สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 29

การหายตัวไปของพยาน

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันธูปอบอวลอยู่ในห้องสืบสวนชั่วคราวของกองปราบปราม มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้รู้สึกสงบ หากแต่เป็นกลิ่นอายของความตายที่ถูกปลุกขึ้นมาหากินในยามวิกาล แพทย์หญิงณัฐชาขยับกรอบแว่นสายตา เลนส์ใสสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวล สมาธิของเธอจดจ่ออยู่กับแฟ้มเอกสารคดีบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงพลิกหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเลขาอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ามั่นคง พยานปากเอกของคดีไสยเวทมรณะ—อดีตสجีกขรผู้เคยร่วมในพิธีกรรมต้องห้าม—มีกำหนดการขึ้นให้การในอีกไม่ถึงสิบสองชั่วโมงข้างหน้า ชีวิตของชายคนนั้นคือกุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขไปสู่ตัวการใหญ่ ทว่าเวลานี้ ประตูห้องขังนิรภัยกลับว่างเปล่า "เขาไม่ได้หนีไปเองครับ... ร่องรอยการต่อสู้ไม่มี กล้องวงจรปิดทุกมุมในรัศมีหกสิบเมตรถูกลบข้อมูลในเสี้ยววินาทีเดียว เป็นฝีมือของคนที่มีทั้งอำนาจรัฐและอาคมระดับปรมาจารย์" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ภาคินก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับทอดเงาทาบทับร่างของแพทย์หญิงสาว รอยแผลเป็นที่หางคิ้วข้างขวาขยับเล็กน้อยยามที่เขาโน้มตัวลงมาใกล้ กลิ่นกายผสมผสานระหว่างชาดำและจันทน์หอมจางๆ ลอยมาแตะจมูก สร้างความปั่นป่วนในAuraรอบตัวณัฐชาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ณัฐชาเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความลับดำมืดไว้เสมอ เธอไม่ได้ถอยหนี แม้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอจะเหลือเพียงคืบเดียวก็ตาม "คุณรู้ดีอยู่แล้วนี่คะ... เอ่อ... ผมหมายถึง คุณรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ อาจารย์ภาคิน" ณัฐชาแก้คำพูดตนเองทันควัน เธอเกือบจะเผลอใช้สรรพนามเคยชินเสียแล้ว ความใกล้ชิดในคดีก่อนๆ สร้างรอยต่อสีเทาขึ้นในความสัมพันธ์ของพวกเขาเสมอ ทั้งดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกัน "คุณประเมินความเด็ดขาดของศัตรูต่ำไป หมอชา" ภาคินเหยียดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ความรู้ทางนิติเวชศาสตร์ของคุณช่วยพิสูจน์ร่องรอยการฆาตกรรมได้ก็จริง แต่บนสังเวียนนี้... กฎหมายและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นเพียงกระดาษชำระเปียกน้ำ เมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง" "แต่อย่างน้อย วิทยาศาสตร์ก็ไม่เคยโกหกเราเหมือนไสยเวทลวงโลกของคุณ" ณัฐชาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาเต็มความสูง ความสูงของเธอทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยยามสบตาเขา "พยานคนนั้นคือมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่หมากบนกระดานอาคมที่คุณกับพวกมันใช้เดิมพันกัน" ภาคินหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมปลาบวบวับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านยาก—ชื่นชมแกُมระAuraและท้าทาย เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยข้างแก้มของณัฐชาออกอย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ลมหายใจของแพทย์สาวสะดุดไปชั่วขณะ "ระวังคำพูดหน่อยครับ คนสวย... การที่คุณยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ โดยที่ยังไม่กลายเป็นศพรายต่อไป ก็เพราะมีผมคอยกางอาคมคุ้มหัวให้อยู่" เสียงกระซิบของเขาชิดริมหู แผ่วเบาแต่ทรงพลังจนขนลุกชัน "ถ้าอยากช่วยพยานของคุณคืนมาจริงๆ ล่ะก็... เลิกใช้สมองซีกซ้ายคิด แล้วมาใช้สัญชาตญาณดิบๆ แบบที่ผมสอนดีกว่าไหม" ณัฐชาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดปกติ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มผู้นี้ เธอกัดฟันกรอด ปัดมือเขาออกเบาๆ "ฉันไม่เคยพึ่งพาไสยเวท และจะไม่มีวัน..." ปัง! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวมาจากชั้นล่างของอาคาร แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราวลงมา ไฟนีออนกะพริบถี่ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง สร้างบรรยากาศราวกับนรกบนดิน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคлыบใกล้เข้ามาทางประตูห้องสืบสวน รวดเร็ว ดุดัน และไร้ซึ่งความลังเล ภาคินดึงร่างของณัฐชาเข้าหาตัวในเสี้ยววินาที ร่างบางปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและกลิ่นอายอันตราย มือหนาของเขาปิดปากเธอไว้พร้อมกับดันตัวเธอให้แนบชิดกับมุมมืดหลังตู้เก็บเอกสาร ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในความมืดมิด "ชูส์..." ภาคินกระซิบชิดริมหูเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." ณัฐชาหัวใจเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันทั้งอันตรายและเร้าใจในคราวเดียวกัน เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาในแสงสีแดงสลัว เห็นสันจاوโด่งเป็นคมและดวงตาที่กวาดมองไปที่ประตูด้วยความระแวดระวัง ลูกบิดประตูห้องสืบสวนค่อยๆ หมุนช้าๆ... เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอาดบาดลึกประสาท ทว่า ก่อนที่ประตูจะถูกผลเปิดออก ภาคินก็ก้มลงกระซิบประโยคที่ทำให้เลือดในกายของณัฐชาเย็นเฉียบลงทันที "ไม่ต้องห่วง... คนที่ลักพาตัวพยานไป ไม่ใช่คนของฝั่งนั้นหรอกครับ..." เขาหยุดเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับใบหูของเธอ "แต่เป็นคนที่คุณไว้ใจมากที่สุด... และตอนนี้ มันกำลังยืนรอต้อนรับเราอยู่ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน" อรุณมนตราขาวขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงสู่บทที่ 29 นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%