“คุณปริ๊นซ์คะ... ดิฉันคิดว่าเราคุยกันชัดเจนแล้วนะคะว่าเขตพื้นที่ส่วนตัวของพิม ไม่ควรมีเงาของอดีตสามีมาป้วนเปี้ยนอีก”
ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อรถเข็นสินค้าสแตนเลสสตีลคันใหญ่ถูกมือหนาของอดีตสามีถือวิสาสะเข้ามายึดกุมไว้ ปรมัตถ์ในชุดสูทสีเข้มที่ถอดเนกไทออกอย่างไร้ระเบียบ ยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหน้าพิมพรรณด้วยแววตาที่สั่นระริก เจือด้วยความเว้าวอนที่ผู้หญิงอย่างเธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งจนมองเธอเป็นแค่อากาศธาตุ
“ผมไม่ได้มารบกวนคุณในฐานะสามีเก่าครับพิม... ผมมาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจีบคุณใหม่” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นคงที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี ไม่มีฟอร์ม ไม่มีมาดประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล เหลือเพียงความจริงใจดิบๆ ที่น่ากลัว... น่ากลัวว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างเป็นหินผาของเธอจะเริ่มสั่นคลอน
พิมพรรณเม้มริมฝีปากแน่น เผลอกำสายสะพายกระเป๋าถือในมือจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอกวาดสายตามองรอบกาย พนักงานจัดเรียงสินค้าแอบอมยิ้มและซุบซิบ ขณะที่ ‘เจน’ เพื่อนสนิทของเธอที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย กลับทำตัวเป็นกองเชียร์ตัวยัยตัวแสบ ยืนกอดอกพิงชั้นวางแยมผลไม้แล้วส่งสายตาพิฆาตเชิงกดดันมาให้เธอ
“แหม... พิมคะ รถเข็นคันนี้มันหนักนะ ให้คุณปริ๊นซ์เขาช่วยเถอะ นานๆ จะเห็นท่านประธานพันล้านมาบริการฟรีแบบนี้นะคะ” เจนจงใจลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้แกมเอ็นดูในความพยายามที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของอดีตเพื่อนเขยคนนี้
“เจน! แกอยู่ข้างใครกันแน่ฮะ” พิมพรรณหันไปถลึงตาใส่เพื่อนรัก แต่เจนกลับยักไหล่ไม่ยี่หล่า แถมยังกระซิบกระซาบเบาๆ แต่ได้ยินกันทั่วว่า
“ฉันอยู่ข้างความหล่อ ความรวย และความพยายามของเขาค่ะคุณเพื่อน... ผู้ชายสำนึกผิดและคลั่งรักจนยอมทิ้งศักดิ์ศรีแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ ในตลาดหุ้นหรอกนะแก”
ปรมัตถ์ยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ทรงเสน่ห์จนพิมพรรณต้องเบือนหน้าหนี หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะด้วยความโกรธปนหวั่นไหว สัปดาห์ก่อนเขาเพิ่งส่งช่อดอกไม้กุหลาบสีขาวช่อมหึมามาส่งที่อพาร์ตเมนต์ทุกวัน สัปดาห์นี้เขากลับลงทุนขับรถมาช่วยเธอจ่ายตลาด แถมยังจำรายละเอียดปลีกย่อยได้แม่นยำว่าลูกแฝดชอบนมรสชาติไหน และเธอแพ้สารกันบูดในอาหารประเภทใดบ้าง
ความใส่ใจที่ถูกชดเชยย้อนหลัง... มันช่างน่าขันและน่าร้าวรานในเวลาเดียวกัน ในวันที่เธอไม่ต้องการความรักจากเขาแล้ว เขากกลับเทมันกองไว้แทบเท้าจนล้นปรี่
“ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีงานทำ ก็เชิญกลับไปบริหารบริษัทของคุณเถอะค่ะ ปล่อยฉันกับลูกไปตามทางของเราเถอะ” พิมพรรณพยายามสะบัดเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอดึงรถเข็นกลับมาหาตัวแล้วก้าวเดินหนีไปยังโซนผลิตภัณฑ์นมสด
ทว่าปรมัตถ์กลับก้าวตามมาติดๆ ร่างสูงใหญ่กักเธอไว้ระหว่างชั้นวางสินค้ากับแผงอกกว้าง ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกจนพิมพรรณต้องผะแผ่วถอยหลังหนี
“พิม... มองตาผมสิ” เสียงทุ้มนุ่มรangอ้อนวอนอย่างถึงที่สุด “คุณเกลียดผมได้ โกรธผมได้ หรือจะตบตีผมให้สาแก่ใจตรงนี้ก็ได้... แต่ขอร้องล่ะ อย่าทำเป็นมองไม่เห็นความตั้งใจของผมเลย”
“ความตั้งใจเหรอคะ?” พิมพรรณเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตโกรธเกรี้ยวรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสโดยไม่รู้ตัว ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกมา “คุณเพิ่งมาสำนึกได้ตอนนี้ มันสายไปแล้วค่ะปริ๊นซ์! ตอนที่ฉันนอนร้องไห้กอดท้องโตๆ อยู่คนเดียวตอนตีสาม คุณอยู่ที่ไหน? ตอนที่ฉันต้องอุ้มลูกไปหาหมอด้วยไข้สูงตามลำพัง คุณควงผู้หญิงคนอื่นไปดินเนอร์ไม่ใช่เหรอคะ!”
คำพูดบาดลึกนั้นราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจของปรมัตถ์ เขาสะอึกไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดที่เขาสมควรได้รับมันทุกประการ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนวลเนียน แต่พิมพรรณกลับเบี่ยงหน้าหลบราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา
“ผมรู้... ผมรู้ว่าผมมันเลวทรามแค่ไหนพิม” เขากระซิบเสียงพร่า สั่นเครือจนน่าใจหาย “ผมทรมานแทบคลั่งทุกครั้งที่หลับตาแล้วนึกถึงภาพที่คุณต้องเผชิญความโดดเดี่ยวเพราะความใจจืดใจดำของผม... ให้โอกาสผมเถอะนะ ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อและสามีที่ถูกต้อง แม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม”
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความเงียบโรยตัวลงมาท่ามกลางเสียงเพลงเบาๆ ในซุปเปอร์มาร์เก็ต เจนที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลแอบยกมือขึ้นปาดน้ำตาเบาๆ ด้วยความอินจัด พิมพรรณยืนหอบสะท้าน หัวใจบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ความพยายามของเขาตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่ผ่านมา... มันกัดเซาะกำแพงน้ำแข็งในใจเธอทีละน้อย จนตอนนี้มันแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไปแล้ว
แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของพิมพรรณกำลังอ่อนยวบลง และเธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรบางอย่าง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของปรมัตถ์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ปรมัตถ์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขากดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดี แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ยังสั่นรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยเบอร์เดิม พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนทางหน้าจอที่เด้งขึ้นมาสว่างวาบ
พิมพรรณบังเอิญกวาดสายตาไปเห็นข้อความนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ... และนั่นทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงในพริบตา
*‘ท่านประธานคะ... ผลตรวจ DNA ของเด็กแฝดทั้งสองคน ออกมาเรียบร้อยแล้วค่ะ ดิฉันส่งไฟล์แนบมาให้ทางอีเมลแล้วนะคะ’*
ดวงตาคู่สวยที่เคยมีหยาดน้ำตาคลอเบ้า เปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างและเย็นชาขึ้นมาทันทีทันใด พิมพรรณแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ทั้งต่อเขาและต่อความใจอ่อนโง่เง่าของตัวเองเมื่อครู่
“อ้อ... ที่แท้ความพยายามของคุณตลอดเดือนนี้ ไม่ใช่เพราะสำนึกผิดจากก้นบึ้งของหัวใจหรอกสินะคะปริ๊นซ์...” พิมพรรณถอยหลังกรูดออกจากวงแขนแกร่ง แววตาที่มองเขาเปลี่ยนเป็นศัตรูคู่อาฆาตในเสี้ยววินาที “แต่เป็นเพราะคุณเพิ่งแน่ใจต่างหากล่ะ ว่าเด็กสองคนนั้นคือทายาทสายเลือดแท้ๆ ของตระกูลวัฒนพงศ์ภักดี!”
ปรมัตถ์หน้าถอดสีทันที เขารีบก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความตื่นตระหนก “พิม! ฟังผมก่อน มันไม่ใช่แบบนั้น...”
“ไม่ต้องแก้ตัวค่ะ!” พิมพรรณตวาดกร้าวเสียงสั่นด้วยความโกรธจัดจนคนทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ตหันมามอง เธอยกมือขึ้นชี้หน้าอดีตสามี น้ำตาแห่งความเสียใจเมื่อครู่แห้งเหือดหายไป ถูกแทนที่ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน “จำใส่สมองของคุณไว้เลยนะคะปรมัตถ์... ต่อให้คุณจะพยายามจนพลิกแผ่นดิน หรือเอาเลือดหัวออกมากราบขอโทษฉัน เด็กสองคนนั้นก็ไม่มีวันเป็นของคุณ! อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องลูกของฉันแม้แต่ปลายนิ้ว!”
สิ้นคำประกาศิตอันเด็ดเดี่ยว พิมพรรณก็คว้าแขนเพื่อนสนิทแล้วสาวเท้าเดินหนีหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ปรมัตถ์ยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่กลางทางเดินซุปเปอร์มาร์เก็ต มือหนากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วปูดโปน หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อรู้ตัวว่า... ความลับที่เขาพยายามปิดบังและสืบหา กำลังจะกลายเป็นชนวนระเบิดทำลายล้างความสัมพันธ์ของพวกเขาให้พังพินาศไม่มีชิ้นดี
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครทุกตัวด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 31
ความพยายามไม่เคยทรยศใคร
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!