แสงไฟฉาย LED แรงสูงในมือณัฐชาสั่นไหวรุนแรงจนเงาทอดตัวยาวบิดเบี้ยวไปตามผนังปูนเปลือยของห้องใต้ดินร้าง กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ตีเข้าจมูกจนเธอต้องกลั้นหายใจ
เบื้องหน้าห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่าน หน้ากากหนังมนุษย์ที่เย็บติดกันอย่างหยาบๆ สะท้อนแสงไฟวับวาว ดวงตาสองข้างที่มองลอดผ่านรอยเย็บนั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อการเผชิญหน้าแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความคุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัว เป็นดวงตาคู่เดียวกับที่เธอเห็นในแฟ้มคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อสิบปีก่อน วันที่ครอบครัวของเธอถูกพรากไป
“ถอยไป, ณัฐชา!”
เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ ภาคินพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ของอาจารย์ด้านมานุษยวิทยาแผ่ไอเย็นเยียบออกมา มือหนาควักกริชโบราณจารอักขระขอมออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบทอประกายดุดันไร้ความปรานี เขามองตรงไปยังเป้าหมายด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่พร้อมปลิดชีพผู้ที่บังCาญล้ำเส้น
แต่ทว่า... เมื่อแสงไฟสาดส่องกระทบ ร่างในหน้ากากหนังกลับค่อยๆ จางสลายกลาย เป็นควันสีดำพวยพุ่งทะลุรอยแยกของเพดานปูนขึ้นไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
“ภาพลวงตา... อาคมขั้นสูง” ภาคินพึมพำเบาๆ ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นฉายร่องรอยความกังวลอย่างปิดไม่มิด
ณัฐชายืนนิ่งค้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมาจากอก ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปตามไขสันหลัง มือที่ถือไฟฉายสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อวัยเด็กไหลทะลักกลับเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ลมหายใจของเธอติดขัด ร่างกายเซถอยหลังโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับอ้อมแขนที่มั่นคงของภาคิน
ไม่มีคำพูดใดๆ ภาคินไม่ได้ผลักไส หรือกล่าวโทษความประมาทของเธอเหมือนทุกครั้ง มือใหญ่ที่เคยถืออาวุธกลับวางลงบนลาดไหล่บางเบาๆ ก่อนจะรั้งเธอเข้ามาชิดแนบอก แรงสั่นสะเทือนจากจังหวะการเต้นของหัวใจเขา ส่งผ่านเนื้อผ้าหนามาถึงแผ่นหลังของเธอ ราวกับต้องการสร้างเกราะกำบังจากโลกอันโหดร้ายภายนอก
“ตั้งสติ, หมอชา”
เสียงกระซิบของเขาอยู่ใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นที่รินรดข้างขมับทำให้สติที่กระเจิดกระเจิงของแพทย์หญิงสาวค่อยๆ กลับเข้ารูปเข้ารอย กลิ่นกายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและฝนตก ทำให้ความตื่นตระหนกลดทอนลงอย่างน่าประหลาด
พื้นที่จำกัดของซอกตึกแคบๆ หลังห้องใต้ดินที่พวกเขาถอยร่นเข้ามาหลบภัย ทำให้ความใกล้ชิดพุ่งทะยานถึงขีดสุด ณัฐชาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในความมลสลัว แสงไฟฉายที่กลิ้งตกลงบนพื้นสะท้อนขึ้นมาสาดใบหน้าคมคายของภาคินให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่มักถูกซ่อนไว้หลังรอยยิ้มเย้ยหยัน
ที่ตรงนี้... ไร้ซึ่งเกราะป้องกัน ไร้ซึ่งสถานะทางสังคมหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และไสยเวท มีเพียงความเปราะบางของมนุษย์สองคนที่ต่างฝ่ายต่างแบกรับแผลเป็นในอดีตไว้คนละฝั่ง
“คุณ... รู้ใช่ไหมว่ามันคือใคร?” ณัฐชาเอ่ยถาม เสียงของเธอยังคงแหบพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นที่ไม่มีวันลดละ
ภาคินก้มมองเธอนิ่งนาน แววตาคู่คมไหววูบไปชั่วขณะ นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้ณัฐชาชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
“มีบางเรื่องที่ต่อให้รู้ความจริง... มันก็เจ็บปวดเกินกว่าที่เราจะรับไหว, ณัฐชา” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึกและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน “ผมไม่อยากดึงคุณลงมาในหลุมดำนี้... แต่ดูเหมือนคุณจะก้าวล้ำเส้นเข้ามาลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับเสียแล้ว”
“ฉันไม่ใช่เด็กน้อยที่จะต้องให้ใครมาปกป้องนะ, อาจารย์ภาคิน” เธอยังคงพยายามรักษาศักดิ์ศรีด้วยการเชิดหน้าขึ้น แม้ว่าความอ่อนแอจะเกือบทำลายกำแพงในใจลงราบคาบ “และฉันต้องการคำตอบ... ว่าทำไมคนๆ นั้นถึงมีหน้าตาเหมือนกับฆาตกรเมื่อสิบปีก่อน”
ภาคินถอนหายใจยาว แววตาฉายความรู้สึกซับซ้อนยากจะคาดเดา เขายังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากหัวไหล่ของเธอ ราวกับกลัวว่าหากปล่อยไป... หญิงสาวตรงหน้าจะแตกสลายหายไปกับความมืด
“เพราะว่าคนๆ นั้น... ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเราทั้งคู่ยังไงล่ะครับ” เขาเอ่ยประโยคที่ทิ้งปริศนาอันดำมืดไว้ในความเงียบ
ก่อนที่ณัฐชาจะได้ซักไซ้ต่อ เสียงฝีเท้าฝ่าเศษซากปูนที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากด้านนอกก็ดึงสติของทั้งคู่ให้กลับมาสู่สถานการณ์ความเป็นความตายอีกครั้ง ภาคินดึงเธอกลับมาแนบชิดติดผนัง ปิดปากเธอด้วยมือหนาเพื่อระงับเสียงลมหายใจ พร้อมกับยกกริชในมือขึ้นเตรียมพร้อม
แสงไฟจากปลายทางเดินสาดส่องเข้ามาวูบหนึ่ง เผยให้เห็นเงาของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูลับที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับกลิ่นหอมหวานของดอกราตรีที่ลอยมาแตะจมูก... กลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนศพในคดีล่าสุด
ณัฐชากลั้นหายใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อภาคินค่อยๆ ขยับปากกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่เบาหวิวแต่เฉียบคมดั่งใบมีด
“อย่าส่งเสียง... และเตรียมใจไว้ให้ดี เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่น คือเจ้าของรอยแผลเป็นบนหน้าอกที่คุณพยายามค้นหาความจริงมาตลอด... สามีเก่าของคุณที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน”
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงแห่งความมืดและอาคมนี้ด้วยกันนะครับ
สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 9
รอยแผลที่ปิดไม่มิด
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!