สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 14

ความจริงครึ่งใบ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของชาสมุนไพรราคาแพง ลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของภาคิน แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีอำพันสาดส่องลงบนแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนและภาพถ่ายคราบเลือด แฟ้มที่แพทย์หญิงณัฐชากำลังถือมันอยู่สั่นน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความกลัว หากแต่เป็นแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายในอก "คุณกำลังใช้ความตายของเหยื่อเป็นเครื่องมือพิสูจน์ทฤษฎีไสยเวทบ้าๆ ของคุณ ภาคิน" เสียงของณัฐชาเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด เธอยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงานไม้สักทอง ดวงตาคู่สวยคู่นั้นจ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความผิดหวังและโกรธเกรี้ยว ปมในอดีตที่เธอสูญเสียครอบครัวไปกับพิธีกรรมปริศนาคอยกรีดแทงหัวใจเธอทุกครั้งที่เห็นชายคนนี้เข้าใกล้ความงมงายที่เธอเกลียดชัง ภาคินเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มที่ดูเนี๊ยบแต่แฝงไว้ด้วยความอันตราย ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกอย่างใจเย็น เขายังคงรักษาท่าทีสุขุม เย็นชา และระบายยิ้มมุมปากที่มักจะทำให้คนมองรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกอ่านใจจนหมดเปลือก "ความตายไม่ได้มีความหมายเดียวหรอครับ คุณหมอชา..." ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบแต่นิ่งสนิท ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวช้าๆ เข้าหาเธอ "สำหรับคุณ มันคือจุดสิ้นสุดของระบบชีววิทยา คือรอยแผลบนร่างที่ต้องชันสูตรเพื่อหาความจริงทางวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับผม... มันคือภาษาสื่อสาร ภาษาที่คนที่ตายไปแล้วพยายามกรีดร้องบอกความจริงที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง" "นั่นมันข้ออ้างของคนที่ไม่ยอมรับความจริง!" ณัฐชาถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่ของเขาเข้ามาประชิด พื้นที่ในห้องแคบลงถนัดตา "คุณก็แค่ใช้ความเชื่อทางไสยเวทมาบิดเบือนรูปคดี เพื่อปกปิดความจริงบางอย่าง... หรือแม้แต่ปกป้องคนที่คุณรู้จัก" ภาคินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่คืบ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความโกรธริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น จนถึงร่องอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็วของเธอ เขายิ้มเยาะเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะหยิ่นหยัน แต่เป็นความทึ่งในความดื้อรั้นที่ดึงดูดใจเขาเหลือเกิน "คุณฉลาดมากนะณัฐชา... แต่คุณฉลาดเกินกว่าจะมองเห็นหัวใจตัวเอง" ภาคินเอ่ยเสียงกระซิบต่ำทุบ ชิดริมหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้ม "คุณเกลียดไสยเวท เพราะมันพรากครอบครัวคุณไป... หรือคุณเกลียดผมกันแน่ ที่ทำให้คุณรู้ว่า โลกที่คุณพยายามสร้างด้วยตรรกะและเหตุผล มันพังทลายลงได้ง่ายดายแค่ไหน... เวลาที่อยู่ใกล้ผม" "ถอยไปนะ ภาคิน!" ณัฐชาเงื้อมือขึ้น หมายจะตบเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นเพื่อเรียกสติ แต่อาจารย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญไสยเวทไวภานยิ่งกว่า มือหนาคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้ได้อย่างแม่นยำ รั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกของเธอปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง แรงกระแทกนั้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด ณัฐชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามดึงข้อมือกลับแต่กลับถูกพันธนาการไว้ด้วยอุ้งมือที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ในระยะประชิดที่ไร้ซึ่งช่องว่าง ความโกรธเกรี้ยว ความอัดอั้น และอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง กลับถูกหลอมรวมด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ทั้งมืดดำและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน ภาคินไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว ใบหน้าคมคายโน้มลงมาหาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากหยักลึกประกบปิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังจะอ้าเอ่ยคำปฏิเสธ มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน... แต่มันคือการปะทะกันของสองวิญญาณที่ดึงดูดกันอย่างรุนแรง ภาคินบดขยี้ริมฝีปากลงมาด้วยความดุดันและเร่าร้อน เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาเพื่อกวาดต้อนความดื้อรั้นทั้งหมดของเธอ ณัฐชาครางประท้วงในลำคอ มืออีกข้างที่ว่างทุบลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความสับสนและอารมณ์ที่พวยพุ่งขึ้นมาในอก แต่ยิ่งเธอต่อต้าน เขากลับยิ่งรัดร่างเธอแน่นขึ้น มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอยของเธอ บังคับให้รับสัมผัสอันลุ่มลึกและอันตรายนี้อย่างจำยอม กลิ่นอายความเป็นชายและพลังอาคมจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวของภาคิน ทำให้สติสัมปชัญญะทางวิทยาศาสตร์ของแพทย์หญิงสาวหลุดลอย ร่างกายของเธออ่อนยวบลงในอ้อมแขนของเขาอย่างน่าใจหาย ความหอมหวานที่เจือด้วยความเจ็บปวดและแรงปรารถนาทำให้ห้องทั้งห้องราวกับหยุดหมุน ภาคินถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หอบหายใจรดกันและกัน ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจ ขณะที่ณัฐชายังคงยืนหอบสะท้าน ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ปั่นป่วนจนแทบตั้งสติไม่อยู่ "คุณมัน... คนอันตราย..." ณัฐชาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสั่นระริกด้วยความสับสน "จำไว้ให้ดี... ว่าตรรกะของคุณช่วยอะไรไม่ได้เลย เมื่ออยู่ต่อหน้าผม" ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงพร่าพร่า เสน่ห์แพรพราวแบบอันตรายฉายชัดในแววตา ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกห้องก็ทำลายความเงียบลงทันที ตามด้วยเสียงร้อนรนของสารวัตรธนาที่ตะโกนเข้ามา "อาจารย์ภาคิน! หมอชา! เปิดประตูเร็วเข้า! เราเพิ่งเจอศพเหยื่อรายที่สาม... และที่สำคัญ ร่างนั้นถูกวางไว้บนโต๊ะชันสูตรในห้องของหมอชาเอง!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%