นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย•ตอนที่ 7

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
คราบเลือดบนแผ่นกระดาษการ์ดเนื้อหนาสีครีม ไม่ได้มีกลิ่นคาวคละคลุ้งอย่างที่ควรจะเป็น มันถูกเคลือบไว้ด้วยสารเคมีบางชนิดที่จมูกของแพทย์นิติเวชอย่างผมแยกแยะออกได้ทันทีตั้งแต่ปลายนี้วสัมผัส—ฟอร์มาลีนเจือจางผสมกับกลิ่นอับชื้นของดินใต้รากไม้โบราณ "คุณอ่านมันหรือยัง กวิน" ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงดงามแต่หนทึบของห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสีนวลส่องกระทบสันจมูกคมและกรอบแว่นโลหะของผม ขณะที่ดวงตาคู่หลังเลนส์กำลังจดจ้องร่างสูงของสารวัตรหนุ่มผู้ยืนนิ่งค้างอยู่ริมหน้าต่าง บรรยากาศรอบตัวเราในยามวิกาลนี้อัดแน่นไปด้วยความกดดันราวกับออกซิเจนในห้องกำลังถูกสูบออกทีละนิด สารวัตรกวินไม่ได้หันกลับมาทันที เขายังคงมองออกไปเบื้องล่างผ่านกระจกใสสะท้อนเงาตึกสูงของเมืองกรุง มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปลายนิ้วชี้รอยสักยันต์โบราณที่ข้อมือขวาขยับไหวเล็กน้อยราวกับมันกำลังเต้นเรตุด้วยความกระวนกระวายใจ "ผมอ่านแล้วครับ..." น้ำเสียงของนายตำรวจหนุ่มแหบพร่าและต่ำลึกผิดจากยามปกติ "และผมคิดว่า... สิ่งที่มันเขียน ไม่ใช่แค่คำขู่เล่นๆ" ผมวางซองจดหมายสีชาไร้แสตมป์ลงบนโต๊ะสแตนเลสขัดเงา สะเก็ดไฟจากสัญชาตญาณทางวิทยาศาสตร์เริ่มทำงานทันทีเมื่อสายตาผมกวาดผ่านลายมือตัวบรรจงที่เขียนด้วยหมึกซึมสีดำสนิท บนกระดาษแผ่นนั้นไม่ได้มีข้อความหยาบคายหรือคำด่าทอทอนศักดิ์ศรี แต่มันคือ "กำหนดการ" *วันที่สิบสอง เวลาเที่ยงคืนตรง ณ โบสถ์ร้างย่านฝั่งธนฯ... ศพรายต่อไปจะสูญเสียดวงตาทั้งสองข้าง เพื่อชดใช้ให้กับความมืดที่พวกคุณพยายามขุดคุ้ย* มุมปากของผมกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง "ความงมงายของฆาตกรที่พยายามสร้างสถานการณ์ให้ตัวเองดูเหมือนผู้พิพากษาแห่งความตาย" ผมแค่น้ำเสียงลอดไรฟัน พลางหยิบถุงมือยางขึ้นมาสวมทีละข้างอย่างใจเย็น "คุณเชื่อเรื่องคำทำนายงี่เง่านั่นเหรอ กวิน? โบสถ์ร้างย่านฝั่งธนฯ? มันเป็นแค่จิตวิทยาเชิงพฤติกรรม ฆาตกรต้องการให้เรารู้สึกว่าเขากุมชะตากรรมทุกอย่างเอาไว้ในกำมือ เพื่อที่เราจะได้วิ่งตามเกมของเขาจนหัวซุกหัวซุน" กวินหันขวับกลับมา ดวงตาคมกริบของนายตำรวจสายมูคู่นั้นแดงก่ำด้วยความเครียดขึง เขาเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผม ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความดุดันและพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนสัมผัสได้ "วิทยาศาสตร์ของคุณอธิบายไม่ได้ทุกเรื่องหريكครับ หมออคิน" กวินกัดกรามแน่น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ดึงดูดและท้าทายในเวลาเดียวกัน "คุณมองเห็นแค่รอยแผล รอยช้ำ และสารเคมีในเนื้อเยื่อ แต่คุณมองไม่เห็น 'เงา' ที่กำลังตามติดหลังเรามาตั้งแต่คดีแรก... จดหมายฉบับนี้ไม่ได้ส่งมาทางไปรษณีย์ แต่มันถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานที่ล็อคกลอนไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีกล้องวงจรปิดตัวไหนจับภาพได้เลยสักวินเดียว... คุณจะอธิบายเรื่องนี้ด้วยสูตรเคมีตัวไหนล่ะครับ?" ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ปลายจมูกของเราแทบจะชนกันหากขยับเข้ามาใกล้กว่านี้ ความเยือกเย็นทางตรรกะของผมกำลังปะทะเข้ากับความร้อนรุ่มทางสัญชาตญาณของเขาอย่างดุเดือด นี่คือความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวที่เราต่างผูกติดกันไว้ด้วยความจริงอันดำมืดของศพมนุษย์ "ผมอธิบายด้วยความจริงที่ว่า มนุษย์เป็นคนเดินเอามาวาง" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทและเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด "ไม่มีผีสางที่ไหนมีกุญแจห้องทำงานของสารวัตรกวินหรอกครับ คนที่ทำ... ต้องเป็นคนที่รู้ระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพักนี้ดีกว่าใคร และนั่นหมายความว่า... เรากำลังมีหนอนกระ่อนอยู่ในรั้วเดียวกัน" คำพูดของผมทำให้แววตาของกวินไหววับไปชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูง สมองของนายตำรวจมืออาชีพเริ่มคำนวณตามความเป็นจริงที่ผมหยิบยื่นให้ แม้เขาจะศรัทธาในสิ่งลี้ลับเพียงใด แต่สัญชาตญาณดิบของตำรวจก็ไม่เคยปฏิเสธหลักฐานทางกายภาพที่ตรงหน้า "ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่า..." กวินโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะสแตนเลส โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืน "แล้วทำไมมันถึงระบุชื่อผมและคุณลงไปในจดหมายฉบับนี้ด้วยล่ะครับ?" ผมชะงักไปเล็กน้อย ปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางชะลอการหยิบจับกระดาษแผ่นนั้นลง ในบรรทัดสุดท้ายของจดหมาย... ลายมือตัวบรรจงนั้นไม่ได้เขียนแค่กำหนดการฆาตกรรม แต่มันเขียนชื่อของเราสองคนไว้อย่างชัดเจนด้วยหมึกสีแดงฉานที่เพิ่งสังเกตเห็น—*อคิน & กวิน ผู้ที่จะต้องยืนมองความพ่ายแพ้ของตนเองในสุสานแห่งนั้น* ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว แต่หัวใจของผมกลับเต้นแรงขึ้นอย่างผิดจังหวะ ไม่ใช่ด้วยความกลัว... แต่เป็นความตื่นเต้นเร้าใจของนักล่าที่รู้ว่าเหยื่อกำลังเดินเข้ามาหาในระยะประชิด "บางที..." ผมแย้มยิ้มมุมปากอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มมองทะลุผ่านเลนส์แว่นไปยังนัยน์ตาของสารวัตรหนุ่ม "มันอาจจะไม่ได้อยากฆ่าเราหรอกครับ... แต่มันกำลังท้าทายให้เราเดินไปตกลหลุมพรางที่มันขุดรอไว้ต่างหาก" กวินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเคร่งขรึมที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน "ถ้ามันอยากเล่นเกม..." กวินเหยียดตัวตรง หยิบซองจดหมายขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยตัวเองอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นทอประกายคมปลาบ "เราก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงของมันเสียหน่อย... ดكتور" ผมพยักหน้ารับช้าๆ หยิบมีดผ่าตัดขนาดเล็กสแตนเลสขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความวิปริตที่กำลังรอเราอยู่ที่ปลายทาง ทว่า ในวินาทีที่เราทั้งคู่กำลังจะสรุปแผนการเดินทางไปป์โบสถ์ร้างแห่งนั้น เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของห้องเก็บศพใต้ดินชั้นล่างก็ดังสนั่นขึ้นลั่นตึก! ไฟนีออนสีนวลในห้องทำงานเกิดกระพริบถี่ๆ สองครั้งก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด มีเพียงแสงไฟสำรองสีแดงก่ำสลัวๆ ที่สาดส่องเข้ามาทางช่องลม และท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่โหยหวน... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็กำลังก้าวขึ้นบันไดตรงมายังห้องทำงานของเราอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักเลยแม้แต่น้อย ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช ซาบซึ้งใจยิ่งนักครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%