เสียงมีดกระทบจานกระเบื้องเคลือบดังขึ้นเป็นจังหวะ เนิบนาบ ทว่าบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของห้องอาหารหรูหราที่ถูกออกแบบมาอย่างไร้ที่ติ รินรดากำลังบรรจงตัดชิ้นเนื้อสเตักตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบ ราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงเธอกับอาหารมื้อนั้น ท่าทีที่เยือกเย็นจนน่ากลัวทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ธันวา
ธันวา นั่งตัวเกร็งอยู่หลังโต๊ะอาหารยาวเหยียด ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่ดูเหมือนจะกว้างขึ้นเป็นอนันต์ในค่ำคืนนี้ ภาพของเด็กชายตัวเล็กคนนั้น—เด็กที่มีโครงหน้า ดวงตา และรอยยิ้มถอดแบบมาจากเขาเหมือนพิมพ์นิยม—ยังคงวนเวียนกรีดแทะสติสัมปชัญญะของเขาไม่หยุดหย่อน มันไม่ใช่แค่ความตกใจ แต่มันคือหมัดฮุกน็อกคนที่อัดแน่นด้วยความจริงอันโหดร้าย ซึ่งเขากระเสือกกระสนค้นหามาตลอดหลายเดือน ทว่ากลับถูกเฉลยออกมาด้วยวิธีที่เจ็บปวดที่สุด
"ทานสิครับ ธันวา..." เสียงทุมนุ่มนวลที่เคยเอ่ยคำออดอ้อนในอดีต บัดนี้ราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ และเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก รินรดายกแก้วไวน์ขึ้นจิบรสฝาดเฝื่อนอย่างใจเย็น ดวงตาคู่คมที่เคยซ่อนความเจ็บช้ำไว้ใต้เงาความอ่อนแอ บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและทรงพลังจนเขารู้สึกเหมือนตนเองเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็กๆ ที่กำลังยืนอยู่หน้าผู้พิพากษา
"ริน..." ธันวาเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากเย็น ลำคอของเขาแห้งผาก ราวกับมีเศษแก้วบาดอยู่ภายใน "เรื่องเด็กคนนั้น..."
"มื้อค่ำมื้อนี้ รสชาติเป็นอย่างไรบ้างครับ?" รินรดาแทรกขึ้นมาทันที น้ำเสียงของเธอสุภาพ ทว่าไร้เยื่อใย เธอวางมีดลงบนจานอย่างแผ่วเบา เสียงเหล็กกระทบกระเบื้องดังสะท้อนก้องในความเงียบ "ผม—หมายถึงคุณ น่าจะรู้ดีว่าความเย็นชามันให้รสชาติแบบไหนไม่ใช่หรือครับ เพราะคุณเอง... ก็เป็นคนเสิร์ฟมันให้ผมลิ้มลองมาตลอดหลายปีที่เราใช้ชีวิตร่วมกัน"
คำพูดนั้นพุ่งตรงปักกลางใจของธันวา ร่างกายของเขาชาวาบไปทั้งร่าง ความจริงที่ว่าเขาเคยปฏิบัติกับเธออย่างไรในอดีต—ความละเลย การมองข้ามความรู้สึก และการคิดว่าเงินทองสามารถซื้อได้ทุกอย่าง—กำลังย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม รินรดาไม่ได้ตะโกน เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนผู้หญิงในละครน้ำเน่า ความนิ่งเงียบและการใช้คำพูดเชือดเฉือนอย่างสุภาพนี่แหละ คืออาวุธที่คมกริบที่สุดที่เธอนำมาใช้กรีดแทะหัวใจของเขา
"ผมขอโทษ..." ธันวาเอ่ยคำนี้ออกมาเป็นครั้งที่ร้อยของวัน แต่สำหรับรินรดามันไม่มีค่าอะไรอีกต่อไปแล้ว
"คำขอโทษที่มีค่าเท่ากับศูนย์ ไม่มีความจำเป็นต้องพูดมันออกมาหรอกครับ ธันวา มันเปลืองพลังงานเปล่าๆ" เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "ทานข้าวต่อเถอะครับ อาหารมันเย็นหมดแล้ว... เหมือนกับความรู้สึกของผมที่มีให้คุณนั่นแหละครับ"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าเขากำลังสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปจริงๆ ผู้หญิงที่เคยยอมจำนนต่อเขา ผู้หญิงที่เคยมีแต่ภาพของเขาอยู่ในสายตา บัดนี้ได้ตายไปจากโลกใบนี้แล้ว เหลือเพียงรินรดาคนใหม่—ผู้หญิงที่ยืนหยัดอย่างสง่างามบนซากปรักหักพังที่เขาก่อขึ้น และพร้อมจะเหยียบย่ำความสำนึกผิดของเขาให้จมดิน
ในขณะที่ธันวากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อยื้อสถานการณ์ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้ห้องอาหาร พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่ทำให้ลมหายใจของธันวาต้องสะดุดกึกอีกครั้ง ประตูห้องเปิดออกเผยให้เห็นทนายความส่วนตัวของรินรดา พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะในมือ
"คุณรินรดาครับ เอกสารคำร้องทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ" ทนายความหนุ่มเอ่ยด้วยความเคารพ ก่อนจะวางซองเอกสารนั้นลงตรงหน้าธันวา
รินรดายกผ้ากันเปื้อนขึ้นเช็ดมุมปากอย่างใจเย็น เธอประสานมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะ ปรายตามองซองเอกสารนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาอดีสามีด้วยแววตาสมเพชระคนท้าทาย
"เซ็นซะสิครับ ธันวา..." รินรดายิ้มเยือกเย็น "ใบฟ้องร้องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร และพินัยกรรมแบ่งสมบัติทั้งหมด... ในเมื่อคุณอยากรู้ความจริงนักว่าเด็กคนนั้นคือใคร วันนี้ผมก็เลยจัด 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิตมาให้คุณได้ร่วมรับรู้ด้วยไงครับ"
ธันวากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสซองเอกสารตรงหน้า หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ความกลัวที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนี้เอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการแก้แค้นครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ
เศษเสี้ยวความว่างเปล่าของคนเคยรัก•ตอนที่ 2
มื้อค่ำที่เย็นชืด
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความว่างเปล่าของคนเคยรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
