เศษเสี้ยวความว่างเปล่าของคนเคยรัก•ตอนที่ 1

ภาพวาดที่ไร้สี

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นอับของน้ำมันสนและผ้าใบเก่าๆ คละคลุ้งอยู่ในห้องสตูดิโอขนาดเล็กย่านชานเมือง ที่นี่ไม่มีเครื่องปรับอากาศราคาแพง ไม่มีภาพวิวทิวทัศน์จากเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงเทพฯ และไม่มีเสียงฝีเท้าของธันวาที่มักจะเดินตรวจตราบ้านราวกับกำลังตรวจบัญชีบริษัท รินรดากำลังใช้แปรงขนกระรอกเบอร์สิบ ปัดกวาดฝุ่นละอองบนผืนผ้าใบสีขาวบริสุทธิ์ที่ตั้งอยู่บนขาตั้ง มันเป็นผ้าใบผืนแรกในรอบห้าปี… ห้าปีเต็มที่มือคู่นี้ถูกบังคับให้จับแต่แก้วไวน์ในงานเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ ถูกใช้เพื่อจัดเตรียมดินเนอร์หรูหราให้แขกของสามี และถูกจองจำไว้ในฐานะ "คุณนายธันวา" ผู้เพียบพร้อมอย่างไร้จิตวิญญาณ เสียงกุญแจกระทบกันที่หน้าประห้องทำให้เธอนิ่งงดงามอยู่กับที่ รินรดาไม่หันไปมอง เธอรู้ดีว่าเป็นใคร ประตูกลอนถูกผลักเปิดออก ธันวาก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทเข้ารูปที่ยังคงเนี้ยบกริบแม้จะเป็นเวลาค่ำมืด เขากวาดสายตาสีเทาเข้มมองรอบห้องด้วยความรู้สึกที่เธออ่านออกทันที—ความระaอใจผสมความหงุดหงิด "คุณกำลังทำอะไรอยู่, ริน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจโดยธรรมชาติ "บ้านหลังใหญ่มีห้องตั้งมากมาย ทำไมคุณถึงต้องมาขลุกอยู่ในห้องแคบๆ กลิ่นเคมีเหม็นๆ นี่มันรบกวนจมูกผม เวลาผมกลับมาจากบริษัทแล้วไม่เจอคุณ มันน่ารำคาญนะครับ" รินรดาค่อยๆ วางพู่กันลงในกระป๋องล้างพู่กัน ช้าๆ และมั่นคง น้ำในกระป๋องเปลี่ยนเป็นสีเทาขุ่นมัว ราวกับชีวิตแต่งงานของพวกเขา "ที่นี่ไม่ใช่บ้านของคุณครับ, คุณธันวา" เธอกล่าวทวนคำพูดที่เขาเคยใช้ตอกหน้าเธอเมื่อปีก่อน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยร้าวของน้ำตาที่เขาเคยชิน "นี่คือห้องเช่าของฉัน และนี่คือชีวิตของฉัน… ส่วนบ้านหลังนั้น คุณเชิญผู้หญิงคนอื่นเข้าไปอยู่แทนที่ฉันได้ตามสบายแล้วนี่ครับ" ธันวาขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันโดยอัตโนมัติ แต่วันนี้… รินรดาไม่ถอยหลังหนีอีกต่อไปแล้ว ความสูงของเธอที่เคยต้องเงยหน้ามองเขา วันนี้เธอกลับยืนสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่ที่เคยมีความหวังและโหยหาความรักบัดนี้ว่างเปล่า ดำมืด และเย็นชา ราวกับหลุมศพ "อย่ามาเล่นลิ้นกับผมนะริน" ธันวายื่นมือหนาหมายจะคว้าข้อศอกเธอเพื่อดึงตัวให้กลับบ้าน แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแนบเนียน ราวกับหลบสิ่งสกปรก "คุณจำวันที่ลูกของเราหัวใจหยุดเต้นได้ไหมครับ, ธันวา" รินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ทุกพยางค์กรีดลึกลงไปในโสตประสาทของคนฟัง "วันที่ฉันนั่งรอคุณอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างไร้ความหวัง วันนั้นคุณบอกฉันว่าอะไรนะ?… *'ประชุมผู้ถือหุ้นสำคัญกว่าเรื่องไร้สาระแบบนี้'* สินะครับ" ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขาลืมเรื่องนั้นไปแล้วจริงๆ หรืออาจจะพยายามลืมมัน เพื่อให้ตัวเองใช้ชีวิตบนความสำเร็จต่อไปได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด "ผมหาเงินมาได้มหาศาลเพื่ออนาคตของเรา..." ธันวาพยายามอธิบายด้วยตรรกะที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต "ผมทำเพื่อใครล่ะริน? ทำไมคุณถึงมองไม่เห็นความหวังดีนั้น?" "ความหวังดีบนซากศพของลูก และบนความตายทางวิญญาณของฉันอย่างนั้นเหรอครับ?" รินรดายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความสุข เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธันวารู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "คุณให้ทุกอย่างกับฉัน ยกเว้นสิ่งเดียวที่มนุษย์คนหนึ่งพึงมี… นั่นคืออิสรภาพและความเคารพในฐานะมนุษย์" เธอหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะทำงาน วางมันลงบนพื้นผิวไม้ที่มีรอยเปื้อนสีอะคริลิก "ใบหย่า… ฉันเซ็นให้คุณเรียบร้อยแล้วครับ" ธันวาก้มมองกระดาษแผ่นนั้น หัวใจของนักธุรกิจผู้ไม่เคยพ่ายแพ้กระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จัก—ความตื่นตระหนก—กำลังกัดกินขั้วหัวใจ เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง แต่ในวินาทีนี้ เขากลับรู้สึกได้ทันทีว่า เงินที่มีอยู่มหาศาลกำลังกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่า เมื่อเทียบกับผู้หญิงตรงหน้า "ผมไม่หย่า" ธันวาพูดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็ง "คุณไม่มีสิทธิ์ทิ้งผม รินรดา เราแต่งงานกันถูกต้องตามกฎหมาย และผมบอกแล้วว่าผมไม่เซ็น!" "คุณไม่มีสิทธิ์เลือกต่างหากครับ" รินรดาหันหลังให้เขา เธอหยิบพู่กันด้ามใหม่อึ้นมาเตรียมจุ่มสีดำ "เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ชื่อของธันวา กิตติวรกุล จะไม่มีความหมายใดๆ ในชีวิตของฉันอีกต่อไป เชิญคุณกลับไปหาความสำเร็จและผู้หญิงพวกนั้นเถอะครับ… อย่าปล่อยให้เวลาอันมีค่าของคุณเสียไปกับคนตายซากอย่างฉันเลย" ธันวากัดฟันกรอด ความโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บังคับให้เธอหันมาเผชิญหน้า "คุณคิดว่าหนีผมพ้นเหรอ, ริน? คิดว่าชีวิตคนเรามันง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง!" รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งในขั้วโลก ปราศจากความกลัว ปราศจากความรัก และปราศจากความเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น ในจังหวะที่ธันวาเตรียมจะพูดคำขาดเพื่อบังคับให้เอนตัวเธอกลับไป เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งจากด้านนอก *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ทั้งคู่ชะงัก ธันวาขมวดคิ้วหันไปมองประตูด้วยความหงุดหงิดที่มีคนมาขัดจังหวะ แต่รินรดากลับเบิกตากว้างเล็กน้อย ร่องรอยความเยือกเย็นเมื่อครู่สั่นไหวไปชั่วพริบตา ก่อนที่เธอจะรีบดึงมือออกจากพันธนาการของเขาแล้วเดินไปเปิดประตูด้วยความเร็วผิดปกติ ประตูห้องเปิดออกเผยให้เห็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่ง ในมือถือตุ๊กตาหมีเปื้อนฝุ่น ดวงตากลมโตใสแป๋วช้อนมองรินรดาด้วยความง่วงงุน "แม่ครับ..." เสียงเล็กๆ เอ่ยขึ้นอย่างน่าเอ็นดู "ทำไมคุณแม่ยังไม่นอนอีกครับ? น้องกันต์รอจนหลับไปตื่นหนึ่งแล้วนะ" ธันวาที่ยืนอยู่เบื้องหลังภรรยา ชะงักกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ สายตาคมกริบกวาดมองเด็กชายแปลกหน้าคนนั้น—เด็กที่มีโครงหน้า ดวงตา และริมฝีปากถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา… เด็กที่เขาไม่เคยรู้แม้กระทั่งการมีตัวตนอยู่จริง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความว่างเปล่าของคนเคยรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%