ปัง! เสียงถีบประตูไม้เก่าคร่ำคร่าดังสนั่นจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาคลุมหัว รินรดาแทบไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร ใบหน้าของจ้าวหมิงผู้เป็นอาเขยตัวแสบกำลังบิดเบี้ยวด้วยความโลภและความโกรธเกรี้ยวจนแทบไม่เหลือเค้าโครงมนุษย์ ด้านหลังของเขามีป้าสะใภ้จอมตะกี้และชาวบ้านอีกสองสามคนที่ถูกจ้างมามุงดูความวุ่นวายยืนชะโงกคอมองด้วยสายตาสอดรู้สอดเห็น
"เปิดประตูโว้ย! ข้าได้ยินมาว่านังตัวแสบตระกูลจ้าวแอบทำของวิเศษกลิ่นหอมประหลาด ไสหัวออกมาให้หมดตัวซะดีๆ!" เสียงตะโกนแหบแห้งราวนกแสกดังลั่นบ้านหลังน้อยจนอัศวิน สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนผ่าฟืนอยู่หลังบ้านชะงักมือ ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยความเย็นชา ดวงตาสีเข้มคมกริบราวเหยี่ยวหันขวับมามองผู้บุกรุก ทว่าก่อนที่สามีร่างยักษ์จะทันได้ก้าวเท้าเข้ามาจัดการ รินรดากลับยกมือขึ้นห้ามด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
รินรดาวางตะกร้าไม้สานในมือลงอย่างใจเย็น บนโต๊ะไม้ตัวเก่ามีถุงผ้าดิบหยาบกร้านที่บรรจุแป้งสาลีคุณภาพต่ำราคาถูกที่สุดในตลาด ซึ่งเนื้อแป้งสากมือและมีสีเหลืองคล้ำจนแทบจะเรียกว่าแป้งไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเชฟมืออาชีพผู้ครอบครองมิติลับในจิตวิญญาณ รินรดาแอบซุกมือไว้ใต้ชายเสื้อ สะบัดข้อมือเบาๆ ส่งกระแสจิตเชื่อมต่อเข้าสู่คลังแสงมิติด้านใน ในพริบตาเดียว แป้งสาลีคุณภาพต่ำที่เกาะตัวเป็นก้อนในถุงก็ถูกแทนที่ด้วย "แป้งสาลีฝรั่งเศสเกรดพรีเมียม" ที่ผ่านการร่อนละเอียดถึงเจ็ดชั้น กลิ่นหอมละมุนของเนยแท้และข้าวสาลีคั่วชั้นดีโชยแตะจมูกทันทีจนจ้าวหมิงถึงกับสูดปากด้วยความมึนงง
"โอ๊ะ โอ... ลมอะไรหอบท่านอาเขยกับป้าสะใภ้มาถึงเรือนหลังน้อยที่พวกท่านเคยประกาศตัดญาติขาดมิตรไปแล้วล่ะคะ?" รินรดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มหวานหยดแต่แววตากลับคมปลาบราวใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"นัง... นังเด็กอกตัญญู! แกซ่อนอะไรไว้ในบ้าน กลิ่นหอมประหลาดนี่มันคืออะไร! ส่งสูตรลับของวิเศษนั่นมาให้ตระกูลจ้าวเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นวันนี้ข้าจะรื้อบ้านหลังนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง!" จ้าวหมิงชี้หน้าด่ากราด น้ำลายกระเด็นด้วยความโมโหเมื่อกลิ่นหอมกรุ่นของเนยและแป้งชั้นดีเริ่มแผ่ซ่านลอดช่องหน้าต่างออกไปดึงดูดสายตาชาวบ้านที่เริ่มส่งเสียงฮือฮา
"สูตรลับ? ของวิเศษ?" รินรดายกมือขึ้นทาบอกทำท่าตกใจราวกับได้ยินเรื่องน่าขันที่สุดในรอบปี นางก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้ประตูกั้นระหว่างเธอกับผู้บุกรุก กลิ่นหอมละมุนที่ลอยมาจากปลายนิ้วยิ่งทำให้จ้าวหมิงตาค้างด้วยความโลภ "ท่านอาเขยตาฝาดไปแล้วกระมังคะ? ข้าก็แค่คนยากจนที่สามีหาเช้ากินค่ำ จะเอาปัญญาที่ไหนไปทำของวิเศษ ยิ่งแป้งถุงนี้... ก็เป็นแค่แป้งหยาบๆ ราคาถูกที่ท่านแม่ทัพซื้อมาจากตลาดก้นหุบเขาเท่านั้นเองค่ะ"
พูดจบ รินรดาก็จงใจหยิบแป้งสาลีในถุงที่ผ่านการแปลงโฉมด้วยมิติลับขึ้นมาโปรยลงบนโต๊ะไม้ เนื้อแป้งเนียนละเอียดราวกับหิมะแรกฤดูหนาวสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ ไร้ซึ่งร่องรอยของแป้งสาลีคุณภาพต่ำที่จ้าวหมิงเคยเห็นเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง ป้าสะใภ้ที่ยืนชะโงกอยู่ด้านหลังถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบถลนออกมานอกเบ้า
"โกหก! เมื่อวานข้าเห็นกับตาว่าแกซื้อแป้งกากๆ มาจากร้านเจ๊กิม! ทำไมตอนนี้มันถึงกลายเป็นแป้งชั้นดีราคาแพงลิบลิ่วไปได้! นังนี่ต้องมีวิชามารแน่ๆ ท่านผู้ใหญ่บ้านช่วยด้วย นังนี่มันปีศาจจำแลงมา!" ป้าสะใภ้กรีดร้องโวยวายพยายามปลุกปั่นชาวบ้านที่เริ่มลังเล
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น อัศวิน สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็เดินสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหยาบแผ่รังสีคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยไม่ต้องเปล่งเสียง สายตาคมกริบดั่งพญาเหยือกกวาดมองหน้าผู้บุกรุกทีละคนจนจ้าวหมิงต้องสะท้านถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"บ้านหลังนี้... ข้าเป็นคนสร้างด้วยมือตัวเอง ใครกล้าแตะต้องแม้แต่นิ้วเดียว อย่าหาว่าข้าไม่เตือน" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆ แต่กลับกดดันให้บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงในทันที อัศวินหันมามองภรรยาแวบหนึ่ง สายตาที่เคยดุดันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้งในเสี้ยววินาที "รินเอ๋ย เจ้าเหนื่อยแล้ว เข้าไปพักข้างในเถอะ ที่เหลือข้าจัดการเอง"
"ไม่ต้องหรอค่ะท่านพี่..." รินรดายิ้มหวานพรางเอื้อมมือไปจับแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นลง ก่อนจะหันกลับไปสบตาจ้าวหมิงที่ยังคงฮึดฮัดไม่ยอมแพ้ "ในเมื่อท่านอาเขยอยากรู้นักว่าข้าทำอะไรกับแป้งพวกนี้ ทำไมเราไม่มาเดิมพันกันล่ะคะ?"
"เดิมพัน? เดิมพันอะไรของแก!" จ้าวหมิงแค่น
"หากข้าสามารถใช้แป้งกากๆ ที่ท่านดูถูกนักหนานี้ ทำขนมที่ทำให้ทุกคนในที่นี้ต้องยอมสยบได้ ท่านต้องกราบขอข้าสามครั้งต่อหน้าชาวบ้านทั้งหมด... แต่ถ้าข้าทำไม่ได้ ข้าจะยกสูตรการทำแป้งนี้ให้พวกท่านไปเลย ดีไหมคะ?" รินรดาท้าทายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตานักธุรกิจสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตาส่องประกายเจิดจ้า
จ้าวหมิงและป้าสะใภ้สบตากันด้วยความโลภ ความคิดที่ว่าจะได้สูตรของวิเศษไปผูกขาดขายรวยล้นฟ้าทำให้พวกเขาลืมความกลัวที่มีต่ออัศวินไปจนหมดสิ้น "ก็ได้! ถ้างั้นแกเตรียมตัวไสหัวออกจากหมู่บ้านไปได้เลยถ้าแกทำไม่ได้!"
รินรดายิ้มรับคำท้า นางหมุนตัวกลับเข้าสู่ห้องครัวพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก ในเมื่อตระกูลจ้าวอยากหาเรื่องใส่ตัว นางก็จะจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบต้อนรับการกลับมาของญาติผู้ประเสริฐเหล่านี้ด้วยเมนู "ครัวซองต์เนยสดพันชั้น" สูตรลับเฉพาะตัวที่ผสานวัตถุดิบจากมิติลับเข้ากับฝีมือระดับเชฟ Best Seller กลิ่นหอมกรุ่นของเนยที่กำลังละลายบนเตาถ่านเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านพักปลายนา สะกดให้ฝูงชนที่มุงดูอยู่ภายนอกถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอรอคอย
ทว่า ท่ามกลางกลิ่นหอมเย้ายวนที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขานั้น จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จังๆ ดังขึ้นที่ด้านหลังบ้าน พร้อมกับเงาร่างของบุรุษชุดดำลึกลับผู้หนึ่งที่ก้าวพ้นพุ่มไม้เข้ามา... รินรดาชะงักมือที่กำลังนวดแป้ง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญชัดเจน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนเบเกอรี่มิติคู่ขนานกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักเมนูครัวซองต์•ตอนที่ 2
แป้งสาลีคุณภาพต่ำกับฝีมือระดับเชฟ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเบเกอรี่มิติคู่ขนานกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักเมนูครัวซองต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!