หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 22

พิสูจน์ให้เห็นกับตา

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีที่พิมพรรณตั้งใจชงเพื่อปลุกความตื่นตัวให้กับตัวเองในยามสาย ถูกละเลยไว้บนเคาน์เตอร์ครัวจนไอร้อนระเหยจางหายไปจนหมดสิ้น เมื่อร่างสูงสง่าของประธานหนุ่มแห่งวัฒนธรรมพงศ์ภักดี ยังคงยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินอยู่กลางห้องรับแขก ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชา ไร้เยื่อใย และมองผู้คนราวกับเป็นเพียงฝุ่นผง บัดนี้กำลังเบิกกว้างด้วยความระทึก พร่าเลือน และเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกมหาศาลที่ตีรวนจนจุกแน่นอยู่ในอก ภาพของอดีตสามีผู้เคยผลักไสเธอออกจากชีวิตอย่างไร้ความปรานี ยามนี้กลับดูเปราะบางและไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น "แม่ฮะ... หิวน้ำจัง" เสียงเล็กใสแจ๋วที่ติดจะงัวเงียเล็กน้อย ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนแขกที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องพักชั่วคราว ร่างป้อมปูของเด็กชายวัยสามขวบในชุดนอนลายการ์ตูนยับยู่ยี่ ก้าวเดินออกมาด้วยความง่วงงุน มือป้อมข้างหนึ่งขยี้ตาแก้ความง่วง ส่วนอีกข้างถือตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวโปรดไว้แน่น ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบปริบๆ เพื่อปรับโฟกัสกับแสงสว่างภายนอก ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะกวาดมองหาบุคคลที่เขาคุ้นเคยที่สุดในยามตื่นนอน พิมพรรณสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความตื่นตระหนกพุ่งพล่านจนลมหายใจสะดุด เธอลืมสนิทว่าห้องพักแขกอยู่ใกล้กับห้องรับแขกมากแค่ไหน และเธอก็ประเมินความไวของลูกชายต่ำเกินไป! "ไปป์คะ... มานี่เร็วกลางห้อง ลูกตื่นแล้วเหรอคนเก่ง มาหาแม่ทางนี้ค่ะ" พิมพรรณรีบก้าวเท้าเข้าไปหาลูกชายด้วยความร้อนรน น้ำเสียงที่พยายามดัดให้เป็นปกติสั่นเครือเล็กน้อยจนสังเกตได้ เธอพยายามจะกางแขนโอบอุ้มร่างเล็กให้เบี่ยงเบนความสนใจออกจากผู้ชายอีกคนที่ยืนแข็งค้างอยู่ไม่ไกล ทว่า... ทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว ปริ๊นซ์ไม่ได้ยินเสียงเรียกของพิมพรรณแม้แต่น้อย โลกทั้งใบของเขาหยุดหมุนลงตรงวินาทีที่เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้ากับเขาพอดี ลมหายใจของประธานหนุ่มขาดห้วงไปดื้อๆ ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในโสตประสาทอย่างรุนแรง หน้าผากกว้างรับกับโครงหน้าคมคาย จมูกโด่งรั้นที่เป็นสันคม ดวงตากลมโตที่ฉายแววหยิ่งทะนงเล็กๆ แม้ในยามงัวเงีย และริมฝีปากหยักได้รูปที่แม้แต่รอยบึ้งตึงยังถอดแบบมาจากเขาราวกับแกะ ไม่ต้องใช้ผลตรวจดีเอ็นเอ ไม่ต้องมีกระดาษใบลับใดๆ มายืนยัน... ทุกสัดส่วนบนใบหน้าของเด็กชายคนนี้ คือสำเนาถูกต้องของ 'ปรมัตถ์' ตอนอายุสามขวบไม่มีผิดเพี้ยน! "นะ... หน้าตา..." ปริ๊นซ์พึมพำออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน ลำคอตีบตันจนกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เขารู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้าอย่างจัง ความจริงที่ถูกปิดตายด้วยความเงียบงันและความเย่อหยิ่งของตนเองในอดีต กำลังพุ่งเข้ากระแทกความรู้สึกอย่างบ้าคลั่ง เด็กคนนี้... ลูกของเขาอย่างนั้นหรือ? เลือดในกายของปริ๊นซ์ร้อนรุ่มขึ้นมาทันที มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความเจ็บปวดร้าวรานผสมผสานกับความตื่นตะลึงระคนสำนึกผิดที่โถมซัดเข้ามาจนแทบกระอักเลือด ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตอยู่บนความมั่นใจที่โง่เง่า คิดว่าตนเองเป็นผู้กระทำ เป็นฝ่ายบอกเลิก เป็นฝ่ายสะบัดก้นเดินออกจากชีวิตของผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าน่าเบื่อหน่ายและไร้ค่า โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยแม้แต่นิดเดียวว่า ในท้องของพิมพรรณในวันที่เซ็นใบหย่า... มีอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโตขึ้นมาโดยมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอยู่ในนั้น! "คุณปริ๊นซ์... กรุณากลับไปซะค่ะ" พิมพรรณรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ดึงร่างของน้องไปป์เข้าหากอดแนบอก ป้องกันไม่ให้ลูกชายต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของอดีตสามี แววตาของเธอแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยร่องรอยของความหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด "พิม..." ปริ๊นซ์เปล่งชื่ออดีภรรยาออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคมเข้มที่เคยราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ บัดนี้กลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เขาพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาอดีตภรรยาและเด็กชายในอ้อมแขน ราวกับคนละเมอ "เด็กคนนี้... ลูกของเราใช่ไหมพิม?" "ไม่ใช่ค่ะ!" พิมพรรณปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง ไม่มีทีท่าของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป "เด็กคนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณทั้งสิ้น เขาเป็นลูกของฉัน เป็นแก้วตาดวงใจของฉันคนเดียว กรุณาอย่ามากล่าวอ้างอะไรส่งเดช!" "โกหก!" ปริ๊นซ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเจือความเจ็บปวดและร้าวลึกจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "หน้าตาเขาชัดเจนขนาดนี้ พิมคิดจะหลอกฉันไปถึงไหน หู ตา จมูก ปาก... ทุกอย่างมันฟ้องอยู่ทนโท่ว่าเขาคือสายเลือดของฉัน พิมใจร้ายเกินไปแล้วนะ ปิดบังเรื่องลูกกับฉันได้ยังไง สามปี... เธอปล่อยให้ฉันใช้ชีวิตอยู่บนความโง่เขลาโดยไม่รู้เลยว่าฉันมีลูกชายที่น่ารักขนาดนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ!" "แล้วใครเป็นคนผลักไสฉันล่ะคะ?!" พิมพรรณระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อล้นคลอหน่วยแต่ไม่ยอมร่วงหล่น ความอัดอั้นตันใจตลอดสามปีที่ผ่านมาถูกปลดปล่อยผ่านแววตาที่เด็ดเดี่ยวและเจ็บปวด "วันที่ฉันตั้งท้องอ่อนๆ วันที่คุณเซ็นใบหย่าและโยนมันใส่หน้าฉันอย่างไม่ใยดี คุณเคยสนใจไหมว่าฉันจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร? คุณบอกว่าฉันน่ารำคาญ คุณไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นเหมือนหมูเหมือนหมา แล้วตอนนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามหาความเป็นพ่อ คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่นิดเดียว ปริ๊นซ์!" ถ้อยคำเชือดเฉือนและเต็มไปด้วยแผลเป็นในอดีตพุ่งเข้าปักอกของประธานหนุ่มราวกับคมมีด ปริ๊นซ์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เขายืนนิ่งงัน ปล่อยให้ความจริงอันโหดร้ายตบหน้าฉาดใหญ่ ความเย่อหยิ่งและทิฐิที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าต่อหน้าอดีตภรรยาและลูกชาย "คุณแม่ครับ... ผู้ชายคนนี้เสียงดังจัง ไปป์กลัว..." น้องไปป์ซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอของมารดาด้วยความหวาดหวั่น มือเล็กๆ กำเสื้อของพิมพรรณแน่น พร้อมกับช้อนตามองหน้าชายแปลกหน้าด้วยความระแวดระวัง คำพูดประโยคเดียวของลูกชาย เปรียบเสมือนศ an สิทธิ์ที่ปักลงกลางใจของคนเป็นพ่อ ปริ๊นซ์สะอึกเฮือก เขารู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาจับใจที่ทำให้เด็กชายตัวน้อยต้องมีแววตาหวาดกลัวเวลาที่มองมาที่เขา "ไปป์ลูก... ไม่ต้องกลัวนะคะ ไม่มีอะไรค่ะคนเก่ง" พิมพรรณกอดปลอบลูกน้อยด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่เฉียบขาดไร้เยื่อใย "ถ้าคุณเห็นแก่หน้าลูก หรือยังมีความละอายใจเหลืออยู่บ้าง กรุณากลับออกไปจากห้องนี้ซะ... และอย่ากลับมาให้พวกเราเห็นหน้าอีก" พูดจบ พิมพรรณก็อุ้มลูกชายหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอน เพื่อตัดขาดการสนทนาที่บั่นทอนจิตใจนี้เสียที ทว่า... ในวินาทีที่พิมพรรณกำลังจะก้าวเท้าหนี ปริ๊นซ์ที่ยืนนิ่งมาตลอดกลับพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเรียวเอาไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แม้เขาจะไม่ได้ออกแรงบีบจนเธอเจ็บ แต่สัมผัสที่อบอุ่นและสั่นเทานั้นกลับกักขังเธอไว้ได้อย่างชะงัด "ปล่อยนะคะ!" พิมพรรณหันมาตวาดเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ "ฉันไม่ปล่อย..." ปริ๊นซ์เอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของเธอ แววตาคมกริบที่มองมาเต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน "พิมจะเกลียดฉัน จะตบตีฉัน จะด่าว่าฉันยังไงก็ได้... แต่พิมจะไม่มีวันพรากลูกไปจากฉันได้อีกเด็ดขาด" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจังจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมเลื่อนจากใบหน้าของพิมพรรณ ลงมามองเด็กชายในอ้อมแขนที่กำลังกอดคอแม่แน่น ก่อนที่มุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มทั้งที่ในดวงตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา "ในเมื่อพิมบอกว่าฉันไม่มีสิทธิ์..." ปริ๊นซ์เว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของอดีตภรรยาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความดุดันและเอาแต่ใจแบบฉบับเจ้าพ่อวงการธุรกิจ "งั้นคืนนี้... เรามาพิสูจน์ให้เห็นกันจะๆ ไปเลยดีไหม ว่าเด็กคนนี้ถอดแบบมาจากสำเนาใบหน้าของฉันกี่เปอร์เซ็นต์... และในเมื่อฉันเพิ่งรู้ตัวว่ามีลูกชายสุดที่รัก ฉันก็คงต้องทวงคืนทั้งแม่และลูกกลับเข้าตระกูลวัฒนธรรมพงศ์ภักดีพร้อมๆ กันในคืนนี้เลย!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ของตัวละครไปพร้อมๆ กันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%