"คุณมาทำอะไรที่นี่..."
เสียงของพิมพรรณขาดหายไปในลำคอ เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม่ใช่แขกไม่ได้รับเชิญอย่างที่เธอหวาดระแวง แต่กลับเป็นภานุ ทนายความหนุ่มใหญ่ผู้เป็นทั้งที่พึ่งและเพื่อนสนิท ทว่าความโล่งอกยังไม่ทันได้แผ่ซ่านทั่วทรวงอก ร่างสูงใหญ่ของปรมัตถ์ที่ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลังเธอก็ขยับกายเข้าประชิดอย่างถือวิสาสะ
บรรยากาศหน้าประตูห้องชุดหรูหราพลันคุกรุ่นขึ้นมาทันที อุณหภูมิรอบกายราวกับถูกบีบให้สูงขึ้นด้วยสายตาคมกริบของอดีตสามีที่วัดรอยเท้ามองภานุอย่างไม่ปิดบังความไม่พอใจ
"ผมผ่านมาแถวนี้พอดี เลยแวะเอาเอกสารเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูรอบใหม่มาให้พิมตรวจทานครับ... และดูท่าทาง ผมคงมาถูกจังหวะเสียด้วยสิ" ภานุเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าสายตาคมปลาบนั้นจงใจทอดมองไปยังมือหนาของปรมัตถ์ที่ยังคงวางค้างอยู่บนกรอบประตูใกล้กับแผ่นหลังของหญิงสาว ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของกลายๆ
"ขอบคุณค่ะคุณภานุ ดึกดื่นแบบนี้ยังอุตส่าห์เอามาให้..." พิมพรรณรีบถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากปรมัตถ์ ทว่าความเร่งรีบประกอบกับพื้นกระเบื้องขัดมันวาว ทำให้ข้อเท้าข้างที่เคยเคล็ดจากการวิ่งตามลูกแฝดเมื่อกลางวันเกิดพลิกซ้ำอย่างรุนแรง
"โอ๊ย!"
ร่างบางเซถลาทรุดลงไปกองกับพื้น ใบหน้าหวานเหเกด้วยความเจ็บปวดจนเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม
"พิม!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมกันจากชายหนุ่มทั้งสองคน แต่คนที่ไวKกว่ากลับเป็นปรมัตถ์ ร่างสูงของอดีตสามีพุ่งเข้ามาประคองร่างของเธอขึ้นแนบอกอย่างไม่ลังเล ราวกับสัญชาตญาณดิบในตัวสั่งให้เขาทำเช่นนั้นก่อนที่สมองจะทันได้ประมวลผล
"ปล่อยฉันค่ะคุณปริ๊นซ์ ฉันเจ็บข้อเท้า ไม่ได้เป็นอะไรตรงอื่น" พิมพรรณกัดฟันกรอดพยายามขัดขืน มือเรียวผลักไดอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้ม แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะสู้แรงของอดีตประธานหนุ่มผู้เอาแต่ใจได้
"อย่าดื้อน่าพิม! นั่งเฉยๆ เถอะถ้าไม่อยากให้มันบวมเป่งไปมากกว่านี้" ปรมัตถ์เอ็ดเสียงดุ ทว่าแววตาที่มองลงมากลับเจือความห่วงใยและสำนึกผิดอย่างปิดไม่มิด เขากวาดสายตามองภานุด้วยหางตาก่อนเอ่ยเสียงเรียบ "ขอบคุณสำหรับเอกสารครับคุณภานุ ดึกมากแล้ว ทางที่ดีคุณควรกลับไปพักผ่อนได้แล้วล่ะครับ นี่มันเรื่องภายในครอบครัวของเรา"
ภานุกัดกรามแน่น ขบกรามเป็นสันนูนด้วยความเจ็บใจที่ไม่ออกจากปาก แต่เมื่อเห็นสายตาที่พิมพรรณส่งสัญญาณเป็นเชิงบอกให้เขากลับไปก่อน ทนายหนุ่มจึงจำใจต้องพยักหน้ารับ "งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพิม มีอะไรโทรหาผมได้ตลอดเวลา"
ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง ปรมัตถ์อุ้มหญิงสาวเดินตรงไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้องอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลายเป็นแก้วเจียรไนเปราะบางที่พร้อมจะแตกสลายคามือ
เขาวางเธอนั่งลงบนเบาะนุ่มอย่างระมัดระวัง ก่อนจะคุกเข่าลงเบื้องหน้า ปลดเปลื้องรองเท้าคัทชูสีดำออกจากเรียวขาเนียนสวยอย่างถือวิสาสะ นิ้วแกร่งแตะลงบริเวณข้อเท้าที่เริ่มบวมชวนให้ใจหาย
"เจ็บมากไหม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม แผ่วเบาจนแทบกระซิบ ความเย่อหยิ่งเย็นชาเมื่อหลายเดือนก่อนมลายหายสิ้น เหลือเพียงความร้อนรนในแววตาที่สะท้อนเงาของเธออยู่เต็มเปี่ยม
"ถอยไปค่ะคุณปริ๊นซ์ ฉันจัดการเองได้" พิมพรรณพยายามดึงขาหนี แต่ความเจ็บแปล๊บทำให้เธอต้องหลุดเสียงซีดปากออกมา ปรมัตถ์จึงถือโอกาสนั้นรวบข้อเท้าเธอไว้มั่น
"อย่าดื้อ พิม... ขอร้องล่ะ"
คำพูดอ้อนวอนจากปากของผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้เยื่อใย ทำให้พิมพรรณชะงักงัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเสน่หา แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวต่ออณูความใกล้ชิดที่กำลังกัดกินเกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นอย่างยากลำบาก
ปรมัตถ์หยิบเจลประคบเย็นจากตู้เย็นที่เขาเดินไปหยิบมาอย่างคุ้นเคย (เพราะเคยมาช่วยดูแลเด็กๆ บ่อยครั้งในช่วงหลัง) นำมาประคบเบาๆ ที่ข้อเท้าเรียว ความเย็นจัดตัดกับความร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่กุมข้อเท้าเธอไว้ ทำให้พิมพรรณต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ
สายตาของเขาลึกล้ำเกินกว่าที่เธอจะกล้าสบมอง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟมุมห้องสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่มีหยาดเหงื่อซึมเล็กน้อย กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเย้ายวนของผู้ชายเต็มตัวแผ่ซ่านอยู่รอบกาย จนอากาศภายในห้องราวกับถูกสูบหายไป
"มองอะไรคะ..." เธอกลั้นใจถาม เสียงสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
"มองคนที่ฉันเคยโง่เง่าปล่อยให้หลุดมือไป..." ปรมัตถ์เงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววเจ็บปวดร้าวรานอย่างถึงที่สุด "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ฉันไม่เคยรู้เลยว่าการไม่มีเธออยู่ข้างๆ มันทรมานขนาดนี้ พิม... ให้โอกาสฉันได้แก้ตัวอีกครั้งเถอะนะ"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดคำนี้ ปริ๊นซ์!" พิมพรรณแค่นหัวเราะ น้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น "สายไปแล้วค่ะ คนเราไม่ได้ยืนรออยู่ที่เดิมตลอดเวลาเพื่อรอให้คุณหันมามองหรอกนะ"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจของปรมัตถ์ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนร่างสูงสะท้านสะเทือน แต่แทนที่จะถอยหลัง อดีตสามีกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด
มือหนาเลื่อนจากการกุมข้อเท้าขึ้นมาสัมผัสเรียวขาเนียนผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา ลูบไล้ขึ้นมาอย่างช้าๆ ทว่าหนักแน่นและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกดเก็บไว้มานาน นิ้วเรียวเกลี่ยไล้ต้นขาอ่อนจนพิมพรรณสะดุ้งสุดตัว
"คุณจะทำอะไร ปริ๊นซ์... อื้อ!"
คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อปรมัตถ์ขยับกายลุกขึ้นคร่อมทาบทับร่างของเธอบนโซฟาตัวยาว ปิดกั้นทางหนีด้วยแผงอกกว้างและอ้อมแขนที่แข็งแกร่งดั่งกรงเหล็ก ริมฝีปากหนาร้อนผ่าวประกบจูบลงมาบนเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว
จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นความโหยหา ดุดัน และเว้าวอน ราวกับคนกระหายน้ำที่พบโอเอซิสกลางทะเลทราย พิมพรรณเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อรสจูบอันคุ้นเคยแต่แสนเร่าร้อนนั้นเริ่มชักนำสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอย
มือหนาสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวย บังคับองศาให้เธอน้อมรับสัมผัสที่ลึกล้ำยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนรุกรานกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและขื่นขมผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก แรงต่อต้านที่เคยมีค่อยๆ ละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจปลุกเร้า
สตรีใต้ร่างหอบสะท้าน มือเรียวที่เคยทุบอกกว้างแปรเปลี่ยนเป็นขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวต่อต้าน บัดนี้กลับอ่อนยวบยาบภายใต้พันธนาการแห่งเสน่หาที่อดีตสามีบรรจงถักทอขึ้นอย่างชำนาญ
ปรมัตถ์ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าหน้าผากของเขากลับแนบชิดติดกับหน้าผากมน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ สายตากรุ้มกริ่มทว่าจริงจังมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
"ปากบอกว่าเกลียดฉัน..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก นํ้าเสียงเต็มไปด้วยความเย้ายวนที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "แต่ร่างกายเธอกำลังบอกว่า... คิดถึงฉันไม่แพ้กันเลยนะ พิมพรรณ"
"คนหน้าด้าน..." เธอเค้นเสียงด่าได้แค่นั้น ก่อนที่ริมฝีปากหนจะกดจูบซ้ำลงมาอีกครั้ง หนักหน่วง เร่าร้อน และลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางค่ำคืนที่ความใกล้ชิดกำลังหลอมละลายกำแพงทิฐิของคนทั้งคู่ลงทีละน้อย
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังวาบหวามและเคลิบเคลิ้มถึงขีดสุด เสียงกุกกักบางอย่างจากหน้าประตูห้องนอนใหญ่กลับดังขึ้นขัดจังหวะ!
ปรมัตถ์ชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด ขณะที่พิมพรรณหน้าถอดสี รีบผลักอกเขาออกสุดแรงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าใครอยู่ในห้องนั้น
แกร็ก...
บานประตูห้องนอนแง้มเปิดออกช้าๆ ปรากฏร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดนอนลายการ์ตูน ขยี้ตาปอยๆ เดินงัวเงียออกมา พร้อมกับเสียงสะليมเล็กๆ ที่เอ่ยเรียกชื่อมารดาด้วยความงัวเงีย
"หม่ามี๊ฮะ... น้องปั้นฉี่ฉี่... เอ๊ะ? ปะป๊าก็มาด้วยเหรอฮะ?"
--------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครทุกตัวด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 28
อุบัติเหตุสร้างเรื่อง
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!