สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 16

แผนล่อเสือออกจากถ้ำ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
คราบเลือดบนแฟ้มประวัติผู้ป่วยไม่ได้แห้งกรังอย่างที่ควรจะเป็น—มันยังคงความเหนียวหนืดและส่งกลิ่นคาวสนิมจางๆ คล้ายกับร่างของนายแพทย์ปกรณ์จะเพิ่งลุกเดินออกไปจากเก้าอี้ตัวนั้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน หมอณัฐชาก้มลงมองรอยสักรูป “ยันต์อัคคีทมิฬ” ที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนต้นคอของศพสวมกาวน์ซึ่งควรจะเป็นผู้อำนวยการสถาบันนิติเวชฯ ดวงตาคู่คมใต้กรอบแว่นบางเฉียบไหววูบเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นตามสัญชาตญาณของแพทย์ผู้ผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน หล่อนหยิบปากกาเลเซอร์ขึ้นมาฉายแสงสีแดงวาดผ่านเส้นสายอักขระโบราณที่บิดเบี้ยวผิดรูป รอยสักนั้นไม่ได้ถูกสักด้วยหมึกธรรมดา แต่มันถูกฝังลงไปใต้ผิวหนังด้วยน้ำมันพรายผสมว่านยาตระกูลต่ำ ซึ่งหล่อนจำได้แม่นจากเอกสารลับในแฟ้มคดีเก่าที่ภาคินเคยนำมาให้ดูเมื่อสามคืนก่อน “เขาไม่ได้ตายเพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันอย่างที่รายงานฉบับแรกระบุไว้... ใช่ไหมครับ คุณหมอ” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงานที่ปิดทึบ ภาคินก้าวออกมาจากเงาของชั้นวางหนังสือโบราณ กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและควันธูปอบอวลผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องดับจิต ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับ ทว่ากระดุมเม็ดบนปลดออกหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอแกร่งและเงาของตะกรุดทองคำเก่าคร่ำที่ซ่อนอยู่ใต้รอยผ้า ณัฐชาไม่แม้แต่จะหันไปมองคนพูด หล่อนยังคงใช้คีมสเตนเลสเขี่ยปกเสื้อกาวน์ของศพให้เปิดกว้างขึ้นเพื่อตรวจสอบร่องรอยการกดทับบริเวณกระดูกต้นคอ “ถ้าคุณยังมาทันเวลาช้ากว่านี้อีกสามนาที ฉันคงต้องส่งร่างนี้เข้าเตาเผาตามคำสั่งของเบื้องบนโดยที่ไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า ภายใต้รอยสักบ้าๆ นี่ มันซ่อนกลไกการสะกดจิตแบบไหนไว้บ้าง” “แปลกใจหรือครับที่คนระดับผู้อำนวยการสถาบันฯ ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของพิธีกรรมสายดำ” ภาคินเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง ห่างกันเพียงคืบเดียวจนณัฐชารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย “อำนาจ ความกลัว และความโลภ... สามสิ่งนี้คืออาคมชั้นต่ำที่ทรงพลังที่สุดในโลกมนุษย์ ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่มีชื่อเสียงทางวิทยาศาสตร์” ณัฐ่าวางเครื่องมือลงบนถาดสเตนเลสเสียงดังกระทบกันกังวาน หล่อนหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างเปิดเผย “แต่อย่าลืมว่าเหยื่อรายต่อไป... ตามคำทำนายในยันต์แผ่นนั้น—คือตัวเราสองคน ภาคิน คุณกำลังเล่นกับไฟ และฉันเกรงว่าคุณจะประเมินความมืดในใจของฆาตกรต่ำเกินไป” “ผมไม่เคยประเมินใครต่ำไปทั้งหมดหรอครับ... โดยเฉพาะคุณ” ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกับกรอบแว่นของหญิงสาว แววตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและความรู้สึกบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าไสยเวท “รวมถึงการตัดสินใจบ้าบิ่นที่เรากำลังจะทำในคืนนี้ด้วย” แผนการถูกร่างขึ้นด้วยความเงียบเชียบแต่เด็ดขาดในอีกสิบนาทีต่อมา หากฆาตกรต้องการเก็บกวาดพยานหลักฐานทั้งหมดที่เชื่อมโยงมาถึงตัวการใหญ่ มันย่อมต้องกลับมาที่ห้องทำงานนี้อีกครั้งเพื่อทำลายศพของนายแพทย์ปกรณ์ และทางเดียวที่จะกระชากหน้ากากมันออกมาได้ คือการยอมเป็น “เหยื่อล่อ” ให้เสือร้ายกระโจนออกจากถ้ำด้วยความกระหาย ณัฐชาอาสาเป็นคนนั่งรออยู่ ณ เก้าอี้ตัวเดิมของผู้อำนวยการ โดยมีร่างไร้ชีวิตของปกรณ์ถูกจัดท่าทางให้ฟุบอยู่บนโต๊ะทำงานเสมือนว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ไฟในห้องถูกหรี่จนเหลือเพียงแสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ บรรยากาศเงียบงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลเดินถอยหลังราวกับเสียงลมหายใจที่ใกล้หมดลง ส่วนภาคิน... เร้นกายหายลับไปในความมืดของระเบียงชั้นสาม โดยมีเพียงตะกรุดโบราณในมือและสมาธิอันกล้าแกร่งที่ถูกหล่อหลอมด้วยวิชาอาคมสายขาวเพื่อตรึงเขตอาคมไม่ให้ใครหลบหนีออกไปได้ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ความเงียบสงบในตึกนิติเวชยามวิกาลเริ่มถูกกัดกร่อนด้วยความผิดปกติ อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องระบายอากาศทั้งที่หน้าต่างทุกบานปิดสนิท กลิ่นหอมหวานประหลาด—กลิ่นของดอกไม้ป่าที่บานในยามราตรีและยางไม้จันทน์—เริ่มลอยอบอวลเข้ามาแทนที่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ณัฐชากำด้ามมีดผ่าตัดซ่อนไว้ใต้ฝ่ามืออย่างแนบเนียน หัวใจของแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องงมงายกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว หล่อนจ้องมองไปที่ประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดสนิท *แอ๊ด...* เสียงบานพับประตูส่งเสียงร้องโหยหวนเบาๆ ในความมืด มือปริศนาคู่หนึ่งโผล่พ้นกรอบประตูเข้ามา เงาร่างสูงโปร่งทอดตัวยาวทาบทับลงบนพื้นห้อง ทีละก้าว... ทีละก้าว... เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับมันไม่ได้สัมผัสพื้นจริงๆ หญิงสาวแกล้งทำเป็นฟุบหน้าลงกับโต๊ะราวกับหมดสติไปตามฤทธิ์ยา แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด หล่อนรอให้เงาร่างนั้นขยับเข้ามาใกล้พ้นระยะปลอดภัย—ใกล้พอที่จะเห็นรอยสักรูปงูคาบแก้วบนหลังมือข้างที่ถือมีดสั้นอาคม และในจังหวะที่เงาร่างนั้นก้มลงกระซิบข้างหูของหล่อนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเย็นเยียบราวกับมาจากหลุมศพ— “หมอณัฐชา... ความอยากรู้อยากเห็นมันมักจะพาคนเราไปสู่จุดจบที่น่าอนาถเสมอ...” แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งตึกพร้อมกับเสียงตบเท้าหนักหน่วงที่พังประตูเข้ามาจากด้านนอก! “จบเกมแล้วครับ... อาจารย์ใหญ่” เสียงทุ้มกังวานของภาคินดังขึ้นก้องจากด้านหลังเงาร่างนั้น พร้อมกับปลายเหล็กแหลมของตะกรุดอาคมที่จี้เข้าที่จุดตายบริเวณต้นคอของฆาตกรอย่างแม่นยำ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่เงาร่างนั้นหันกลับมาเผชิญหน้าภายใต้แสงไฟสีแดง ดวงตาของฆาตกรไม่ได้มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย กลับมีรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่มุมปาก... และรอยสักรูปยันต์อัคคีทมิฬที่กำลังขยายลามเลียขึ้นไปบนใบหน้าของเขาเอง! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%