กลิ่นคาวเลือดสดๆ ตีเข้าจมูกจนแสบโพรงจมูก อคินไม่แม้แต่จะกระพริบตา ดวงตาคู่คมหลังเลนส์แว่นกรอบทองจดจ้องร่างที่นอนไร้ลมหายใจอยู่เบื้องหน้าอย่างพินิจพิจารณา รอยเฉือนที่ลำคอเรียบกริบ บ่งบอกถึงความคมของใบมีดและมือที่นิ่งสนิทระดับศัลยแพทย์ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของแพทย์นิติเวชอัจฉริยะกลับไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์นั้น หากแต่เป็นสัญลักษณ์รูป "นกฮูกสามตา" บนหน้าผากของศพ
"เก็บปืนของคุณซะ สารวัตร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ความตื่นตระหนก แม้สถานการณ์รอบตัวจะตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก อคินขยับตัวเข้าใกล้ศพช้าๆ โดยไม่สนใจกระบอกปืนในมือของกวินแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางยกขึ้นแตะขอบแผลบนหน้าผากเบาๆ เพื่อวัดอุณหภูมิและความยืดหยุ่นของผิวหนัง "ฆาตกรยังอยู่แถวนี้... ร่างกายนี้ยังอุ่น อัตราการแข็งตัวของกล้ามเนื้อหลังตาย (Rigor Mortis) ยังไม่เริ่มต้น แสดงว่าเพิ่งถูกฆ่าไม่เกินสามนาทีที่เราก้าวเข้ามาในห้องเก็บศพนี้"
กวินไม่ได้เก็บปืนตามคำสั่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วความมืดมิดของห้องเก็บศพที่เงียบสงบ สัญชาตญาณดิบในตัวร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง ขนอ่อนลุกชันขึ้นทั่วแผ่นหลัง ความรู้สึกเย็นวาบวิ่งพล่านไปตามกระดูกสันหลังราวกับมีใครกำลังจ้องมองพวกเขาจากความมืดมิด
"มันไม่ใช่แค่ฆาตกรรมอำพราง หรือการฆ่าปิดปากธรรมดาหรอกครับ ดร.อคิน" กวินกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะความเย็นยะเยือกของห้องดับจิต "รอยสัญลักษณ์นี้... พลังงานบางอย่างที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ มันกำลังบอกผมว่า นี่คือการประกาศสงคราม"
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อสิ่งเหนือธรรมชาติที่สารวัตรหนุ่มมักยึดถือ "สงคราม? ไสยศาสตร์หรือจิตวิทยาตื้นเขินกันแน่ที่คุณกำลังพูดถึง สารวัตรกวิน? โลกนี้ไม่มีพลังงานลี้ลับอะไรทั้งนั้น มีเพียงรอยแผล รอยนิ้วมือ ดีเอ็นเอ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่พูดความจริงเสมอ"
"บางครั้ง... ความจริงที่คุณพยายามไขด้วยวิทยาศาสตร์ ก็แคบเกินกว่าจะมองเห็นภาพทั้งหมด" กวินหันมาสบตาอคิน แววตาดุดันและจริงจังจนแพทย์หนุ่มชะงักไปชั่วขณะ "คุณเชื่อเรื่องความบังเอิญไหมครับ? เจ้าหน้าที่เวรเปลคนนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่สามวัน แต่เขากลับถูกฆ่าด้วยวิธีเดียวกับเหยื่อเมื่อยี่สิบปีก่อน"
คำพูดของกวินทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง อคินชะงักมือที่กำลังเก็บตัวอย่างคราบเลือดบนพื้น สายตาคมกวาดมองหน้าตำรวจหนุ่มอย่างประเมินสถานการณ์ "คุณหมายความว่ายังไง... คดีเมื่อยี่สิบปีก่อน?"
"คดี 'ฆ่าบูชายัญนกฮูก' ไงครับ" กวินกดเสียงต่ำลง ทอดสายตาไปยังความมืดเบื้องหน้า ราวกับกำลังย้อนกลับไปในอดีตอันดำมืด "ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กฝึกงานในกรมตำรวจ คดีนั้นถูกปิดเงียบอย่างไร้ร่องฆาตกร เหยื่อทุกรายถูกกรีดสัญลักษณ์นี้บนหน้าผาก และที่น่ากลัวที่สุดคือ... หนึ่งในทีมแพทย์นิติเวชที่ชันสูตรศพในคดีนั้น คืออาจารย์ของคุณเอง ดร.อคิน"
อคินนิ่งงันไปชั่วขณะ แววตาที่เคยนิ่งสงบราวน้ำในบึงลึกไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความเย็นชาตามความคุ้นชิน "อาจารย์ของผมเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปนานแล้ว ไม่เกี่ยวกับคดีนี้"
"ท่านตายเพราะอุบัติเหตุ... หรือเพราะรู้มากเกินไปกันแน่?" กวินย้อนถามด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้ลมหายใจบนพื้นมากขึ้น มือแกร่งเอื้อมไปหยิบบัตรพนักงานที่เหน็บอยู่กระเป๋าเสื้อของศพขึ้นมาดู "นี่ไงครับ... รหัสพนักงานคนนี้ ตรงกับหมายเลขแฟ้มคดีเก่าที่ถูกเก็บไว้ในห้องใต้ดินของสถานีตำรวจ... แฟ้มที่ถูกสั่ง 'ห้ามแตะต้อง' โดยเด็ดขาด"
อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถอดถุงมือยางเปื้อนเลือดออกทีละนิ้วด้วยความใจเย็น ทว่าสมองกลับหมุนเร็วจี๋ ประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่เพิ่งได้รับเข้าด้วยกัน วิทยาศาสตร์กับความเชื่อ สัญชาตญาณกับหลักฐาน ทุกอย่างกำลังบรรจบกันที่จุดศูนย์กลางอันน่าสะพรึงกลัว คดีนี้ไม่ใช่คดีฆาตกรรมฆ่าชิงทรัพย์ หรือความแค้นส่วนตัว แต่มันคือการ "ขุดคุ้ย" อดีตที่ถูกฝังกลบไว้อย่างดีขึ้นมาอีกครั้ง
"ถ้ามันคือคดีเดียวกันจริง..." อคินก้าวเข้าไปประชิดกวิน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นคาวเลือดสร้างบรรยากาศที่เร่าร้อนและอันตรายในเวลาเดียวกัน ดวงตาทั้งสองคู่จ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร "แสดงว่าฆาตกรคนเดิม... หรือผู้สืบทอดเจตนารมณ์นั้นกำลังรอคอยให้เราเดินตกลงไปในหลุมพรางที่พวกมันขุดไว้"
"ผมไม่เคยกลัวหลุมพรางครับ ดร.อคิน" มุมปากของกวินกระตุกยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและแรงดึงดูดอันตราย "สิ่งที่ผมกลัว... คือการที่เราค้นพบความจริงที่น่ากลัวเกินกว่าจะรับไหวต่างหาก"
ก่อนที่อคินจะได้โต้แย้งด้วยวาจาคมคายใดๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับรองเท้าคอมแบทก็ดังแว่วมาจากทางเดินมืดทึบด้านนอกห้องเก็บศพ เสียงนั้นก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง ท่ามกลางความเงียบสงัดของโรงพยาบาลยามวิกาล
กวินยกปืนขึ้นเล็งไปที่ประตูทันที อคินขยับตัวไปยืนเคียงข้าง พร้อมกับมือที่สอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์เพื่อหยิบอุปกรณ์บางอย่างที่ใช้ป้องกันตัว ทั้งสองยืนสงบนิ่งราวกับนักล่าผู้ช่ำชอง รอคอยให้ผู้มาเยือนปรากฏกาย
และในวินาทีนั้นเอง หลอดไฟนีออนเหนือศีรษะก็กระพริบติดๆ ดับๆ ส่งเสียงฮัมต่ำในลำคอก่อนจะดับสนิท ทิ้งให้ทั้งห้องจมดิ่งสู่ความมืดมิด มีเพียงแสงไฟฉายจากปลายกระบอกปืนของกวินที่ส่องสว่างตัดกับความมืด ประตูห้องเก็บศพถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมกับกลิ่นหอมประหลาดของดอกไม้ป่าที่โชยมาเตะจมูก—กลิ่นเดียวกับในแฟ้มคดีฆาตกรรมเมื่อยี่สิบปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย•ตอนที่ 4
บันทึกคดีเก่าที่ถูกลืม
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!