กลิ่นอายจางๆ ของควันธูปไม้จันทน์และหยาดฝนที่ยังคงเกาะพราวอยู่บนกระจกหน้าต่างห้องทำงานของภาคิน ขับเน้นให้บรรยากาศยามวิกาลนี้ดูโดדเดี่ยวและอึมครึมเกินกว่าจะรับมือ
บนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เอกสารคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายชันสูตรถูกกางเกงทับด้วยสมุดบันทึกโบราณอักษรขอม แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาและตรึงหัวใจของคนทั้งคู่ไว้ในเวลานี้ มิใช่ร่องรอยอาคมหรือความลับดำมืดจากศพใด หากแต่เป็นระยะห่างระหว่างเขากับเธอ ที่บัดนี้มันแคบลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ออกซิเจนแทรกผ่าน
แพทย์หญิงณัฐชาถอนหายใจยาว แว่นตากรอบบางถูกถอดวางลงบนกองเอกสาร ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววความเด็ดเดี่ยวและยึดมั่นในหลักการทางวิทยาศาสตร์ บัดนี้กลับไหวระริกสะท้อนเงาเปลวเทียนในห้อง เธอกำลังเผชิญหน้ากับหลักฐานทางนิติเวชชิ้นสุดท้ายที่ปฏิเสธไม่ได้ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ารอยกรีดบนร่างผู้ตาย กลับเป็นความจริงในใจของเธอเอง—ความจริงที่ว่า กำแพงตรรกะที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกไสยเวทและจากผู้ชายคนนี้ กำลังพังทลายลงทีละน้อย
"คุณกำลังใช้เหตุผลบดบังความรู้สึกตัวเองอีกแล้วนะครับ หมอชา"
เสียงทุ้มต่ำนั่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ภาคินขยับตัวเข้าใกล้รุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างช้าๆ ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักคาถาโบราณจางๆ บนท่อนแขน แววตาคมกริบของศาสตราจารย์หนุ่มคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความเยือกเย็นหรือความถือดีอย่างเคย มีเพียงประกายความปรารถนาอันลุ่มลึกที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้มาดสุขุม
ณัฐชาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างคนพยายามหาทางหนีทีไล่ "ฉันเป็นแพทย์นิติเวชค่ะอาจารย์... ชีวิตของฉันอยู่กับข้อเท็จจริง ร่างกาย และบาดแผล ไม่ใช่ความเชื่อหรือ... พันธะที่คุณพยายามจะโยงมันเข้าหากัน"
"ข้อเท็จจริงงั้นหรือครับ?" ภาคินก้าวเข้ามาประชิดจนเธอต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือ เสียงของเขาพร่าต่ำและใกล้ชิดจนน่าอันตราย "แล้วข้อเท็จจริงที่ว่า หัวใจของคุณกำลังเต้นแรงจนผมได้ยินมันในตอนนี้ล่ะครับ... มันเป็นภาพลวงตาทางวิทยาศาสตร์ด้วยหรือเปล่า?"
นิ้วเรียวยาวของศาสตราจารย์หนุ่มเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยแต่กลับสร้างกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วร่าง ณัฐชานิ่งง้ำ เธอนิ่งค้างราวกับถูกมนต์สะกด ไม่ใช่เพราะอาคมไสยเวทใดๆ แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดทางจิตวิทยาและเสน่ห์อันเย้ายวนแบบอันตรายที่เธอปฏิเสธไม่ได้มาโดยตลอด
มือคู่นี้... มือที่เคยสัมผัสศพผู้เสียชีวิตมานับไม่ถ้วน มือที่เคยหยิบจับมีดผ่าตัดด้วยความมั่นคง บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อปลายนิ้วของเขาไล้ผ่านแนวแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ความสัมพันธ์สีเทาที่ต่างฝ่ายต่างพยายามรักษาระยะห่างในฐานะมืออาชีพ บัดนี้ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งอันเปราะบางนั้นไปเสียแล้ว
"เราต่างมีอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกัน ภาคิน..." ณัฐชาเอמהเสียงแผ่วเบา ราวกับพยายามใช้เหตุผลเฮือกสุดท้ายมาค้ำจุนสถานะ "การที่เราปล่อยให้ความรู้สึกนี้เข้ามาแทรกแซง... มันจะทำลายเราทั้งคู่"
"บางครั้ง... ความเสียหายที่งดงามที่สุด ก็คือการที่เรายอมพ่ายแพ้ให้กับสิ่งที่ฝืนมาตลอดนะครับ"
ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ กลิ่นอายเฉพาะตัวของไม้จันทน์และชาดำผสมผสานกับความดาร์กของบรรยากาศรอบตัว ทำให้สติสัมปชัญญะของณัฐชากระเจิงไปหมดสิ้น ดวงตาของเขาลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง และในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากดทับลงมาอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น ความลังเลทั้งหมดก็พลันมลายหายไป
มันไม่ใช่แค่จูบแห่งความเสน่หา ทว่ามันคือการประกาศพันธะทางใจที่ผูกมัดวิญญาณสองดวงเข้าด้วยกันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น มือบางที่เคยผลักไส บัดนี้เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวในยามที่โลกทั้งใบหมุนคว้าง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาด้วยความลุ่มลึกของอารมณ์ที่สะสมมานานแรมเดือน ร่างกายและจิตวิญญาณของทั้งคู่หลอมรวมเข้าหากันในความเงียบงันของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยปริศนา
ทว่า ในขณะที่ห้วงเวลาแห่งความลึกซึ้งกำลังดำเนินไปอย่างไร้รอยต่อ เสียงกุกกักแผ่วเบากอดรัดมาจากมุมมืดของห้องเก็บเอกสารด้านหลังชั้นหนังสือ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของลมฝน... แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่องเบา และกลิ่นอายของ "อาคมโลหิต" ที่คุ้นเคยกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวพวกเขาอย่างเงียบเชียบ
ภาคินชะงัก ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกจากเธออย่างรวดเร็ว แววตาที่เคยฉายแววความอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบดุจใบมีด มือซ้ายของเขาเอื้อมไปหยิบกริชโบราณใต้ลิ้นชักอย่างรวดเร็วในพริบตาเดียว พร้อมกับดึงร่างของณัฐชาให้มาหลบอยู่ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณนักล่า
ที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ซึ่งเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน... เงาร่างหนึ่งกำลังทาบประทับอยู่ รอยเลือดสีชาดถูกละเลงเขียนเป็นอักษรอาคมปริศนาสดๆ ร้อนๆ บนกระจก พร้อมกับข้อความทิ้งท้ายที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ:
*"คนที่พวกเธอพยายามปกป้อง... ตายไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่แล้ว"*
อรุณมนตราขาวขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงสู่บทที่ 28 นี้ด้วยกันนะครับ
สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 28
พันธะทางใจ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!