เสียงหัวเราะคิกคักใสราวกริ๊งเงินของเด็กน้อยที่ดังลอดมาจากห้องนั่งเล่น เปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่กำลังทิ่มแทงลงกลางหัวใจของพิมพรรณอย่างแม่นยำ ทุกๆ เสียงเอ่ยเรียก "คุณอาใจดี" ด้วยความตื่นเต้นและดีใจนั้น ยิ่งทำให้ปลายนิ้วเรียวที่กำลังถือถาดแก้วน้ำสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มไว้ คือร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้เคยถือดีและเย็นชาต่อเธอราวกับคนไร้หัวใจ บัดนี้เขากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมราคาแพงอย่างไม่ถือตัว บนตักกว้างมีหุ่นยนต์แปลงร่างรุ่นล่าสุดที่เพิ่งออกวางตลาดเมื่อวานซืนวางอยู่ ขณะที่สองแสบ—น้องไปป์และน้องปั้น—กำลังปีนป่ายรุมล้อมเขาด้วยความคุ้นเคยราวกับรู้จักกันมานานแรมปี ทั้งที่ความจริงแล้ว นี่เป็นเพียงสัปดาห์ที่สามเท่านั้นที่เขาเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ในชีวิตของพวกแก
"คุณอาขา! ตรงนี้ต้องประกอบแบบนี้สิคะ น้องปั้นทำเองน้า"
เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงเอ่ยเจื้อยแจ้ว พลางยื่นมือป้อมๆ ไปแย่งชิ้นส่วนพลาสติกจากเรียวหนาของปรมัตถ์ ชายหนุ่มไม่มีทีท่ารำคาญเลยสักนิด ตรงกันข้าม... แววตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความหมาngเมินและดูแคลนในอดีต กลับฉายแววอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสุขจนน่ากลัว เป็นความสุขที่เธอยังไม่เคยได้รับเลยสักครั้งตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะภรรยา
พิมพรรณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหน่วงหนักที่แล่นพล่านขึ้นมาจุกอก ความรู้สึกย้อนแย้งตีรวนอยู่ในอกจนยากจะหาคำใดมาบรรยาย อดีตสามีผู้ไม่เคยใส่ใจไยดีแม้กระทั่งวันที่เธอนอนป่วยไข้ กลับกำลังทำหน้าที่ "คุณพ่อ" (ในคราบคุณอา) ได้อย่างแนบเนียนและสมบูรณ์แบบ โดยที่เด็กๆ ไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าสายเลือดที่พวกเขากำลังคลอเคลียอยู่นั้นเข้มข้นเพียงใด
"ไปป์ครับ น้องปั้นครับ... มาดื่มน้ำผลไม้ก่อนรึเปล่าลูก เดี๋ยวคุณแม่จะดุเอานะครับ" พิมพรรณฝืนปั้นเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้อง พร้อมกับวางถาดแก้วลงบนโต๊ะกลาง
สองพี่น้องหันมามองมารดาด้วยสายตาออดอ้อย ทว่าร่างเล็กๆ ทั้งสองกลับไม่ได้ขยับหนีห่างจากอ้อมกอดอุ่นของปรมัตถ์เลย น้องไปป์เอื้อมมือไปจับชายเสื้อสูทราคาแพงของชายหนุ่มไว้แน่น ราวกับกลัวว่า "คุณอา" คนนี้จะหายตัวไป
"คุณแม่ขา ให้คุณอาอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันนะฮะ คุณอาสัญญาว่าจะต่อหุ่นยนต์ตัวใหญ่ให้เสร็จด้วย" เด็กชายอ้อนวอนด้วยดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากบิดาไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ทรงอิทธิพลต่อหัวใจของเธอเหลือเกินในยามที่มองตรงมา
พิมพรรณเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธเคืองและความหวาดระแวงในอดีตยังคงกรีดลึกอยู่ในความทรงจำ เธอยังไม่พร้อม—ไม่อาจทำใจยอมรับได้ง่ายๆ ว่าผู้ชายที่เคยผลักไสเธอลงสู่นรกโลกันต์ จะมีสิทธิ์กลับมารับความสุขสบายและความรักอันบริสุทธิ์จากลูกๆ ของเธอได้อย่างหน้าตาเฉยเช่นนี้
"คุณอาเขามีงาน1มากมายต้องไปทำค่ะลูก อย่าไปรบกวนคุณอาเลยนะคะ" พิมพรรณพยายามใช้เหตุผล น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดพอที่จะให้เด็กๆ เข้าใจ แม้ลึกๆ จะรู้ดีว่ามันไม่ได้ผลกับคนหน้าด้านอย่างปรมัตถ์
ชายหนุ่มค่อยๆ วางชิ้นส่วนของเล่นในมือลง แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา แววตาคมคลาคล่ำไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละน้อย กลิ่นกายคุ้นเคยผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงโชยเข้าแตะจมูก จนพิมพรรณต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
"ผมไม่มีธุระที่ไหนสำคัญไปกว่าที่นี่แล้วครับ... คุณพิม" ปรมัตถ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และจงใจเน้นย้ำสรรพนามที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ "อีกอย่าง ลูกๆ เรียกร้องขนาดนี้แล้ว ในฐานะผู้ใหญ่ใจดี... ผมคงปฏิเสธไม่ได้หรอกจริงไหมครับ?"
คำพูดนั้นไม่ได้หมายถึงเด็กๆ เท่านั้น แต่สายตาคู่คมที่กวาดมองสำรวจริมฝีปากสั่นระริกของเธอกลับสื่อความหมายลึกซึ้งไปไกลกว่านั้น พิมพรรณหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้ ปรมัตถ์!" เธอกัดฟันกระซิบลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว ยามที่เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเกือบแนบชิด "ที่นี่บ้านฉัน กรุณากลับไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไป"
ปรมัตถ์ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจและท้าทาย ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ สะกิดความทรงจำวาบหวามในอดีตให้ตื่นขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
"เชิญตามสบายเลยครับคุณพิม... แต่ผมเกรงว่า รปภ. ของคุณคงไม่กล้าแตะต้องพ่อของเด็กๆ หรอกนะ" เขากระซิบเสียงพร่า แววตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "จริงไหมครับ... น้องไปป์ น้องปั้น? คุณพ่อขออยู่ทานข้าวด้วยคนนะลูก"
สิ้นคำพูดหน้าไม่อายนั้น สองแสบก็ประสานเสียงร้อง "เย้!" ออกมาพร้อมกันอย่างร่าเริง โดยไม่รับรู้เลยว่า สงครามประสาทระหว่างมารดาผู้เด็ดเดี่ยวกับอดีตสามีผู้กำลังสำนึกผิดและคลั่งรักกำลังปะทุขึ้นอย่างดุเดือดแค่ไหนในวินาทีนี้
พิมพรรณได้แต่ยืนแข็งทื่อ กำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ เธอจะไม่มีวันยอมให้เขากลืนกินชีวิตที่เธอสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาเด็ดขาด!
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดปากขับไล่เขาให้ออกไปให้พ้นหน้า เสียงออดหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ปรมัตถ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ขณะที่พิมพรรณขมวดมวลคิ้วด้วยความสงสัยว่าใครกันที่มาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้
หญิงสาวผละจากอ่างล้างหน้าเพื่อเดินไปเปิดประตู โดยมีร่างสูงของอดีตสามีเดินตามติดมาด้วยความระแวดระวัง ทันทีที่บานประตูไม้สีขาวถูกเปิดออกกว้าง ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ทำเอาลมหายใจของพิมพรรณสะดุดกึก และทำให้รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของปรมัตถ์เลือนหายไปในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนนี้นจะสร้างความประทับใจให้ทุกท่านเช่นเคยค่ะ!
หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 27
กามเทพตัวน้อยใจอ่อน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!