หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 29

รอยจูบแห่งการไถ่บาป

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
ความเงียบงันภายในห้องพักส่วนตัวของเรือนรับรองหลังใหญ่ ช่างหนักอึ้งเสียจนเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานยังฟังดูคล้ายเสียงถอนหายใจยาวนาน พิมพรรณพยายามเบือนหน้าหนีจากกรอบหน้าคมสันที่โน้มเข้ามาใกล้จนเกินระยะปลอดภัย ทว่าแผ่นหลังบอบบางของเธอกลับแนบชิดติดกับบานประตูไม้เนื้อแข็งที่ถูกปิดตาย ไม่มีทางหนี ไม่มีช่องว่างให้หลบหลีก มีเพียงอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสลาย ยืนค้ำยันฝ่ามือทั้งสองข้างไว้กับบานประตูกั้นขังเธอไว้ในวงแขน "คุณปรมัตถ์... ถอยไปค่ะ" น้ำเสียงของพิมพรรณพยายามรักษาความแข็งกร้าวเอาไว้ให้มากที่สุด ทว่าปลายเสียงกลับสั่นพร่าอย่างน่าสมเพช ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกยามเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังทอดมองเธอด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความโหยหา สำนึกผิด และไฟปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ปรมัตถ์ไม่ยอมขยับเขยื้อน ปลายจมูกโด่งคมของเขาอยู่ห่างจากแก้มเนียนใสเพียงคืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงที่เธอเคยคุ้นเคยในยามค่ำคืนเมื่อหลายปีก่อน กำลังปลุกเร้าความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบมันลงหลุมลึกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างไม่ "พิม..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำลอดไรฟัน ชายหนุ่มหลับตาลงชั่วขณะราวกับกำลังอดกลั้นต่อแรงอารมณ์บางอย่างที่ถาโถมเข้าใส่หัวใจ เขาเคยคิดว่าตัวเองคือผู้กำหนดเกมชีวิต เคยคิดว่าการสลัดผู้หญิงคนนี้ออกไปจากทะเบียนสมรสจะเป็นอิสระที่หอมหวานที่สุด แต่ทว่า... ยิ่งเขาเข้าใกล้ ยิ่งได้เห็นความเด็ดเดี่ยวและหยาดน้ำตาที่ถูกกลืนกลับลงไปในลำคอของเธอ เขากลับยิ่งตระหนักว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาได้ทำลายเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตทิ้งไปอย่างโง่เขลาเพียงใด "เราหย่ากันแล้วนะคะ และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะให้คุณมาล่วงเกินตามอำเภอใจได้อีก" เธอย้ำสถานะด้วยหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นส่ำ ยิ่งเขาเข้าใกล้มากเท่าไหร่ หัวใจที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้าขึ้นมาปกป้องตัวเองก็ยิ่งสั่นคลอน "รู้... ฉันรู้ดีว่าเราหย่ากันแล้วพิมพรรณ" ปรมัตถ์ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นลุกโชนด้วยประกายไฟที่ร้อนแรงจนน่ากลัว "แต่ร่างกายของเธอ... หัวใจของเธอ... มันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยสักนิด" สิ้นคำพูดนั้น ปรมัตถ์ก็ไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้เอื้อnคำปฏิเสธใดหลุดรอดออกมาอีก ริมฝีปากหยักหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างอุกหาญและโหยหา สัมผัสแรกเปี่ยมไปด้วยความรุนแรงของความคิดถึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลลึกล้ำที่คอยชักนำให้สติสัมปชัญญะของพิมพรรณหลุดลอย พิมพรรณเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กทั้งสองข้างระดมทุบลงบนอกแกร่งเพื่อผลักไส แต่มันกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของชายหนุ่ม ปรมัตถ์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างประคองท้ายทอยเรียวระหงบังคับให้เธอยอมรับรสจูบอันวาบหวามที่เขาพยายามส่งผ่านความสำนึกผิดทั้งหมดลงไป รสจูบที่ทั้งหวานล้ำ ร้อนแรง และเจือด้วยรสเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่ซึมออกมาจากหางตาของพิมพรรณ มันคือสัมผัสที่เธอโหยหามาตลอดสามปีเต็ม ความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่โอบกอด ร่างกายกำยำที่เบียดชิดเข้ามาจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน และลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้ม กำแพงความเย็นชาที่เธอเพียรสร้างพังทลายลงในพริบตา ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนยวบ ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยลง ปลายเรียวลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจกลับทำให้เธอเผลอเผยอริมฝีปากตอบรับความเร่าร้อนนั้นอย่างลืมตัว เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม ปรมัตถ์ไล้ริมฝีปากลงมาตามลำคอระหง ลากไล้ฝากรอยจูบสีจางไว้บนผิวเนื้อเนียนนุ่มที่สั่นสะท้านภายใต้ปลายนิ้วของเขา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดมลายหายสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบแห่งความเป็นชายที่ต้องการครอบครองและผูกมัดผู้หญิงตรงหน้าเอาไว้ให้อยู่ในอาณัติชั่วนิรันดร์ มือหนาเลื่อนลงโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่าง พิมพรรณส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อมือซุกซนของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้า เธอพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อผลักอกเขาออกไป ทว่าความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมากลับทรยศต่อจิตใต้สำนึก สัมผัสคุ้นเคยที่เธอไม่เคยลืมเลือนกำลังทำให้เธอดำดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาที่เขาเป็นผู้ชี้นำ แต่ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งอารมณ์กำลังแผดเผาทั้งสองร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับเสียงระฆังเตือนสติจากโลกแห่งความเป็นจริง! "คุณปริ๊นซ์คะ... คุณป้าให้มาตามลงไปรับประทานอาหารค่ะ..." เสียงหวานใสของญาติผู้ใหญ่หรือใครสักคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง ทำให้พิมพรรณสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต สติที่หลุดลอยกลับคืนมาในฉับพลัน เธออกแรงผลักอกแกร่งสุดแรงเกิดจนปรมัตถ์เซถอยหลังไปสองก้าว ดวงตากลมโตแดงก่ำเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและละอายใจ หญิงสาวรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากบวมเจ่อของตัวเองอย่างลวกๆ พรางถอยกรูดไปจนชิดมุมห้อง ปรมัตถ์ยืนหอบหายใจหนักหน่วง นัยน์ตาสีเข้มมองเธอนิ่งสนิทด้วยความเสียดายที่ถูกขัดจังหวะ แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเข้าไปหาเธออีกครั้ง ประตูห้องที่ไม่ได้ลงกลอนก็ถูกผลเปิดออกโดยฝีมือของผู้มาใหม่ที่ถือวิสาสะผลักเข้ามา "อ้าว... คุณพิมอยู่ในนี้ด้วยเหรอคะ นึกว่าคุณปริ๊นซ์อยู่คนเดียว..." เสียงหวานหยดย้อยเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างระหงของ 'ศจี' นางแบบสาวชื่อดังและเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของคุณแม่ปรมัตถ์ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่าสายตากลับกวาดมองสภาพยุ่งเหยิงของทั้งคู่ด้วยความรู้สึกเคลือบแคลงสงสัย พิมพรรณสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ เธอเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำจากรสจูบเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ "ค่ะ พอดีฉันมีธุระคุยกับคุณปรมัตถ์เรื่องเอกสาร... ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะคะ" พูดจบ พิมพรรณก็ก้าวเดินสวนทางศจีออกไปจากห้องทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายหางตามองอดีตสามีที่ยืนหน้าตึงเครียดอยู่เบื้องหลัง ปรมัตถ์กัดกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญ แต่ทว่า... สายตาของเขาเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นพรมใกล้กับปลายเท้าของศจี มันคือสร้อยข้อมือเงินเส้นเล็กจี้รูปตัว 'P' ที่หลุดร่วงมาจากข้อมือของพิมพรรณในจังหวะที่เธอยื้อยุดผลักไสเขาเมื่อครู่ และที่ตัวจี้... มีรอยสลักชื่อย่อภาษาอังกฤษซ่อนอยู่ พร้อมกับล็อกเก็ตเปิดปิดขนาดจิ๋วที่เผยให้เห็นภาพถ่ายใบเล็กข้างใน ปรมัตถ์ก้มลงหยิบสร้อยเส้นนั้นขึ้นมาพิจารณา หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อดันเผลอไปกดเปิดล็อกเก็ตออก ภาพถ่ายขาวดำขนาดจิ๋วของเด็กแฝดชายหญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า... หน้าตาของเด็กทั้งสองคนถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกับเขาราวกับส่องกระจกเงา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครทุกตัวด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%