"ถ้าพวกท่านยังไม่ไสหัวออกไปจากที่ดินแปลงนี้ ภายในสามวัน... ฉันจะเอาสัญญาเงินกู้ฉบับนี้ไปประกาศให้คนทั้งอำเภอได้รู้ว่าสกุลจ้าวอันทรงเกียรติของพวกท่าน ทำตัวไม่ต่างอะไรกับโจรปล้นกลางวัน!"
น้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบคมดังบาดลึกความเงียบยามบ่าย รินรดาหอบหายใจเล็กน้อย ความเจ็บแปลบที่ท้ายทอยจากแรงผลักเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ แต่แววตาคู่คมที่จ้องมองกลุ่มคนเบื้องหน้ากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายเก่าคร่ำคร่าสะบัดกระดาษแผ่นหนึ่งในมืออย่างไม่แยแส เบื้องหน้าของเธอคือป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจ้าว—หลี่ซื่อ—ผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบเป็นสีม่วง ข้างกายคือลุงใหญ่ผู้มีท่าทีลังเลแต่ไม่กล้าสบตา และบุตรชายจอมเกียจคร้านที่ยืนแคะขี้เล็บทำทองไม่รู้ร้อน
นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่รินรดาต้องเผชิญหลังลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวผู้มีชื่อแซ่เดียวกันในมิติคู่ขนานแห่งนี้ ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไหลทะลักเข้ามาดั่งกระแสน้ำวน รินรดาคนเก่าเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าที่ถูกญาติผู้พี่หลอกลวงให้เซ็นค้ำประกันหนี้สินก้อนโต จนกระทั่งบ้านสวนหลังน้อยพร้อมที่ดินทำกินเกือบทั้งหมดเกือบจะตกเป็นของตระกูลจ้าวโดยละม่อม หากเธอไม่ "ฟื้นคืนสติ" เสียก่อน
"นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน!" หลี่ซื่อกรีดเสียงแหลมสูง ยกมือชี้หน้าหมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอน ทว่ารินรดากลับก้าวถอยหลังครึ่งก้าวอย่างรู้ทัน พร้อมกับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้คนมองรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
"เชิญเข้ามาค่ะ... เชิญลงมือทำร้ายฉันต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านที่กำลังยืนมุงอยู่หน้าประตูสวนนั่นได้เลย" รินรดากวาดสายตาคมกริบไปยังเงาของผู้คนที่เริ่มมามุงดูเหตุการณ์บริเวณรั้วไม้ไผ่ "มาดูกันว่าชื่อเสียงของสกุลจ้าวที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน กับข่าวลือเรื่องการโกงกินเงินทองของเด็กกำพร้า สิ่งไหนจะพังทลายลงก่อนกัน!"
"แก... แกมันนังปีศาจ!" หลี่ซื่อสะดุ้งสุดตัวเมื่อหันไปเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านละแวกนั้น นางกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองจนเนื้อตัวสั่นเทา "จำเอาไว้! หนี้ก้อนนี้แกต้องชดใช้! ถ้าอีกสามวันแกไม่มีเงินมาคืนห้าสิบตำลึงทอง เตรียมตัวเตรียมใจไปเป็นทาสขัดดอกในโรงเตี๊ยมซะเถอะ!"
สิ้นคำขู่ อาการกระแทกระทั้นเท้าของสองสามีภรรยาก็ตระเตรียมถอยทัพกลับไปอย่างพ่ายแพ้ รินรดายืนมองตามหลังคนพวกนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความกรุ่นโกรธ หนี้สินห้าสิบตำลึงทอง สำหรับร่างที่ผอมแห้งและบ้านร้างที่แทบไม่มีข้าวสารกรอกหม้อแห่งนี้ มันคือตัวเลขที่สูงลิ่วราวกับภูเขาเล่ากา
ทว่า... สำหรับรินรดาผู้เคยเป็นเชฟเบเกอรี่มือทองและนักวางแผนกลยุทธ์การตลาดในโลกก่อน ความจนมุมไม่ใช่ทางออก
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก 1 ครั้ง ปรับความตื่นตระหนกในอกให้สงบลง ก่อนจะหันหลังกลับไปสำรวจ "สนามรบ" ที่แท้จริงของเธอในตอนนี้
บ้านหลังนี้ทรุดโทรมตามสภาพ เสาไม้ผุกر่อน หน้าต่างปิดตายด้วยหยากไย่ และที่สำคัญที่สุดคือ "เตาอบดินเผา" โบราณที่ตั้งอยู่มุมห้องครัวหลังบ้าน มันคือมรดกชิ้นเดียวที่สามีตามนิตินัย—อดีตทหารผ่านศึกผู้เงียบขรึมและถูกชาวบ้านตราหน้าว่าเป็น "ชายไร้ค่า"—ทิ้งไว้ให้ก่อนจะออกไปทำงานรับจ้างในป่าลึก
รินรดาก้าวเท้าเดินเข้าสู่ห้องครัว กลิ่นอับชื้นและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เตาอบดินเผานั้นดูราวกับซากปรักหักพังที่ใช้การไม่ได้มาหลายปี แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนผิวอิฐสีดำสนิท ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างก็แล่นพล่านผ่านกระแสเลือด
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณประหลาดดังก้องขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับหน้าจอแสงสีฟ้าใสที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา ข้อมูลตัวเลขและไอคอนรูปเครื่องมือทำขนมลอยเด่นชัด—นี่คือ "มิติลับเบเกอรี่" ที่ติดตามวิญญาณเธอข้ามภพข้ามชาติมาด้วย!
ชั้นวางแป้งสาลีคุณภาพเยี่ยม เนยสดแท้จากนมวัวภูเขา ครีมชีสเนื้อเนียนละเอียด และเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วบดที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นทะลุจอ ทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในคลังสินค้ามิติที่สามารถเบิกถอนออกมาใช้ได้ตามต้องการ ขอเพียงแค่เธอกล้าพอที่จะเริ่มต้น
"ในเมื่อสวรรค์ส่งฉันมาพร้อมกับเตาอบและคลังวัตถุดิบระดับพรีเมียม... ฉันนี่แหละที่จะพลิกวิกฤตหนี้สินนี้ให้กลายเป็นจักรวรรดิเบเกอรี่ที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินเองค่ะ"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ มือเรียวจัดการปัดกวาดหยากไย่และเตรียมจุดไฟเตาอบเพื่อทดลองอบขนมล็อตแรกเพื่อนำไปลองเชิงตลาดในวันพรุ่งนี้
เวลาล่วงเลยจนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มแดงสาดส่องกระทบผืนป่ารอบด้าน ความเงียบสงบยามเย็นถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เดินย่างกรายเข้ามาใกล้รั้วบ้าน ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมหนังเก่าเขรอะและใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับถ่านไม้ฟืนพะเนินในอ้อมแขน
นั่นคือ "อัศวิน" สามีผู้เงียบขรึมของเธอ
อัศวินหยุดชะงักฝีเท้าเมื่อกลิ่นหอมละมุนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในป่าลึกแห่งนี้ ลอยแตะจมูกเข้าอย่างจัง มันไม่ใช่กลิ่นควันไฟหรือกลิ่นอาหารพื้นบ้านทั่วไป แต่มันคือกลิ่นหอมเนยสดละลายอบอวลผสมผสานกับความหวานนุ่มลึกของแป้งที่กำลังพองฟูอยู่ในเตา
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่หน้าต่างห้องครัวซึ่งมีควันสีขาวพวยพุ่งออกมาเล็กน้อย พร้อมกับเสียงฮัมเพลงเบาๆ ของภรรยาที่ปกติมักจะเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้
รินรดาหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เธอสบตากับสามีรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงธรณีประตู ใบหน้าคมเข้มนั้นฉายแววสับสนระคนตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
ยังไม่ทันที่อัศวินจะได้เอ่ยปากถามอะไร รินรดาก็ก้าวเข้าไปใกล้ สองมือเรียวหยิบถาดขนมปังทรงพระจันทร์เสี้ยวสีทองอร่าม เนื้อแป้งพับทบเป็นชั้นบางเฉียบกรอบนอกนุ่มใน ส่งควันกรุ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้อง ออกมาจากเตาอบร้อนๆ วางลงตรงหน้าเขาพอดี
"กลับมาพอดีเลยค่ะ..." รินรดายิ้มหวานจนหยาดเยิ้ม ดวงตาสุกใสเป็นประกายระยิบระยับชวนมอง "สามีคะ... ลองชิม 'ครัวซองต์' สูตรพิเศษที่ฉันเพิ่งอบเสร็จร้อนๆ ดูหน่อยไหมคะว่ามันพอจะใช้ใช้หนี้ห้าสิบตำลึงทองของเราได้หรือยัง?"
อัศวินก้มมองขนมปังรูปร่างแปลกตาตรงหน้าสลับกับใบหน้าของภรรยาที่ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน หัวใจที่เคยด้านชาในอกข้างซ้ายกลับเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
แต่ก่อนที่เขาจะได้ยื่นมือไปหยิบขนมชิ้นนั้น... เสียงเคาะประตูหน้าบ้านอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกที่ทำให้บรรยากาศอันอบอุ่นพังทลายลงในพริบตา!
"เปิดประตูโว้ย! ข้าได้ยินมาว่านังตัวแสบตระกูลจ้าวแอบทำของวิเศษกลิ่นหอมประหลาด ไสหัวออกมาให้หมดตัวซะดีๆ!"
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — เบเกอรี่มิติต่างโลก
เซียนเบเกอรี่มิติคู่ขนานกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักเมนูครัวซองต์•ตอนที่ 1
ตื่นมาพร้อมหนี้สินกับเตาอบร้าง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเบเกอรี่มิติคู่ขนานกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักเมนูครัวซองต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!