กลิ่นอายความเย็นฉ่ำของกาแฟคั่วบดชั้นดีภายในคาเฟ่กึ่งออฟฟิศย่านธุรกิจใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึมครึมระหว่างคนสามคนเบาบางลงได้เลยแม้แต่น้อย
พิมพรรณวางเอกสารสัญญาย่ามใหญ่ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดมัน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยฉายแววอ่อนล้าเล็กน้อย แต่กระนั้นเธอก็ยังคงรักษาท่าทีสง่างามและเด็ดเดี่ยวได้อย่างน่าทึ่ง ผิดกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ทนายภานุ เพื่อนสนิทผู้เปรียบเสมือนร่มคันใหญ่คอยกางกั้นมรสุมชีวิตให้เธอมาโดยตลอด
"เรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรและข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินหลังการหย่า ทางผมจัดการตรวจสอบให้เรียบร้อยแล้วครับพิม" ภานุเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แววตาที่เขามองเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและปรารถนาดีอย่างปิดไม่มิด "พิมไม่ต้องกังวลไปนะ... ไม่ว่าปรัตถ์หรือใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาพรากลูกไปจากพิมได้ทั้งนั้น ถ้าเขายังกล้ามนุษยสัมพันธ์คุกคามเธออีกล่ะก็ บอกผมได้เลย ผมพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างพิมและเด็กๆ เสมอ... ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะดูแลพวกคุณอย่างแท้จริง"
ปลายนิ้วเรียวยาวของทนายหนุ่มเอื้อมไปกุมมือบางของพิมพรรณไว้บนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่เจือด้วยความทะนุถนอมและจริงใจ ทว่าในขณะเดียวกัน มันก็เป็นภาพบาดตาบาดใจอย่างที่สุดสำหรับสายตาคู่คมกริบที่กำลังพุ่งตรงมาจากมุมมืดของร้าน
เคร้ง!
แก้วกาแฟเซรามิกถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรงจนของเหลวสีเข้มกระฉอก ปรมัตถ์ หรือ 'ปริ๊นซ์' ประธานหนุ่มแห่งวัฒนธรรมภักดีกรุ๊ป ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยโทสะที่พุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำด้วยพิษรักแรงหึงที่แผดเผาทุกอณูความรู้สึก เลือดในกายของเขาเดือดพล่านราวกับลาวาภูเขาไฟ ปรดปรานความเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เมื่อภาพบาดตาตรงหน้าคือชายอื่นกำลังกุมมืออดีตภรรยาของเขา—ผู้หญิงที่ตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้วว่ามีค่ามากกว่าลมหายใจของตนเองเสียอีก
ก้าวเท้ายาวๆ เพียงไม่กี่ก้าว ร่างสูงใหญ่ก็พุ่งเข้ามาประชิดโต๊ะตัวนั้นด้วยรัศมีคุกคามที่น่ากลัวจนลูกค้าโต๊ะข้างๆ ถึงกับต้องรีบหลบสายตา
"มือสกปรก1ของแก... กำลังจับใครอยู่ ปล่อยเดี๋ยวนี้!"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ปริ๊นซ์กระชากข้อมือของภานุให้หลุดจากการกุมมือพิมพรรณทันที แรงปะทะทำให้ทนายหนุ่มเซถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ภานุก็ตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายฉายแววหยันยิ้มเย็นชาใส่คู่กรณีอย่างไม่เกรงกลัว
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณปรมัตถ์ อดีตสามีผู้แสนจะ 'เย็นชา' จนปล่อยให้ภรรยาและลูกต้องเผชิญความลำบากคนเดียวนี่เอง" ภานุสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน จงใจเน้นคำว่าเย็นชาเพื่อขยี้ปมในอดีตของอีกฝ่าย "แปลกนะครับ คนที่เคยไม่เห็นค่าของเขาวันนี้กลับทำท่าทางหวงก้างเสียยิ่งกว่าอะไรดี... ถอยไปเถอะครับ ให้คนที่เขาเห็นคุณค่าและพร้อมจะดูแลปกป้องพิมจริงๆ ดีกว่า"
"แก!" ปริ๊นซ์พุ่งเข้าใส่ด้วยความบันดาลโทสะ หมัดล่ำสันเงื้อง่าเตรียมจะซัดเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของทนายหนุ่ม ทว่าเสียงหวานใสที่ตวาดกร้าวขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกลับทำให้หมัดนั้นต้องชะงักค้างกลางอากาศ
"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! ปริ๊นซ์!"
พิมพรรณผุดลุกขึ้นยืน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอมองอดีตสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและรังเกียจระคนกัน "คุณคิดจะทำบ้าอะไรของคุณ! นี่มันร้านกาแฟนะ! แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาอาละวาด มาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันกับเพื่อนฉันแบบนี้!"
ปริ๊นซ์หันขวับมามองหญิงสาว หัวใจของเขาเจ็บแปล๊บราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ร่องรอยความเย่อหยิ่งทระนงตนอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเว้าวอนและร้าวรานในดวงตาคู่นั้นที่พยายามอธิบาย
"พิม... พี่... พี่แคร์พิม... พี่ทนดูมันมาแตะต้องพิมไม่ได้" น้ำเสียงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไร้ฟอร์ม "ผู้ชายคนนี้มันคิดไม่ซื่อกับพิมนะพิม! ให้มันไปให้พ้นหน้าเถอะ..."
"คนที่ควรไปให้พ้นหน้า... คือคุณต่างหากล่ะ ปริ๊นซ์!" พิมพรรณสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่สะสมมานาน "ที่ผ่านมายังเจ็บไม่พออีกเหรอ? คุณทำลายทุกอย่างพังคามือไปหมดแล้ว และตอนนี้... ฉันกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่เขาให้เกียรติฉัน กรุณาอย่าทำตัวเป็นเด็กไร้เหตุผลแล้วไสหัวไปซะ!"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลึกลงไปในหัวใจของปริ๊นซ์จนชาดิ่ง เขายืนนิ่งงัน ร่างสูงใหญ่สั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย สายตาคู่นั้นทอดมองภรรยาที่เคยอ่อนแอ แต่วันนี้เธอกลับแข็งแกร่งดั่งหินผาและพร้อมจะผลักไสเขาออกไปจากชีวิตอย่างไม่ใยดี
ภานุขยับตัวเข้ามาบังหน้าพิมพรรณเล็กน้อยอย่างปกป้อง พร้อมกับเอ่ยเรียบๆ "คุณปรัตถ์ได้ยินแล้วสินะครับ เชิญกลับไปเถอะครับ ทางเรายังมีธุระต้องคุยกันอีกยาว"
ปริ๊นซ์หันกลับมาจ้องหน้าทนายหนุ่มเขม็ง นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความอาฆาตมาดร้ายและหึงหวงจนแทบคลั่ง เขากัดฟันกรอด ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความพ่ายแพ้และอารมณ์ดิบเถื่อนตีรวนอยู่ในอกจนยากจะควบคุม
ทว่า ในวินาทีที่ความอดทนของชายหนุ่มกำลังจะขาดผึ่งลงและเตรียมจะซัดหมัดใส่คู่แข่งหัวใจให้ราบคาบ เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วราวกับระฆังเงินก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังประตูทางเข้าคาเฟ่ ดึงสติของทุกคนให้หยุดชะงักลงทันที
"คุณพ่อขา... คุณแม่ขา... ทำไมมายืนตรงนี้กันนานจัง น้องไปป์กับน้องปั้นหิวไอศกรีมแล้วนะฮะ"
ร่างป้อมปลาดเปรียวของเด็กแฝดชายหญิงวัยสามขวบวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาพิมพรรณ โดยมีพี่เลี้ยงคอยเดินตามประכולประกบอยู่ห่างๆ ใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตากลมโตถอดแบบพิมพ์มาDจากปริ๊นซ์ราวกับแกะ ไม่มีผิดเพี้ยน!
ปริ๊นซ์ชะงักกึก ลมหายใจของเขาติดขัดทันทีที่กวาดสายตามองไปที่เด็กแฝดคู่นั้น หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อเสียงเล็กๆ ใสแจ๋วเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาหยุดหมุน
"คุณแม่ขา... น้าภานุบอกว่าจะพาไปกินไอติม แล้วคุณพ่อคนนี้... ใช่คุณพ่อใจร้ายที่เคยทำร้ายคุณแม่ร้องไห้หรือเปล่าฮะ?"
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครทุกตัวด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 32
อดีตคู่แข่งหัวใจ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!