แฟ้มเอกสารสีดำถูกผลักมาหยุดตรงหน้าพิมพรรณด้วยแรงที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดของเจ้าของมือ ปลายเล็บเรียวสวยของเธอยังคงนิ่งสนิท แม้ปลายนิ้วจะสัมผัสโดนสันแฟ้มที่อุ่นขึ้นเล็กน้อยจากอุณหภูมิร่างกายของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่หัวใจของเธอกลับเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง
"คุณพิมแน่ใจแล้วใช่ไหมครับว่าจะไม่เปลี่ยนใจ... งาน 'Luxe Elegance Gala' คืนนี้ แบรนด์ของคุุนคือไฮไลต์สำคัญ แต่ในฐานะประธานกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัทเครือวัฒนพงศ์ภักดี ผมมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะถอดรายชื่อแบรนด์ที่ 'ไร้มาตรฐานการจัดการ' ออกได้ทุกเมื่อ"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เคยพร่ำกระซิบคำว่าเกลียดชังใส่หูเธอในยามค่ำคืน บัดนี้กลับถูกกดต่ำลงด้วยโทนเสียงที่พยายามข่มความคุกรุ่นเอาไว้ ปรัมัตถ์ในยสูททอมฟอร์ดตัดเย็บอย่างประณีต นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีเย่อหยิ่งทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจดจ้องร่างบางที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างไม่วางตา
พิมพรรณเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนแอและยอมจำนนในอดีต บัดนี้กลับนิ่งสงบจนน่ากลัว รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่ของอดีตสามีแม้แต่น้อย
"ถ้าคุณปรัมัตถ์คิดว่าแบรนด์ 'Luxe by Phim' ของฉันไร้มาตรฐาน ก็เชิญใช้สิทธิ์นั้นตามอำเภอใจได้เลยค่ะ" พิมพรรณตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก "แต่เกรงว่า... ข่าวหน้าหนึ่งในนิตยสารแฟชั่นชื่อดังพรุ่งนี้เช้า อาจจะต้องพาดหัวเรื่องที่ว่า ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลใช้อำนาจส่วนตัวกลั่นแกล้งอดีตภรรยา เพราะกลัวการเผชิญหน้าในงานสังคมสินะคะ"
กรามคมของปรมัตถ์ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยความกรุ่นโกรธผสมผสานกับความปรารถนาอันรุ่มร้อนที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอดหลายเดือน ตั้งแต่หย่ากันไป ผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนดอกไม้ที่ผลิบานขึ้นจากซากปรักหักพัง เธอสวยขึ้น เฉี่ยวขึ้น และเป็นอิสระจากเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจยอมรับได้!
"พิม... อย่าดื้อกับผม" ปรัมัตถ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โน้มตัวลงใช้วัสดุราคาแพงกั้นกลางระหว่างเขากับเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับความดุดันเฉพาะตัวแผ่ซ่านเข้าจู่โจมประสาทสัมผัส "คุณรู้ดีว่าผมไม่ได้อยากถอดแบรนด์ของคุณออก ผมแค่อยากให้คุณ... ยอมรับบัตรเชิญพิเศษที่ผมส่งให้ในฐานะ 'แขกวีไอพีส่วนตัว' ไม่ใช่ในฐานะผู้ร่วมงานทั่วไป"
"น่าเสียดายนะคะที่ฉันไม่มีเวลาว่างพอจะไปนั่งเป็นตุ๊กตาดินน้ำมันให้ใครชื่นชมเล่น" พิมพรรณเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปัดป้องสายตาเร่าร้อนที่มองสำรวจเรือนร่างเธออย่างจาบจ้วง "โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีมารยาทพอที่จะเคาะประตูก่อนเข้าห้องทำงานคนอื่น"
ปรมัตถ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหนา "ปากเก่งขึ้นเยอะนี่พิมพรรณ สงสัยการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวจะทำให้คุณกล้าหาญขึ้นมาก... แต่ระวังตัวหน่อยเถอะครับ ลูกแฝดวัยสามขวบที่บ้านกำลังน่ารักน่าเอ็นดู ถ้าเกิดคุณไม่มีเวลาดูแลพวกเขาขึ้นมา เพราะมัวแต่หลบหน้าสามีเก่า... เอ๊ย อดีตสามีอย่างผม มันคงน่าเสียดายแย่"
คำพูดนั้นทำให้พิมพรรณสะท้านเฮือก ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความตื่นตระหนก ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยอัตโนมัติ มือเรียวเผลอกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ปรัมัตถ์รู้เรื่องลูกแล้วงั้นเหรอ? หรือเขาแค่ขู่?
"คุณหมายความว่ายังไง!" พิมพรรณเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว
ปรมัตถ์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน กลิ่นกายหอมกรุ่นสะอาดสะอ้านของเธอยังคงปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างไร้ความปรานี นิ้วแกร่งเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอแก้มบางอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงแหบพร่าชวนสั่นสะท้าน
"ผมหมายความว่า... คืนนี้ เจอกกันที่งาน 'Luxe Elegance Gala' ถ้าคุณไม่มา... ผมจะไปรับคุณถึงที่บ้าน พร้อมกับไปทำความรู้จักกับ 'เจ้าตัวเล็ก' ทั้งสองคนด้วยตัวเอง... เลือกเอาครับ ว่าจะเดินเข้าไปหาผมดีๆ หรือให้ผมอุบ
หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 10
งานอีเวนต์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!