คราบเลือดสีเข้มบนกระเบื้องเคลือบเซรามิกราคาแพง ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวความเจ็บปวดอันสามัญทั่วไป แต่มันกำลังส่งกลิ่นอายของพิธีกรรมโบราณที่ถูกบิดเบือนให้กลายเป็นความวิปริตในยุคสมัยใหม่
"หมอคิดว่ารอยกรีดพวกนี้ เกิดจากมีดผ่าตัดหรือกริชโบราณกันแน่ครับ... คุณณัฐชา"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของศาสตราจารย์ภาคินดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นของห้องใต้ดินอพาร์ตเมนต์หรูใจกลางเมือง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นไม่ได้มองที่ศพเบื้องหน้า แต่มันกำลังจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของแพทย์หญิงนิติเวชสาว
ณัฐชาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความคลื่นไส้ เธอนั่งชันเข่าลงข้างศพเหยื่อรายใหม่ ดวงตากลมโตฉายแววว้าเหว่แต่เด็ดเดี่ยว นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยื่นไปแตะรอยแผลบริเวณหน้าอกของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย สภาพศพในตอนนี้ช่างน่าเวทนาและชวนขนหัวลุกในคราวเดียวกัน ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพงค้างอย่างไร้แววชีวิต ทว่าริมฝีปากกลับคลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้างอย่างน่าประหลาด ราวกับเธอกำลังตกอยู่ในห้วงนิทราอันเป็นสุข ขณะที่ร่างกายถูกกรีดสลักด้วยอักขระไสยเวทร้ายกาจ
"มันคือรอยแผลจากวัตถุมีคมที่มีความหนาผิดปกติ... และถ้าฉันเดาไม่ผิด รอยฉีกขาดระดับนี้ต้องอาศัยแรงกระชากอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่การปาดด้วยความคมธรรมดา" ณัฐชาตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นพยายามรักษามาตรฐานทางวิชาชีพ แม้หัวใจจะเต้นระส่ำด้วยความหวาดกลัวที่ถูกฝังลึกจากปมในอดีต
"เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ช่างไร้ที่ติเสมอเลยนะครับ..." ภาคินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงต่ำจนกลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไม้จันทน์หอมโชยเข้าจมูกของแพทย์หญิง "แต่หมอกำลังมองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดไป... ร่างกายนี้ไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้อย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีสารพิษในกระแสเลือดเบื้องต้น... เธอเดินลงมาที่ห้องใต้ดินนี้เอง ยอมให้คนร้ายกรีดเนื้อเถือหนังทีละนิดด้วยความสมัครใจ เพราะจิตใต้สำนึกของเธอถูกสะกดไว้ด้วยมนตราโบราณที่วิทยาศาสตร์ยังเรียกชื่อมันว่า 'ความงมงาย'"
ณัฐชาหันขวับมาสบตาคมคายคู่นั้น ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาน้อยเสียจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย ความโกรธเคืองปะปนกับความดึงดูดใจประหลาดแล่นพล่านขึ้นมาในอก เธอเกลียดชังความเชื่อไสยเวทของเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกครั้งที่ภาคินวิเคราะห์คดีด้วยมุมมองนี้ เขามักจะพูดถูกเสมอ
"อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้ค่ะ... อ้ะ!" ณัฐชากลืนคำพูดที่เกือบหลุดปากเมื่อครู่ลงคออย่างรวดเร็ว เมื่อเผลอใช้คำลงท้ายแบบผู้หญิงไปเสียสนิท
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาพราวระยับด้วยความขบขันระคนเอ็นดู "ครับ? เมื่อครู่นี้คุณพูดว่าอะไรนะ... หมอชา"
ณัฐชาเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกเสียหน้าที่เผลอหลุดตัวตนออกมาต่อหน้าผู้ชายอันตรายคนนี้ เธอรีบเบนสายตากลับไปยังร่างไร้ลมหายใจเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในท้อง "ฉันหมายความว่า... เลิกเอาเรื่องงงงวยพวกนี้มาครอบงำคดีฆาตกรรมเสียที ฆาตกรก็คือมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและมีความผิดปกติทางจิต มันใช้จิตวิทยาและการสะกดจิตแบบก้าวหน้า ไม่ใช่เวทมนตร์คาถาอะไรทั้งสิ้น!"
"มนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ... งั้นหรือครับ" เสียงของภาคินแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น รอยยิ้มระรื่นหายวับไปกับตา ชายหนุ่มย่อตัวลงนั่งยองๆ เคียงข้างเธอ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ตกอยู่ใกล้กับมือของเหยื่อขึ้นมาพิจารณา "ถ้าเป็นแค่ฆาตกรโรคจิตธรรมดา เหตุใดเขาจึงต้องทิ้งสิ่งนี้ไว้เพื่อท้าทายเราด้วยล่ะครับ"
สิ่งที่ภาคินหยิบขึ้นมาคือแผ่นไม้แกะสลักรูปดวงตาโบราณ มีคราบเลือดสดๆ เปรอะเปื้อนอยู่บนผิวไม้ และเมื่อพลิกมาด้านหลัง มันถูกจารด้วยอักขระขอมโบราณที่ยังมีหมึกสีดำสนิทเปียกชื้นอยู่ ราวกับเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อไม่นานมานี้เอง
ณัฐชากลั้นหายใจเมื่อเห็นสัญลักษณ์นั้น มันคือเครื่องรางชนิดเดียวกันกับที่เธอเคยเห็นในคืนวันอันเลวร้ายเมื่อสเตปอพาร์ตเมนต์เก่าของครอบครัวเธอถูกเผาผลาญ ความทรงจำสีเลือดและเสียงกรีดร้องผุดขึ้นมาในหัวจนมือเรียวสั่นเทา
"อักขระนี้..." ณัฐชาพึมพำเสียงสั่น
"ใช่ครับ..." ภาคินจ้องมองเธอด้วยแววตาลุ่มลึกและเป็นห่วงเป็นใยอย่างที่หาได้ยากยิ่ง น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว "มันคือคำเตือน... และในขณะเดียวกัน มันก็คือคำเชิญชวนจากคนที่รู้จักคุณเป็นอย่างดี"
ก่อนที่ณัฐชาจะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบงันก็ดังขึ้นแว่วๆ จากบันไดเบื้องบน เป็นจังหวะก้าวที่เชื่องช้า หนักแน่น และจงใจให้พวกเขารับรู้ถึงการมาเยือน
ทั้งคู่หันขวับไปมองยังทางเข้าห้องใต้ดินมืดทึบ
ในความสลัวรางของแสงไฟฉุกเฉิน เงาร่างหนึ่งกำลังก้าวเดินลงมาทีละก้าว พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ลอยมาตามสายลมเย็นเยียบ—เสียงที่ทำให้เลือดในกายของณัฐชาจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบ... ชิ้นที่สองครับ คุณหมอ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 6
เบาะแสชิ้นที่สอง
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!