กลิ่นอายความชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงบนถนนคอนกรีตผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าในห้องทำงานส่วนตัวของภาคิน มันสร้างบรรยากาศที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันสันจมูกโด่งเป็นคมและเงาโครงหน้าของศาสตราจารย์หนุ่มผู้เยือกเย็น
"ระวังตัวหน่อยสิครับ... หมอชา"
ประโยคทิ้งท้ายจากค่ำคืนก่อนยังคงดังก้องอยู่ในโสทประสาทของแพทย์หญิงณัฐชา เธอไม่ได้ถอยหลังหนี แต่กลับก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะทำงานของเขาอย่างถือดี สายตาคู่คมที่มักใช้มองหาความจริงบนร่างไร้วิญญาณในห้องผ่าศพ บัดนี้กำลังจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสนเท่ห์แต่คมกริบของชายหนุ่มตรงหน้า
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ อาจารย์ภาคิน" เสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ "จดหมายเตือนบนโต๊ะชันสูตร รอยสัญลักษณ์ประหลาดที่ข้อมือศพ... และสายตาที่คุณมองฉัน มันเหมือนกับคุณรู้อยู่แล้วว่าใครคือคนลงมือ"
ภาคินไม่ตอบในทันที เขายกแก้ววิสกี้สีอำพันขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่รีดเค้นความอดทนของแพทย์สาว รอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วขวาขยับเล็กน้อยยามที่มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย
"ความจริงมักจะน่ากลัวกว่าที่คุณคิดเสมอครับ หมอชา... โดยเฉพาะความจริงที่คุณพยายามวิ่งหนีมันมาตลอดสิบปี"
มือหนายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่ขอบกระดาษเริ่มเหลืองกรอบตามกาลเวลามาตรงหน้าเธอ บนปกแฟ้มมีตัวอักษรพิมพ์ดีดจางๆ ที่ถูกตีตราด้วยหมึกสีแดงฉานว่า *'ลับที่สุด'* และตัวเลขปีพุทธศักราชที่ณัฐชาเห็นแล้วหัวใจกระตุกวูบ
สิบปีก่อน... ปีที่เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ปริศนาคร่าชีวิตบิดามารดาและพี่ชายของเธอ
"นี่คืออะไรคะ..." ณัฐชาถามเสียงแผ่ว ความเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที มือเรียวที่สวมถุงมือยางยื่นออกไปสัมผัสแฟ้มเอกสารนั้นราวกับมันเป็นวัตถุอันตรายที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้า
"แฟ้มคดีฆาตกรรมตระกูลศิริวัฒนากุล... ครอบครัวของคุณเองครับ" ภาคินวางแก้วลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ฟังดูคล้ายเสียงฆ้อนพิพากษา "คดีที่ตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่คุณเองก็รู้อยู่แก่ใจดีนี่ครับ ว่ากลิ่นควันไฟในคืนนั้น มันเจือจางไปด้วยกลิ่นของควันธูปโบราณและอาคมสายดำ"
ณัฐชากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยความหวาดกลัวและคราบน้ำตาผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ เปลวเพลิงสีแดงฉาน เสียงกรีดร้อง และกลิ่นอายความตายที่เธอพยายามอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์มาตลอดชีวิต บัดนี้กำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมาด้วยหลักฐานที่เธอหวาดกลัวที่สุด
เธอเปิดแฟ้มออกอย่างมือสั่น ภาพถ่ายขาวดำของสถานที่เกิดเหตุ กระดาษรายงานการสืบสวน และภาพถ่ายร่างไร้วิญญาณของคนในครอบครัวปรากฏแก่สายตา แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด คือภาพถ่ายรอยสักยันต์โบราณบนแผ่นหลังของศพปริศนาที่ถูกพบในที่เกิดเหตุ... รอยสักเดียวกันกับที่เธอเพิ่งพบในคดีฆาตกรรมล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน
"เป็นไปไม่ได้..." เธอพึมพำ ใบหน้าซีดเผือก "ศพนั้น... ตำรวจบอกว่าเป็นคนเร่ร่อนสติไม่ดี แล้วทำไม..."
"เพราะมีคนจงใจจัดฉากให้มันเหมือนอุบัติเหตุไงครับ" ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังของเธอจนแผ่นหลังบอบบางสัมผัสกับไอ1อุ่นจากกายแกร่ง มือหนาวางทับลงบนแฟ้มเอกสารตรงหน้าเธอ กลิ่นกายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นล้อมรอบตัวเธอไว้ทุกทิศทาง "ฆาตกรคนเดิม... กำลังกลับมาเล่นเกมเดิมอีกครั้ง และเป้าหมายต่อไปของมัน... คือคนสุดท้ายของตระกูลศิริวัฒนากุล"
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของเธอแผ่วเบา ขณะที่กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความอันตรายที่ชวนให้ขนลุกซู่
"คุณคิดว่าคุณจะใช้แค่มีดผ่าศพและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์... สู้กับคนกลุ่มนี้ได้จริงๆ หรือครับ หมอชา"
ณัฐชาตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายและคำพูดที่ทิ่มแทงเข้าCตรงกลางความจริงที่เธอปิดบังไว้ เธอหันกลับไปสบตาเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ดวงตากลมโตฉายแววทั้งโกรธเกรี้ยวและสับสนระคนกัน
"แล้วคุณล่ะ... ภาคิน" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน "คุณเป็นใครกันแน่... อาจารย์มานุษยวิทยาผู้เชี่ยวชาญไสยเวท หรือเป็นหนึ่งในพวกมันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ตั้งแต่แรก!"
รอยยิ้มมุมปากของภาคินลึกขึ้น ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เขายื่นมือเรียวยาวออกไปไล้ปลายนิ้วเบาๆ ที่กรอบหน้าผากสลักเสลาของเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหยุดที่คางมนแล้วเชยขึ้นให้สบตากับเขาตรงๆ
"ถ้าผมเป็นหนึ่งในพวกมัน... ป่านนี้คุณคงไม่ได้มายืนถามคำถามนี้กับผมในห้องนี้หรอกครับ" เสียงกระซิบพร่าเลือนชวนใจสั่น "แต่ถ้าคุณอยากรู้ความจริงทั้งหมด... คุณต้องยอมเข้ามาในโลกของผม โลกที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ และโลกที่คุณจะต้องเดิมพันด้วยลมหายใจทั้งชีวิตของคุณเอง"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่เริ่มซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างดังขึ้นเรื่อยๆ ณัฐชากำมือแน่น ตัดสินใจที่จะไม่ถอยหลังกลับ ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นเหวนรกหรือกMกับดักของซาตานในคราบสุภาพบุรุษผู้นี้
"ตกลง..." เธอกล่าวลอดไรฟัน แววตาแน่วแน่ไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ "ฉันจะเล่นเกมนี้กับคุณ แต่ถ้าฉันรู้ว่าคุณโกหก... คนแรกที่จะต้องขึ้นเขียงผ่าศพใต้มีדของฉัน ก็คือคุณนี่แหละ อาจารย์ภาคิน"
ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เซ็กซี่และน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน เขากำลังจะเอ่ยปากตอบรับคำท้านั้น ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบและบรรยากาศอันตึงเครียดในห้องลงทันที ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ภาคินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะไม่มีใครกล้ามาเคาะห้องทำงานของเขายามวิกาลเช่นนี้ ยกเว้นแต่...
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทเปียกโชกไปด้วยหยาดฝน กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะจมูกก่อนที่บุคคลนั้นจะก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาเต็มตัว
ณัฐชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อแสงไฟสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้มาเยือน...
นั่นคือสารวัตรธนา ตำรวจมือปราบผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมล่าสุด ซึ่งในมือของเขากำลังถือวัตถุบางอย่างที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ... วัตถุที่ทั้งภาคินและณัฐชาจำได้ทันทีว่าเป็นของใคร
"อาจารย์... หมอชา" สารวัตรธนาหอบหายใจรัว ใบซีดเผือกด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกโพลงมองทั้งคู่ด้วยความหวาดกลัว "ผมเพิ่งไปตรวจค้นบ้านพักของพยานคนสำคัญ... และผมพบสิ่งนี้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขา"
สารวัตรหนุ่มแบมือออกเผยให้เห็นสิ่งของในมือ...
มันคือ "มีดหมอโบราณ" ด้ามงาช้างสลักลวดลายประหลาด ที่สลักชื่อย่อของ "ศาสตราจารย์ภาคิน" เอาไว้ที่โคนใบมีดอย่างชัดเจน!
...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 13
แฟ้มลับคดีเก่า
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!