"คุณกำลังใช้ความเย็นชาเป็นเกราะกำบัง หรือใช้มันเพื่อซ่อนรอยแผลที่ผมยังมองไม่เห็นกันแน่ครับ หมอชา?"
เสียงของภาคินทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่อัดแน่นไปด้วยตำราไสยเวทโบราณ กลิ่นกำยานจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าสร้างบรรยากาศที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ณัฐชาไม่ได้ขยับตัว แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าของเธอเพียงครึ่งซีก เธอวางแฟ้มคดีล่าสุดลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบหน้าต่าง ซึ่งบัดนี้ถูกบดบังด้วยความมืดมิดของยามวิกาล
"อย่าพยายามใช้จิตวิทยาเล่มละร้อยมาวิเคราะห์ผมเลยครับ" ภาคินแค่นยิ้มที่มุมปาก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมขวาของคาง "ในเมื่อความจริงที่คุณเห็นในห้องผ่าตัด กับความจริงที่ผมเห็นในมิติคู่ขนาน มันคนละเรื่องเดียวกัน"
ณัฐชาลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอเดินเข้าไปหาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่แตกต่างกัน "ความจริงไม่มีหลายระดับค่ะ... เอ้อ... ความจริงไม่มีหลายระดับครับ" เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิด แต่ก็ยังคงแววตาดุดันไว้อย่างมืออาชีพ "ถ้าสิ่งที่อาจารย์ทำคือการช่วยคน ทำไมรอยแผลที่แขนซ้ายนั่นถึงไม่ใช่รอยมีดหมอ แต่มันคือรอยจารึกของอักขระที่ถูกฉีกออก?"
ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำยามไร้ลมไหววูบราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำ เขาค่อยๆ ปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีดำออก แล้วเลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ขรุขระเหมือนผิวหนังที่เคยถูกไฟเผาและถูกเย็บซ้ำๆ ด้วยเส้นด้ายอาคมสีดำสนิท
"เมื่อสิบปีที่แล้ว" เขาเริ่มต้นด้วยเสียงที่แหบพร่าราวกับกำลังขุดคุ้ยหลุมศพที่ฝังกลบมานาน "ตอนที่ผมยังเป็นแค่นักศึกษามานุษยวิทยาที่ไร้เดียงสา ผมพยายามช่วยเด็กสาวคนหนึ่งจากพิธีกรรม 'เซ่นวิญญาณบาป' ผมเชื่อในวิทยาศาสตร์ เชื่อในมนุษยธรรม... แต่ในวินาทีที่ผมแตะตัวเธอ อักขระนั่นก็ย้ายจากตัวเธอมาที่ตัวผม"
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนณัฐชาต้องถอยหลังไปพิงโต๊ะ "มันไม่ใช่รอยแผลธรรมดา แต่มันคือพันธสัญญาเลือด ผมต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้คนบริสุทธิ์ตายไปต่อหน้า หรือแบกรับบาปของวิญญาณเหล่านั้นเอาไว้ในร่างกายตัวเอง... คุณคิดว่าการเป็นคนดีที่ไร้พลัง กับการเป็นคนบาปที่ช่วยคนได้ อะไรมันน่าสมเพชกว่ากันครับ หมอชา?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นความเจ็บปวดและกลิ่นไอของอาคมที่กดทับหัวใจ ณัฐชามองรอยแผลนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความเคลือบแคลงสงสัย กลายเป็นความเข้าใจที่สั่นคลอนหัวใจของแพทย์สาวผู้ยึดมั่นในเหตุผล
"อาจารย์ไม่ได้ทำเพื่อช่วยคน" เธอเอ่ยเสียงเบา "อาจารย์ทำเพราะทนเห็นตัวเองเป็นเหยื่อไม่ได้มากกว่า"
"ฉลาดมาก" ภาคินยื่นมือไปเชยคางหญิงสาว นิ้วมือของเขาสัมผัสผิวแก้มแผ่วเบาจนเธอรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าบางอย่างวิ่งผ่าน "ผมไม่ใช่ฮีโร่ ผมแค่ชายเห็นแก่ตัวที่ต้องการลบฝันร้ายของตัวเองด้วยการทำลายวงจรของพวกมัน... และตอนนี้ ผมก็ต้องการคุณ เพื่อปิดฉากเรื่องนี้ให้จบ"
เขาก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้าของเธอ จังหวะการเต้นของหัวใจณัฐชาเร่งขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ความขัดแย้งในใจระหว่างเหตุผลและสัญชาตญาณพุ่งปะทะกันอย่างรุนแรง ในขณะที่ภาคินกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและหนักหน่วงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเปิดประตูตามมาทันทีโดยไม่รอการอนุญาต "อาจารย์ภาคิน! พบศพที่ถูกส่งมาที่นิติเวชเมื่อครู่ครับ... แต่มันไม่มีหัวใจ ทั้งที่ร่างกายยังอุ่นอยู่เหมือนคนเพิ่งตาย!"
ผู้ช่วยของเขายืนหอบหายใจอยู่ที่หน้าประตู นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ภาคินปล่อยมือจากณัฐชาทันที ความเคร่งขรึมกลับมาแทนที่เสน่ห์อันตรายนั้นในชั่วพริบตา เขารีบก้าวไปยังโต๊ะทำงานแล้วคว้าสมุดบันทึกเล่มหนาออกมา ก่อนจะหันมามองณัฐชาด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าเดิม
"ดูเหมือนว่ารอยแผลของผมไม่ใช่เรื่องเดียวที่คุณต้องกังวลแล้วครับ หมอชา" ภาคินพูดพลางสวมสูทคลุมทับ "เพราะคนที่ไม่มีหัวใจในแฟ้มคดีนั้น ไม่ใช่คนอื่น... แต่มันคือรอยสักรูปตราประทับเดียวกับที่อยู่บนข้อมือของผมเมื่อสิบปีก่อน"
เขาวางรูปถ่ายใบหนึ่งลงบนโต๊ะต่อหน้าเธอ ภาพในรูปทำให้ณัฐชาต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ บนหน้าอกของศพที่ไร้หัวใจนั้น มีรอยจารึกอักขระโบราณที่เขียนด้วยเลือดสดๆ เป็นชื่อของเธอเอง... "ณัฐชา"
อรุณมนตราขาวขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงสู่บทที่ 27 นี้ด้วยกันนะครับ
สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 27
ความลับของรอยแผล
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!