กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของแอมโมเนียและกระดาษเอกสารเก่าในห้องสอบสวนปลอดกระจกเงาด้านเดียวแห่งนี้ ไม่ได้ทำให้ 'ชัย ยุทธ' สะท้านแม้แต่น้อย
ดวงตาของชายวัยกลางคนผู้มีฐานะเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อของกระทรวง และตกเป็นผู้ต้องสงสัยรายแรกในคดีฆาตกรรมบูชายัญต่อเนื่อง ไม่ได้มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย กลับมีรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่มุมปาก... และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ รอยสักรูปยันต์อัคคีทมิฬที่กำลังขยายลามเลียขึ้นไปบนใบหน้าของเขาเอง เส้นสายหมึกสีดำสนิทขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต ราวกับเลือดเนื้อใต้ผิวหนังกำลังถูกสูบกินเพื่อหล่อเลี้ยงอาคมโบราณที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
"มองอะไรหรือครับ หมอชา... หรือว่ารอยสักบนหน้าผมมันสวยงามเกินกว่าที่ตำรานิติเวชเล่มหนาเตอะของคุณจะอธิบายได้"
เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะ ชัยยุทธเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เหล็กอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเขามีอำนาจเหนือกว่าผู้ที่นั่งอยู่ฟากตรงข้ามของโต๊ะสอบสวน
แพทย์หญิงณัฐชา หรือหมอชา ขยับแว่นกรอบบางเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความหวั่นไหวในดวงตา เธอยึดมั่นในหลักการและเหตุผลมาตลอดชีวิตการทำงาน แต่ภาพเส้นยันต์ที่กำลังเลื้อยขึ้นขมับของผู้ต้องสงสัยตรงหน้า กำลังท้าทายทุกตรรกะที่เธอเคยเชื่อมั่น
"คุณกำลังใช้จิตวิทยาขั้นสูงเพื่อพยายามควบคุมสถานการณ์ ชัยยุทธ" ณัฐชาควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบและมั่นคงที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นระส่ำด้วยความหวาดระแวง "แต่ประวัติการใช้ยาควบคุมประสาทของคุณในเวชระเบียนไม่ได้บอกว่ามันรักษาอาการประสาทหลอนจนทำให้หน้าเปลี่ยนรูปได้... นั่นคืออะไร รอยสักเรืองแสง? หรือสารเคมีปฏิกิริยาใต้ผิวหนัง?"
ณัฐชาพยายามดึงสถานการณ์กลับสู่กรอบวิทยาศาสตร์ เธอเปิดแฟ้มคดีเพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียด แต่กลิ่นอายความกดดันในห้องนี้กลับเข้มข้นขึ้นทุกที
"วิทยาศาสตร์ก็เป็นแค่กรอบสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่พวกคุณใช้วัดความจริงอันกว้างใหญ่" ชัยยุทธหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและบาดหู "เหมือนกับที่อาจารย์ภาคินผู้สูงส่งของคุณกำลังพยายามไขว่คว้าหาความจริงนั่นแหละ... แต่ยิ่งวิ่งตาม ก็ยิ่งติดกับดักของศรัทธาที่บิดเบี้ยว"
ประตูห้องสอบสวนเปิดออกอย่างเงียบเชเชียบพร้อมกับร่างสูงสง่าของภาคิน ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาผู้มีรอยแผลเป็นทางใจ ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าสุขุมเยือกเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองไปที่ใบหน้าของชัยยุทธที่มีรอยสักลามไปถึงเปลือกตาแล้ว หยุดชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที
ภาคินดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงเคียงข้างณัฐชา กลิ่นอายอันตรายและเย้ายวนแบบผู้ชายที่ผ่านโลกมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขายื่นมือเรียวยาวไปแตะแฟ้มคดีเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับผู้ต้องสงสัยด้วยแวบสายตาที่อ่านไม่ออก
"ยันต์อัคคีทมิฬสายเขมรต่ำ..." ภาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยยะแฝงความเฉียบคมบาดลึก "ใช้เลือดของคนปีขาลเป็นเครื่องเซ่นเพื่อแลกกับการสะกดจิตหมู่ในรัศมีสิบกิโลเมตร... น่าสนใจดีนี่ครับ ชัยยุทธ คุณไม่ได้แค่ฆ่าคน แต่คุณกำลังเปิดประตูให้ 'บางสิ่ง' เข้ามาเดินเล่นในกระทรวง"
รอยยิ้มบนใบหน้าของชัยยุทธชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาที่เคยพินิจพิเคราะห์ณัฐชา หันมาจ้องเขม็งใส่ภาคินทันที ความโกรธเกรี้ยวระAปนความหวาดระแวงฉายชัดขึ้นในแววตานั้น
"อาจารย์ภาคิน... คนที่รู้ดีเกินไป มักอายุไม่ยืนนะครับ" ชัยยุทธโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงกระซิบนั้นต่ำลึกและเต็มไปด้วยอาคมที่กดทับโสตประสาท
"ผมตายไปนานแล้วครับ ตั้งแต่วันที่ผมเลือกจะเดินลงไปในความมืดเพื่อขุดคุ้ยเรื่องพวกนี้" ภาคินตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก เสน่ห์อันตรายและความเด็ดเดี่ยวในตัวเขาฉายชัดเจนจนณัฐชาที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องเหลือบมอง "เพราะฉะนั้น คำขู่ของคุณจึงไร้ค่า... เช่นเดียวกับสติสัมปชัญญะของคุณที่กำลังจะหมดลงในอีกสาม นาที สามสิบวินาทีข้างหน้า"
"คุณหมายความว่ายังไง?" ชัยยุทธขมวดคิ้ว ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอนเมื่อรู้สึกถึงความร้อนผ่าวใต้ผิวหนังบริเวณรอยสัก
"หมอชาไม่ได้แค่ตั้งคำถามเพื่อสอบสวนหรอกครับ" ภาคินหันไปมองหญิงสาวข้างกายด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านยาก "แต่เธอกำลังใช้สารเคมีชนิดพิเศษที่ระเหยผ่านเครื่องปรับอากาศ เพื่อสกัดกั้นการทำงานของต่อมใต้สมองคนที่กำลังเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณภายนอก... พูดง่ายๆ ก็คือ อาคมของคุณกำลังจะถูกตัดขาดจากร่างต้น"
ชัยยุทธเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก รอยสักที่กำลังลามเลียหยุดชะงักลงทันที เส้นสีดำเริ่มบิดเบี้ยวและปล่อยควันสีเทาจางๆ ออกมาจากผิวหนัง ชายผู้ต้องสงสัยกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกไฟแผดเผาจากภายใน
ณัฐชามองภาพนั้นด้วยความทึ่งปนหวาดผวา เธหันมามองหน้าภาคิน ผู้ชายคนนี้อ่านเกมล้ำหน้าเธอไปก้าวหนึ่งเสมอ และเขาก็ใช้เธอเป็นเครื่องมือในการทำสงครามจิตวิญญาณครั้งนี้อย่างแนบเนียน
"คุณเล่นเกมจิตวิทยากับเขา... เพื่อบีบให้เขาคายความลับเรื่องผู้บงการตัวจริงออกมาใช่ไหมคะ อาจารย์" ณัฐชาเอ่ยถามเสียงกระซิบขณะที่ชัยยุทธกำลังดิ้นรนทุรนทุรายบนเก้าอี้
"เปล่าเลยครับ หมอชา" ภาคินหันมาสบตาเธอนิ่ง ใบหน้าอยู่ใกล้กันจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายความลึกลับ "ผมแค่ต้องการดูว่า... ระหว่างอาคมโบราณกับความเยือกเย็นของคุณ อะไรจะน่ากลัวกว่ากัน"
ก่อนที่ณัฐชาจะได้ตอบโต้คำพูดสองแง่สองง่ามนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งสถานีตำรวจ ไฟฟ้าภายในห้องสอบสวนดับวูบลงทันที เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่
ในความมืดสลัวและเสียงสัญญาณที่กรีดก้อง ภาคินคว้าข้อมือเรียวของณัฐชาไว้มั่น ลากเธอเข้ามาชิดแนบกายอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันตัว ขณะเดียวกัน ประตูห้องสอบสวนฝั่งตรงข้ามก็ค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของใครบางคนก้าวเข้ามา...
ไม่ใช่เสียงของตำรวจยามวิกาล แต่เป็นเสียงลากโซ่ตรวนและกลิ่นคาวเลือดที่ตลบอบอวล พร้อมกับร่างของสารวัตรผู้รับผิดชอบคดีนี้ ที่เดินโซเซเข้ามาด้วยสภาพคอหักบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพングไร้แววชีวิต และที่หน้าผากของเขามีรอยสักรูปยันต์อัคคีทมิฬที่สมบูรณ์แบบปรากฏเด่นชัด!
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในความมืดมนแห่งศรัทธานี้ด้วยกันนะครับ
สืบคาถา ล่ารอยใจ•ตอนที่ 17
กับดักจิตวิทยา
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถา ล่ารอยใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!