูทของเขา แล้วเรียกเขาว่า 'คุณอา' คำนั้นมันก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทซ้ำไปซ้ำมา ราวกับเวทมนตร์ที่ฉีกกระชากหัวใจที่ด้านชาของเขาให้ขาดวิ่น ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร บริเวณทางออกฝั่งทิศเหนือของห้างสรรพสินค้า พิมพรรณกำลังก้าวเดินอย่างรวดเร็วโดยมีมือเล็กๆ ทั้งสองข้างเกาะกุมนิ้วเรียวของเธอไว้แน่น เด็กแฝดทั้งสองอยู่ในชุดเอี๊ยมผ้าฝ้ายสีครีมน่ารัก น้องไปป์เดินกึ่งวิ่งตามแรงจูงของมารดา ขณะที่น้องปั้นแฝดคนน้องเอียงคอมองตุ๊กตาหมีในอ้อมแขนด้วยความเพลิดเพลิน "คุณแม่ขา น้องปั้นอยากกินไอศกรีมรสวานิลลาค่ะ" เสียงใสแจ๋วเอמהออดอ้อนขึ้น พร้อมกับดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ราวกับอ้อนวอน พิมพรรณย่อตัวลงด้วยความรัก ความอ่อนโยนฉาบอยู่บนใบหน้าเรียวสวยที่ปัจจุบันประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เธอปอยผมที่ตกลงมาทอดบังใบหน้าของลูกสาวออกอย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นละมุนนี้คือโลกทั้งใบของเธอในยามนี้ โลกที่ไม่มีเงาของชายผู้เย็นชาคนนั้นเข้ามาบงการชีวิตอีกต่อไป "เอาไว้คุณแม่พาไปทานที่ร้านโปรดนะจ๊ะคนดี วันนี้เราต้องรีบกลับบ้านก่อนที่คุณอาภานุจะมารับไปทานมื้อเย็นไม่ใช่หรือจ๊ะ" พิมพรรณเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตากลับฉายแววระมัดระวังขึ้นมาวูบหนึ่ง เมื่อนึกถึงความบังเอิญที่เกือบจะทำให้ลูกชายของเธอเฉียดเข้าใกล้ 'อดีตสามี' ผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเด็กๆ หัวใจของเธอเต้นระทึกทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ตอนที่น้องไปป์วิ่งหายเข้าไปในโซนเสื้อผ้าแบรนด์ดัง แล้วเกือบจะชนเข้ากับปรัตถ์... ผู้ชายที่เธอใช้ความพยายามอย่างแสนสาหัสในการหลบหนีและตัดขาดจากชีวิต เขายังคงหล่อเหลา สง่างาม และทรงอำนาจเหมือนวันวาน ทว่าแววตาคู่นั้นไม่มีทางได้รับรู้ความลับที่เธอเก็บงำไว้เด็ดขาด ลูกแฝดคู่นี้คือหยาดหยดเลือดเนื้อเดียวที่เหลืออยู่ และเธอก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากพวกเขาไปจากอก "ไปป์ครับ จับมือแม่ไว้แน่นๆ นะลูก" พิมพรรณเอ่ยพลันกระชับมือเล็กของลูกชายแน่นขึ้นอีกนิด "ครับคุณแม่ ไปป์ไม่ปล่อยมือหรอครับ" เด็กชายพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง ดวงตาคู่นั้นถอดแบบมาจากบิดาไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งความนิ่งสงบและความเฉลียวฉลาดที่ฉายแววตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้ พิมพรรณพาแฝดน้อยก้าวขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ ประตูรถปิดลงพร้อมกับทัศนียภาพภายในห้างที่ค่อยๆ เคลื่อนถอยห่างออกไปจากสายตา เธอนั่งทอดถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก มือเรียวบางยกขึ้นลูบหน้าอกซ้ายของตัวเองที่ยังคงเต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำ ปลอดภัยแล้ว... เธอพาแก้วตาดวงใจหนีพ้นรัศมีอันตรายมาได้อีกครั้ง แต่ในขณะที่รถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ ปรัตถ์ซึ่งเพิ่งเดินมาถึงบริเวณกระจกใสบานใหญ่ริมทางออก กลับทันได้เห็นเสี้ยวหลังของหญิงสาวในชุดเดรสยาวพลิ้วไหวสีฟ้าอ่อน... แผ่นหลังที่คุ้นตาจนหัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ปรัตถ์ชะงักฝีเท้าลงทันที ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลัง ดวงตาคมกวาดมองหาแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและรถยนต์ที่ขับเคลื่อนผ่านไปตามท้องถนน ภาพของหญิงสาวคนนั้นซ้อนทับกับภาพของอดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี พิมพรรณ... ผู้หญิงที่เขาคิดมาตลอดว่าไม่มีค่าพอที่จะใส่ใจ แต่ทำไมในวินาทีนี้ หัวใจของเขากลับร่ำร้องหาเธอราวกับคนเสียสติ ชายหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น เนิ่นนานราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความเงียบงันรอบตัวไม่ได้ยินเสียงใดนอกจากเสียงหัวใจของตนเองที่กำลังบีบรัดแน่นขึ้นทุกที ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง นัยน์ตาคมเข้มทอประกายความสงสัยระคนเจ็บปวดที่เขาไม่เคยเข้าใจ ปรัตถ์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン พลางคิดในใจอย่างบ้าคลั่ง... *เธออยู่ที่ไหนพิมพรรณ? และเด็กผู้ชายคนนั้น... เป็นใครกันแน่?* ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวและคำตอบที่เขาคาดไม่ถึง กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเขาเรื่อยๆ ชนิดที่ว่า... อีกเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ปรัตถ์ก็จะได้เผชิญหน้ากับความจริงที่อาจพลิกชีวิตของเขาไปตลอดกาล ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%