กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นจนแสบนาสิก ผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของห้องดับจิตที่ถูกลดอุณหภูมิลงต่ำกว่ามาตรฐานเพื่อชะลอการเน่าสลาย รอยเปื้อนสีดำคล้ำรูปนิ้วมือมนุษย์บนพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดไม่ได้เลือนหายไปตามกาลเวลา ตรงกันข้าม มันกลับส่งไอเย็นยะเยือกเสียดแทงทะลุพื้นรองเท้าบูทหนังแท้ของผมขึ้นมาโดยตรง
"อย่าขยับ" เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรกวินลอดไรฟัน ขณะที่มือขวาของเขาซึ่งถือปืนพกสั้นซีแซด โพนเนอร์ ประทับมั่นคงอยู่ในระดับสายตา นิ้วชี้แนบชิดโครงปืนอย่างระมัดระวังตามหลักยุทธวิธี ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปทั่วความมืดมิดของมุมห้องที่ถูกเงาตู้เก็บศพสแตนเลสทาบทับ
หมวดธนาขยับโล่กันกระสุนเข้าบังหน้าผมโดยอัตโนมัติ น้ำหนักของโล่เหล็กกล้ากระแทกพื้นเสียงดังทึบสะท้อนก้องกังวานในพื้นที่ปิด "สารวัตรครับ... ตรงนั้นไม่มีใครอยู่ แต่อุณหภูมิ... อุณหภูมิลดฮวบลงไปเจ็ดองศาภายในสามวินาทีครับ"
ผมปรายตามองหน้าจอเครื่องวัดอุณหภูมิแบบพกพาในมือซ้าย ตัวเลขสีแดงสดกะพริบเตือนระดับความเย็นที่ดิ่งลงอย่างผิดธรรมชาติจริง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นักนิติเวชอย่างผมจะให้ความสนใจเป็นอันดับแรก วิทยาศาสตร์มีคำอธิบายให้ทุกปรากฏการณ์ แม้กระทั่งความผิดปกติทางเทอร์โมไดนามิกส์ที่เกิดจากการระเหยของไอน้ำฉับพลัน
ผมก้าวเท้าผ่านโล่กำบังของหมวดธนาอย่างไม่แยแสต่อคำเตือนทางสายตาของกวิน คุกเข่าลงช้าๆ เบื้องหน้ารอยเปื้อนสีดำนั้น สวมถุงมือยางนีโอพรีนหนาพิเศษ แล้วใช้นิ้วแตะสัมผัสคราบปริศนาโดยตรง
"คุณกำลังทำบ้าอะไร อคิน" กวินกัดกรามกรอด เสียงกระซิบของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนห่วงใย "ผมบอกให้ระวังตัว พื้นตรงนั้นมัน..."
"ไม่ใช่รอยเลือด ไม่ใช่เชื้อรา และไม่ใช่คราบน้ำมันสารเคมีจากการรั่วไหลของคอมเพรสเซอร์" ผมตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ปลายเลิฟสวมถุงมือปาดเบาๆ บนผิวคราบสีดำแล้วยกขึ้นมาใกล้ดวงตา ปลายจมูกสูดดมกลิ่นเล็กน้อย "นี่คือเขม่าคาร์บอนบริสุทธิ์ที่เกิดจากการเผาไหม้ในภาวะอับอากาศ... หรือที่นักนิติวิทยาศาสตร์เรียกว่า *Soot Deposition* แต่มีความหนาแน่นระดับนาโนเมตร"
"เขม่า? ในห้องเก็บศพที่ปิดตายเนี่ยนะ?" กวินลดปืนลงครึ่งหนึ่ง แต่สายตายังคงจดจ้องแผ่นหลังของผมไม่วางตา "แล้วมันมาปรากฏเป็นรูปรอยนิ้วมือสี่นิ้วได้อย่างไร ใครเป็นคนทำ"
"ไม่มีใครทำหรอกครับสารวัตร..." ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นผงสีดำออกจากถุงมือด้วยท่าทีสุขุม "ธรรมชาติหรือความบังเอิญไม่เคยสร้างสรรค์รูปแบบที่เจาะจงขนาดนี้ รอยนิ้วมือนี้ไม่ได้ประทับลงจากภายนอก... แต่มันถูก 'ขับ' ออกมาจากโครงสร้างระดับโมเลกุลของพื้นผิวห้อง ผ่านปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าบางอย่างที่เรายังไม่เข้าใจดีพอ"
ผมหันไปสบตากับกวิน แววตาของเราปะทะกันกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด นัยน์ตาคมเข้มของนายตำรวจหนุ่มเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งลี้ลับและลางสังหรณ์ ขณะที่แววตาหลังกรอบแว่นโลหะของผมมีเพียงความกระหายใคร่รู้ในหลักฐานเชิงประจักษ์
"คุณจะบอกว่ามันเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์งั้นสิ ดร.อคิน" กวินเค้นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "งั้นช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยว่า วิทยาศาสตร์ที่คุณศรัทธาหนักหนา กำลังบอกอะไรกับรอยนิ้วมือที่กำลังส่งเสียงกระซิบเรียกชื่อผมอยู่ตอนนี้"
"ผมไม่ได้ยินเสียงใครกระซิบ นอกจากเสียงความคิดที่ฟุ้งซ่านเกินขอบเขตของตำรวจสายมูอย่างคุณครับ" ผมสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดผ่าตัด "แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่ารอยนี้มีความหมายอะไร เราคงต้องกลับไปที่ห้องแล็บ... เพราะความจริงที่แท้จริง ไม่ได้ซ่อนอยู่บนพื้นกระเปื้องสกปรกนี่ แต่มันฝังอยู่ลึกยิ่งกว่านั้น"
ผมก้มลงมองร่างไร้ลมหายใจของเหยื่อรายล่าสุดที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงสแตนเลส ร่างกายของเขาผ่านการตรวจชันสูตรเบื้องต้นมาแล้ว แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกผมว่า เราเพิ่งเปิดประตูบานแรกเข้าสู่เขาวงกตที่มืดมนที่สุดในชีวิตการทำงาน
---
สองชั่วโมงต่อมา ณ ห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ขั้นสูง
แสงไฟสีขาวนวลจากหลอด LED กำลังสูงสาดส่องลงบนโต๊ะสเตนเลสไร้รอยต่อ กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนเจือจางลอยอบอวลในอากาศเย็นเฉียบ เสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปั่นเหวี่ยงสารเคมีและระบบระบายอากาศทำงานประสานกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ผมยืนอยู่หน้ากล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (Scanning Electron Microscope - SEM) เครื่องมือราคาหลายสิบล้านบาทที่สามารถขยายภาพได้ลึกถึงระดับนาโนเมตร บนจอมอนิเตอร์ความละเอียดสูง 4K ภาพเนื้อเยื่อผิวหนังบริเวณหน้าอกของศพที่ถูกกรีดด้วยของมีคมกำลังปรากฏขึ้นทีละส่วนอย่างชัดเจน
กวินยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ห่างออกไปไม่ไกล สายตาของเขาจับจ้องแผ่นหลังของผมอย่างเงียบเชียบ ไม่มีบทสนทนาไร้สาระระหว่างเราในยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงคลิกเบาๆ ของเมาส์ในมือผม
"เจออะไรที่ทำให้คุณทำหน้าเคร่งเครียดแบบนั้นไหมครับ ดร.อคิน" กวินทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความกดดัน
ผมไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางเลื่อนล้อเมาส์เพื่อปรับโฟกัสภาพบนจอภาพให้คมชัดยิ่งขึ้น จากกำลังขยายหมื่นเท่า... สู่ห้าหมื่นเท่า... และทะยานขึ้นไปถึงหนึ่งแสนเท่า!
ภาพที่ปรากฏบนจอทำเอาลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ
รอยกรีดบนเนื้อเยื่อที่ด้วยตาเปล่าดูเหมือนรอยแผลเป็นระเบียบธรรมดา ทว่าภายใต้กำลังขยายระดับนาโนเมตรของกล้อง SEM กลับมิใช่รอยแผลจากการถูกกระทำด้วยมีดผ่าตัดทั่วไป เส้นใยคอลลาเจนและเซลล์ผิวหนังที่ถูกเฉือนไม่ได้ขาดออกจากกันด้วยแรงกลไกหยาบๆ แต่มันถูกตัดแต่งด้วยความแม่นยำระดับโมเลกุล ลึกซึ้งและประณีตราวกับใช้ลำแสงเลเซอร์ชีวภาพ
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... บริเวณก้นแผลลึกสุดติดกับชั้นกล้ามเนื้อหัวใจ มีกลุ่มอณูอนุภาคสีดำเรียงตัวกันเป็นระเบียบอย่างน่าขนลุก
มันไม่ใช่รอยแผล... แต่มันคือ "รหัส"
รหัสตัวเลขฐานสิบหด (Hexadecimal Code) ความยาวแปดหลัก ถูกสลักฝังลงไปในเนื้อเยื่อมนุษย์อย่างแนบเนียน!
ผมถอดแว่นตาออก ใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบางๆ ที่ซึมบริเวณขมับ ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าสารวัตรหนุ่มด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเยือกเย็นและมั่นใจในทุกสิ่งถูกแทนที่ด้วยความระแวงระวังระดับสูงสุด
"สารวัตร..." ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนกวินต้องผละตัวออกจากผนังแล้วก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน "ฆาตกรไม่ได้แค่ฆ่าเหยื่อเพื่อความสะใจ... และมันไม่ได้ใช้แค่มีด"
กวินโน้มตัวลงมองจอภาพคอมพิวเตอร์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น "นั่นมัน... ตัวเลขอะไร? รหัสบัญชีธนาคาร พิกัด GPS หรือว่า..."
"ไม่ใช่ทั้งนั้นครับ" ผมแค่นิดยิ้มฝืดเฝื่อนที่มุมปาก สายจดจ้องตัวเลขบนจอไม่วางตา "รหัสนี้กำลังบอกเวลา... และมันเป็นเวลานับถอยหลัง"
ก่อนที่กวินจะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสามก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาคารนิติเวช ไฟส่องสว่างสีแดงชาดกะพริบวับวาบสลับกับความมืดมิด ระบบระบายอากาศดับวูบลงพร้อมกับความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งกรูขึ้นมาจากบันไดหนีไฟ
ประตูกระจกนิรภัยของห้องปฏิบัติการถูกกระแทกเปิดผางอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดกันสารเคมีสีเหลืองสว่าง และเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาในความสลัว... บุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเหยียบสถานที่แห่งนี้ในยามวิกาล
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช ซาบซึ้งใจยิ่งนักครับ
นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย•ตอนที่ 6
รหัสลับในรอยแผล
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!