"ถ้าท่านกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับฝูงผึ้งอัคคีพวกนั้นอีกรอบ ข้าจะเอาแป้งสาลีชั้นดีทั้งหมดไปเททิ้งให้ปลวกกินเสียให้หมดเรื่อง!"
เสียงตวาดด้วยความหงุดหงิดปนหวาดวิตกของรินรดาดังลั่นไปทั่วห้องครัวดินเผา นางกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเขม่าสีดำและรอยแดงจางๆ บนลาดไหล่กว้างของสามีหนุ่มด้วยความมือไม้สั่น แม้ปากจะเอ่ยคาดโทษเสียจนน่ากลัว แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับแดงก่ำและมีรื้นน้ำใสๆ เอ่อคลอด้วยความตกใจเมื่อครู่
อัศวิน—อดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่เคยนำทัพฝ่าดงดาบ กลับทำหน้ามึนตื้อ นั่งนิ่งให้ภรรยาตัวน้อยบ่นกระodกระเทียบราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ทำความผิด ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมหนังลุยป่ามีรอยไหม้เกรียมเป็นหย่อมๆ ที่ชายเสื้อ กลิ่นอายของไอน้ำ ป่าฝน และควันไฟจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเนยสดที่ตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะ
"ข้าไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย รินรดา... เจ้าดูนี่สิ" อัศวินส่งเสียงทุ้มต่ำในลำคออย่างเอาใจ มือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบและถือขวานค่อยๆ เลื่อนถุงผ้าใบทอหยาบที่มัดปากไว้อย่างแน่นหนาลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน
ครั้นเชือกถูกแกะออก กลิ่นหอมหวานรelรวนลึกซึ้งก็พวยพุ่งทะลักออกมาทันทีจนกลบกลิ่นควันไฟในห้องจนสิ้น
ภายในถุงนั้นคือ "รังผึ้งป่ามิติอัคคี" ขนาดยักษ์ หลอดรังผึ้งสีทองอร่ามราวกับอัญมณีมีค่าถูกถักทออย่างประณีต น้ำผึ้งสีอำพันบริสุทธิ์ไหลเยิ้มหยดย้อยลงกระทบผิวไม้ ส่งประกายระยิบระยับสะท้อนกับแสงตะเกียง ยิ่งไปกว่านั้น มันไม่ใช่รังผึ้งธรรมดา แต่มันคือวัตถุดิบระดับตำนานที่พวกพ่อค้าคนกลางในเมืองหลวงต่างแย่งชิงกันให้ราคาสูงลิ่ว เพราะสรรพคุณทั้งบำรุงกำลังและให้ความหวานล้ำลึกที่หาไม่ได้จากน้ำผึ้งเลี้ยงทั่วไป
รินรดากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ความโกรธเคืองที่อัดแน่นอยู่ในอกเมื่อครู่พลันมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักธุรกิจสาวหัวการค้าที่พุ่งพล่านขึ้นมาทันที
"ท่าน... ท่านไปเอารังผึ้งนี้มาจากหน้าผามรณะนั่นจริงๆ น่ะหรือ? ข้าบอกแล้วว่ามันอันตรายเกินไป!" นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางวางผ้าลงแล้วเอื้อมมือไปสำรวจรังผึ้งด้วยความทึ่ง "แต่มัน... งดงามมาก น้ำผึ้งนี่ใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่าทองคำเหลวเสียอีก"
อัศวินลอบยิ้มมุมปากเมื่อเห็นภรรยาสาวเปลี่ยนท่าทีเร็วยิ่งกว่าพลิฝ่ามือ เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขาแพ้ให้กับ "วัตถุดิบชั้นเลิศ" ทุกครั้งไป ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ ขยับมือโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาคลอเคลียแถวลาดไหล่ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู
"ถ้าข้าไม่เสี่ยง แล้วภรรยาของข้าจะได้ทำ 'ครัวซองต์เคลือบน้ำผึ้งป่า' เมนูใหม่ที่นางบ่นว่าอยากทำมาสามวันสามคืนแล้วล่ะหรือ? ข้าทนเห็นเจ้านอนพลิกตัวไปมาตอนกลางคืนเพราะมัวแต่คิดถึงสูตรขนมไม่ได้หรอกนะ"
รินรดาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที นางรีบผลักอกสามีออกเบาๆ ด้วยความเขินอาย แต่ริมฝีปากกลับแอบยกยิ้มขึ้นอย่างปิดไม่มิด "คนบ้า... ใครเขาบอกว่าข้านอนไม่หลับเพราะเรื่องนั้นกันเล่า ข้าแค่นอนคิดบัญชีการค้าต่างหาก"
"ปากแข็งเสียจริง" อัศวินหัวسในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการปะทะกับฝูงผึ้งป่าเมื่อช่วงบ่าย แต่แววตาที่มองภรรยากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและคลั่งไคล้อย่างไม่ปิดบัง "ว่าแต่... น้ำผึ้งนี่พอจะทำให้ข้าได้กินครัวซองต์กรอบๆ หอมๆ สักชิ้นหรือยัง แม่นางริน"
"หึ! ได้วัตถุดิบระดับนี้มาแล้ว ถ้าข้ายังทำออกมาไม่ละลายในปากจนท่านแทบไม่อยากลุกไปไหน ก็อย่ามาเรียกข้าว่ารินรดาผู้จัดการร้านเบเกอรี่แห่งนี้เลย!"
ว่าแล้ว หญิงสาวก็สลัดความกังวลทิ้งไปทันที นางหมุนตัวกลับไปหยิบชามกระเบื้องเคลือบและมีดตัดน้ำผึ้งด้วยความกระตือรือร้น ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยไฟแห่งการสร้างสรรค์ มิติลับในห้วงความคิดถูกเปิดออกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแป้งสาลี เนยสดจากนมวัวภูเขา และยีสต์สูตรลับเฉพาะ
ในขณะที่รินรดากำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกน้ำผึ้งบริสุทธิ์ออกจากรังผึ้งด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กลิ่นควันไฟติดปนเปื้อน กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของน้ำผึ้งป่าก็เริ่มฟุ้งกระจาย ลอยลอดผ่านหน้าต่างห้องครัวออกไปปะทะกับสายลมยามเย็นที่พัดโชยเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน
ณ ชายทุ่งหญ้าท้ายหมู่บ้าน... สองสามีภรรยาตระกูลหลิน—ญาติผู้พี่ที่เคยมาตามรังควานและพยายามฮุบกิจการร้านเบเกอรี่ของนางในวันเปิดร้าน กำลังเดินผ่านหน้าบ้านของรินรดาพอดี ทั้งคู่หยุดชะงักทันทีเมื่อสูดกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นั้นเข้าไปเต็มปอด
หลินเฉียง—บุรุษผู้มักมากในทรัพย์สิน หันขวับไปมองบ้านหลังน้อยของรินรดาด้วยสายตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความโลภและริษยา
"กลิ่นนี่มันอะไรกัน... หอมหวานยิ่งกว่าน้ำตาลทรายแดงราคาแพงในเมืองหลวงเสียอีก!" หลินเฉียงพึมพำ น้ำลายสอออกมาโดยไม่รู้ตัว
ภรรยาของเขาแค่นسنเสียงฮึดฮัดด้วยความหมั่นไส้ "นังตัวดีนั่นคงแอบทำของอร่อยกินกันอีกแล้วสินะ ท่านพี่... ถ้าเราแอบย่องไปดูว่านางใช้วัตถุดิบอะไร แล้วเอาไปฟ้องท่านแม่หรือเอาไปทำขายแข่งกับมันล่ะก็ รับรองว่าเราต้องได้เงินก้อนโตแน่ๆ!"
หลินเฉียงพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง ทั้งคู่ค่อยๆ ย่องเข้าใกล้รั้วไม้ไผ่ของบ้านรินรดาอย่างเงียบเชียบ โดยไม่รู้เลยว่า... เงาดำมหึมาของอัศวินที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูหลังบ้าน กำลังจ้องมองพฤติกรรมน่ารังเกียจของพวกมันด้วยแววตาดุร้ายเยือกเย็นราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังรอขย้ำเหยื่อ
อัศวินยกยิ้มเยาะที่มุมปากช้าๆ พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความรำคาญใจที่มียุงน่ารังเกียจมาบินวนเวียนใกล้รังรักของตน
"พวกหนูท่อสกปรก... กล้าดีอย่างไรถึงมาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้ในเวลาที่ข้ากำลังมีความสุขกับภรรยา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนเบเกอรี่มิติคู่ขนานกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักเมนูครัวซองต์•ตอนที่ 11
อัศวินนักล่ากับวัตถุดิบหายาก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเบเกอรี่มิติคู่ขนานกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักเมนูครัวซองต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!