เสียงกริ๊กแผ่วเบาของกลไกเหล็กขึ้นสนิม ไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือเสียงปิดตายกรงขังที่ดังขึ้นจากเบื้องล่าง
ความมืดสนิทราวกับน้ำหมึกไหลทะลักเข้ากลืนกินทุกตารางนิチของห้องใต้ดินใต้ซากเรือนโบราณ กลิ่นอับชื้นของดินโคลน กลิ่นสาบสราง และกลิ่นฉุนรุนแรงของคราบเลือดเก่าเก็บตีรวนขึ้นมาในโพรงจมูกจนน่าคลื่นไส้ ณัฐชาสูดหายใจเข้าลึกเกินไปโดยไม่ตั้งใจ ปอดของเธอจึงประท้วงด้วยอาการสำลักเบาๆ
"อย่าขยับสุ่มส่าห์ครับ หมอชา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของภาคินดังขึ้นใกล้จนชิด ใบหน้าของเขาเกือบจะแตะเข้ากับเส้นผมของเธอในความมืดมิดนี้ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ไม่ได้สร้างความอบอุ่น แต่มันกลับเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัวถึงขีดสุด ความร้อนจากร่างของชายหนุ่มแผ่ซ่านผ่านเสื้อโค้ตตัวหนา ตัดกับความเย็นเยือกของบรรยากาศรอบตัวราวกับเปลวเพลิงในห้องขังน้ำแข็ง
ณัฐชากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ มือเรียวบางภายใต้ถุงมือยางกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่องอเกร็ง ภาพจดหมายเตือนภัยและสัญลักษณ์ปริศนาที่เธอเพิ่งถอดรหัสได้ก่อนประตูเหล็กจะปิดตาย ยังคงหลอนสะท้อนอยู่ในมโนสำนึก... *มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่พวกเขาตกลงมาติดกับดักนี้*
"เราไม่ได้ติดอยู่ในนี้ตามลำพัง" เธอกระซิบ เสียงของแพทย์นิติเวชสาวสั่นน้อยมาก น้อยเสียจนถ้าไม่ใช่คนช่างสังเกตอย่างภาคินก็คงไม่มีทางสังเกตเห็น "คุณก็ได้ยินใช่ไหม... เสียงฝีเท้านั่น"
ภาคินไม่ตอบทันที ความเงียบงันที่ทอดตัวลงชั่วขณะเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา เขาขยับตัวอย่างระมัดระวัง เสียงเนื้อผ้าเสียดสีกับความมืดทำให้ณัฐชารู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดที่อันตราย มือใหญ่ของเขาเอื้อมมาสัมผัสข้อศอกของเธออย่างแผ่วเบา เป็นการเตือนสติโดยไร้ซึ่งคำพูด
"ความกลัวไม่ใช่เรื่องน่าอายหريكครับ หมอชา..." ภาคินกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปัดผ่านใบหูขาวสะอาดจนขนลุกชัน "โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ มันไม่ได้ใช้ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่แพทย์อย่างคุณคุ้นเคยเป็นเครื่องมือในการต่อรอง"
"ฉันไม่ได้กลัวสิ่งที่มองไม่เห็นหรอกนะคะ... อาจารย์ภาคิน" ณัฐชาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงพยายามเค้นความแข็งกร้าวมาอำพรางความสั่นไหว "ฉันกลัวความจริงที่ว่า... ใครบางคนกำลังเล่นสนุกกับความตายของมนุษย์ต่างหาก และหลักฐานชิ้นนั้น... ชิ้นที่ส่งตรงถึงโต๊ะทำงานของฉัน มันกำลังบอกว่าฉันคือเป้าหมายต่อไป"
ทันทีที่สิ้นเสียงของเธอ ความหนาแน่นของอากาศในห้องใต้ดินก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในความมืด บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวราวกับคลื่นความร้อนบนถนนยางมะตอย ทว่ามันกลับเย็นเยียบเสียดกระดูก
กึก... กึก...
เสียงลากบางอย่างหนักอึ้งดังขึ้นจากมุมมืดลึกเข้าไปในห้องใต้ดิน เสียงนั้นคล้ายกับเหล็กแหลมลากครูดไปกับพื้นปูนซีเมนต์ ลากยาว เชื่องช้า และจงใจคุกคามประสาทสัมผัส
ณัฐชารู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องให้เธอก้าวถอยหลัง แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับแผงอกกว้างของภาคินอย่างจัง ความแข็งแกร่งของเขากลายเป็นที่พึ่งพิงเดียวในวินาทีที่โลกทั้งใบพังทลาย
"จับมือผมไว้ครับ" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด ความลังเลใจเพียงเสี้ยววินาทีถูกแทนที่ด้วยความจำเป็น ณัฐชาจำต้องสอดมือเรียวของเธอเข้าไปในอุ้งมือที่อบอุ่นและแข็งกระด้างของเขาโดยปราศจากข้อโต้แย้ง
ฝ่ามือของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยด้านจากการถือตำราโบราณและอาคม แต่มันกลับให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างน่าประหลาด ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของทั้งคู่ประสานกันอย่างแนบแน่นนั้นเอง แสงไฟฉายแรงสูงจากมือของภาคินก็สว่างวาบขึ้น ตัดผ่านความมืดมิดโดยฉับพลัน!
แสงสีขาวสว่างจ้าสะท้อนภาพตรงหน้าให้ประจักษ์แก่สายตาจนทั้งคู่ต้องหรี่ตาลง
ใจกลางห้องใต้ดินที่ควรจะเป็นเพียงห้องเก็บของร้าง กลับปรากฏร่างของ... แท่นบูชาไม้สักทองแกะสลักลวดลายประหลาด คราบเลือดสีดำคล้ำแห้งกรังส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ บนแท่นบูชานั้น... มีแฟ้มคดีฆาตกรรมชุดล่าสุดที่ณัฐชาเพิ่งตรวจสอบเสร็จเมื่อวานนี้วางอยู่ พร้อมกับเส้นผมสีดำขลับกำใหญ่ที่ถูกถักเปียไว้ด้วยลวดทองแดงโบราณ วางทับอยู่บนหน้ากระดาษบันทึกผลชันสูตรของเธอเอง
ณัฐชาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ดวงตาของเธอจ้องมองไปที่กระดาษแผ่นนั้น ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีแดงฉานทับลงบนรายงานการแพทย์ของเธอ มันไม่ใช่หมึก... แต่มันคือเลือดสดๆ ที่เพิ่งถูกเขียนขึ้นใหม่ๆ
ข้อความสั้นๆ แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจระบุไว้ชัดเจนว่า:
*“หมอชาผู้บริสุทธิ์... หัวใจดวงนี้... ฉันจองไว้แล้ว”*
ก่อนที่ณัฐชาจะทันได้เปล่งเสียงกรีดร้อง ภาคินก็กระชากร่างของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซเข้าสู่อ้อมอกแกร่ง แววตาคมกริบของอาจารย์หนุ่มไม่ได้มองไปที่แท่นบูชา แต่เขากำลังจ้องเขม็งไปยังมุมอับสายตาหลังเสาปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่
ที่ตรงนั้น... เงาดำทึบรูปร่างคล้ายมนุษย์กำลังขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉีกยิ้มจนเกือบถึงใบหู ในแสงไฟฉายที่สั่นไหว... ใบหน้าของบุคคลปริศนาผู้นั้นสวมหน้ากากหนังมนุษย์ที่เย็บติดกันอย่างหยาบๆ และดวงตาคู่ที่มองตรงมายังณัฐชานั้น... เป็นดวงตาคู่เดียวกับที่เธอเคยเห็นในภาพถ่ายคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อน!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและลุ่มลึกนี้ร่วมกันนะครับ
สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 8
เสียงกระซิบในความมืด
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!