สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 12

ใต้ชายคาเดียวกัน

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
ความมืดระดับศูนย์เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือผืนผ้าใบสีดำสนิทที่รอให้ความหวาดกลัวมาแต้มสีสัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ลากยาวมาจากบันไดหนีไฟไม่ได้หยุดลงที่หน้าประตู แต่มันหยุดลงตรงหน้าห้องเก็บศพสำรอง ชั้นเจ็ดที่พวกเขายืนอยู่ ปลายจมูกของแพทย์หญิงณัฐชาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและกลิ่นธูปสาบสางที่ลอยมาตามช่องลม ระบบระบายอากาศฉุกเฉินส่งเสียงครางฮือต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามในลำคอของสัตว์ร้าย "มือถือของคุณ... เปิดไฟฉายไม่ได้ใช่ไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำของอาจารย์ภาคินกระซิบชิดริมหูในความมืด แรงลมจากการขยับตัวของเขาทำให้เส้นผมของเธอไหววูบ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายที่เบียดชิดกันในพื้นที่จำกัด "สัญญาณล่ม และระบบรหัสผ่านอิเล็กทรอนิกส์ถูกบล็อกทั้งหมด พวกมันไม่ได้แค่จะมาขโมยศพ... พวกมันรู้ว่าเราอยู่ข้างใน" ณัฐชาตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความสั่นพร่า ปลายนิ้วเรียวของเธอสัมผัสความเย็นเฉียบของด้ามมีดผ่าตัดสแตนเลสในกระเป๋าเสื้อกาวน์ ในจังหวะที่เงาตะคุ่มเริ่มทาบทับลงบนกระจกฝ้าหน้าห้อง ภาคินไม่รอช้า มือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอด้วยแรงกระชับที่มั่นคงและเด็ดขาด แรงดึงนั้นฉุดร่างระหงให้พุ่งตามเขาไปหลบหลังชั้นวางเวชภัณฑ์เหล็กกล้าขนาดใหญ่ กลิ่นโคโลญจน์ผสมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ จากตัวเขาเคล้าคลอไปกับกลิ่นออนเซ็นของความตายภายนอก เสียงฝีเท้าหยุดลง ตามด้วยเสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* เสียงไขกุญแจด้วยเครื่องมือช่างดังลอดเข้ามาในความเงียบ ภาคินโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้ม "หมอชา... ถ้าพวกมันเปิดเข้ามา คุณต้องวิ่งไปที่ช่องระบายอากาศด้านหลัง อย่าหันหลังกลับเด็ดขาด" "แล้วคุณล่ะคะ... เอ่อ... คุณล่ะครับ" ณัฐชาเกือบเผลอหลุดคำพูดเคยชินออกไป ดวงตากลมโตภายใต้ความมืดมองเห็นเพียงนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นที่เป็นประกายวาววับอย่างน่าประหลาด เขาไม่ได้กลัว... ในทางกลับกัน เลือดในกายของศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาผู้นี้กลับกำลังสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นเร้าใจของนักล่า "ผมมีวิธีต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเสมอครับ" ภาคินยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เธอสัมผัสได้แม้ในความมืด ก่อนที่เขาจะปล่อยมือจากข้อมือเธอแล้วก้าวออกไปจากเงาสลัว *ปัง!* ประตูเหล็กถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยพละกำลังมหาศาล ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทสามร่างพุ่งเข้ามาพร้อมกับอาวุธมีดสั้นที่สะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีแดงริצוรี่ ทว่า ก่อนที่พวกมันจะทันได้กวาดสายหาเป้าหมาย ภาคินก็พุ่งตัวเข้าประชิดร่างแรกอย่างรวดเร็วดั่งเสือดาว สะบัดข้อศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแม่นยำ พร้อมกับท่องคาถาภาษาขอมโบราณด้วยน้ำเสียงกังวานต่ำ ลมพัดกรรโชกในห้องปิดตายจนกระดาษเวชภัณฑ์ปลิวว่อน ความชุลมุนกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นก่อนที่เงาทั้งสามจะถอยร่นออกไปอย่างไร้ทิศทางเมื่อระบบไฟสำรองกลับมาติดสว่างพรึบอีกครั้ง แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสาดส่องลงบนคราบเลือดหยดเล็กๆ บนพื้น และร่างของภาคินที่ยืนหอบหายใจเล็กน้อย กระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกแข็งแกร่งและรอยแผลเป็นจางๆ ณัฐชากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก เธอเดินเข้าไปหาเขา ชันสูตรความปลอดภัยด้วยสายตา "คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" ภาคินหันมามองเธอนิ่งนาน แววตาคมกริบนั้นฉายแววบางอย่างที่อ่านยาก "เป็นห่วงผมเหรอครับ หมอชา" "ฉันแค่อยากให้พยานปากสำคัญของคดีมีชีวิตรอดจนกว่าจะขึ้นศาลเท่านั้นเองค่ะ... ครับ" เธอแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ทำให้ข้อจำกัดเดิมสิ้นสุดลง โรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยออกคำสั่งย้ายทั้งคู่ออกนอกพื้นที่เพื่อความปลอดภัยชั่วคราว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด—การต้องมาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ณ บ้านพักรับรองโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นสมบัติเก่าแก่ของตระกูลภาคิน บ้านไม้สักทองสองชั้นทรงไทยประยุกต์โอบล้อมด้วยเงาไม้ยืนต้นสูงใหญ่ ส่งกลิ่นอายความเก่าแก่และวังเวงชอบกล ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาภายนอก เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคากระเบื้องดินเผายิ่งขับเน้นให้บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ณัฐชายืนกอดอกมองสำรวจห้องรับแขกที่มีกองหนังสือโบราณและเครื่องรางไสยเวทวางระเกะระระกะบนโต๊ะทำงานไม้ทึบ เธอถอนหายใจยาวเหยียด "นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดในการคุ้มพิทักษ์พยานที่คุณเสนอสินะคะ... ครับ?" "เรียกว่าเป็นการแชร์พื้นที่เพื่อความปลอดภัยร่วมกันจะดีกว่าครับ" ภาคินเดินถือแก้วกาแฟอุ่นสองแก้วเข้ามาในห้อง เขาถอดเสื้อสูทออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนตามท่อนแขนอย่างมีเสน่ห์แบบผู้ชายดิบๆ "บ้านหลังนี้มีห้องนอนสองห้อง ชั้นบนฝั่งซ้ายเป็นของผม ฝั่งขวาเป็นของคุณ กฎมีข้อเดียว... ห้ามเดินละเมอไปห้องผมตอนกลางคืน เพราะผมอาจจะไม่มีสติพอจะยับยั้งชั่งใจ" ณัฐชาหรี่ตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ "วางใจเถอะค่ะ... ครับ ฉันไม่มีรสนิยมเดินเข้าห้องเสือโคร่งที่รอขย้ำเหยื่อหรอกค่ะ" "ระวังคำพูดหน่อยนะครับ หมอชา..." ภาคินก้าวเข้ามาใกล้ ชิดเสียจนกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเขาลอยเข้าปะทะจมูก ร่างสูงก้มลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มราวกับเวทมนตร์สะกด "บางที... เสือตัวนี้อาจจะไม่ได้อยากขยื่อเหยื่อ แต่มันแค่อยากให้เหยื่อเดินเข้ามาหาเองต่างหาก" บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดและร้อนรุ่มในเวลาเดียวกัน ความใกล้ชิดที่ถูกบีบด้วยสถานการณ์ทำให้สนามแม่เหล็กขั้วตรงข้ามดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรง ณัฐชาผินหน้าหนีสายตาคู่นั้น หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในห้องผ่าตัด เธอรีบรับแก้วกาแฟจากมือเขาแล้วเดินเลี่ยงขึ้นชั้นบนทันที เวลาผ่านไปล่วงเข้ายามวิกาล เสียงฝนภายนอกซาลงเหลือเพียงเสียงหริ่งเรไรและสายลมเย็นเยียบ ณัฐชานั่งอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องนอนของเธอ เอกสารชันสูตรศพของเหยื่อรายล่าสุดถูกกางออก แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องให้เห็นรอยสักอักขระปริศนาบนผิวหนังที่เธอสเก็ตช์ขึ้นมาใหม่ เธอนวดขมับด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะตัดสินใจเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารเพิ่มเติมที่ห้องสมุดชั้นล่าง บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดสาดส่องเป็นทางยาว ณัฐชาก้าวเดินลงบันไดไม้อย่างระมัดระวัง เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะก้าวเท้า ทว่าขณะที่เธอกำลังจะเดินผ่านห้องทำงานของภาคิน ประตูห้องนั้นกลับเปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง และมีแสงไฟสีส้มสลัวลอดออกมา ด้วยความสงสัย เธอหยุดยืนหน้าประตูกล้าๆ กลัวๆ จะผลักเข้าไปดีหรือไม่ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังยืนหันหลังให้อยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา ไม่ใช่ภาคิน... ร่างนั้นผอมเกร็งและสวมชุดคลุมแปลกประหลาด ณัฐชากลั้นหายใจ ค่อยๆ เอื้อมมือผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้นเพื่อจะดูให้แน่ชัด ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ร่างนั้นไม่ได้กำลังค้นหาเอกสาร แต่กำลังใช้มีดหมอโบราณกรีดลงบนสมุดบันทึกหนังมนุษย์ของภาคิน เลือดสีแดงฉานไหลเยิ้มเปอะเปื้อนหน้ากระดาษ และเมื่อร่างนั้นหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ภายใต้แสงไฟสลัว ดวงตาทັງสองข้างของบุคคลปริศนาถูกควักออกจนกลายเป็นร่องลึกสีดำสนิท มีเลือดไหลรินออกมาไม่ขาดสาย! ก่อนที่เธอจะทันได้กรีดร้อง ร่างไร้ดวงตานั้นก็ยกยิ้มกว้างจนถึงใบหู แล้วเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด—เสียงที่ดังมาจากด้านหลังเธอเอง "ระวังตัวหน่อยสิครับ... หมอชา" *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาดำมืดนี้ไปกับผม หวังว่าทุกท่านจะยังคงกำความลับนี้ไว้แน่นจนกว่าจะถึงบทต่อไปนะครับ*
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%