เสียงโลหะสแตนเลสกระทบกันเบาหวิวท่ามกลางความเงียบงันของรัตติกาล คือดนตรีเพียงบทเดียวที่ ดร.อคิน อนุญาตให้บรรเลงขึ้นในห้องผ่าศพใต้ดินเวลานี้
แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ดวงเดียวสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณบนเตียงชันสูตร กลิ่นฉุนกึกของฟอร์มาลินและสารเคมีชะล้างคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดเก่าเก็บที่ซึมลึกอยู่ตามร่องกระเบื้อง เป็นบรรยากาศที่คนปกติคงไม่อาจทนอยู่ได้เกินสามนาที แต่สำหรับอคินแล้ว มันคือสถานที่หลบภัยแห่งเดียวที่ปลอดภัยที่สุดจากสายตาของผู้มีอำนาจในกรมตำรวจและกระทรวงสาธารณสุข ผู้กำลังพยายามบิดเบือนสำนวนคดีนี้ให้กลายเป็นเพียงอุบัติเหตุธรรมดา
ร่างของเหยื่อรายล่าสุดนอนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า รอยแผลผ่าตัดจากการชันสูตรอย่างเร่งรีบเมื่อตอนกลางวันถูกเย็บปิดไว้ลวกๆ ด้วยด้ายไนลอนสีดำราวกับต้องการอำพรางความจริงบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน
อคินถอนหายใจยาวนาน มือสวมถุงมือยางสีขาวดึงกรรไกรผ่าตัดออกจากถาดเครื่องมือ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้น เขาไม่ได้เกรงกลัวอำนาจมืดที่สั่งห้ามแตะต้องศพนี้เป็นครั้งที่สอง แต่เขากำลังเดิมพันอาชีพทั้งชีวิตเพื่อแลกกับความยุติธรรมที่ระบบกฎหมายปัจจุบันไม่กล้าเอื้อมมือไปแตะ
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่ร้อนเกินกว่ามือเปล่าของคุณจะดับมันไหว, หมอ"
เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้องแล็บ โดยที่ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเตือนล่วงหน้า
อคินชะงักมือเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันกลับไปทันที เขายังคงจ้องมองรอยแผลบนหน้าอกศพด้วยสีหน้าราบเรียบ ไร้ซึ่งความตกใจ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะด้ามมีดผ่าตัดกับขอบถาดสแตนเลสเบาๆ สองครั้ง เป็นจังหวะที่เดาอารมณ์ไม่ได้
"ถ้าผมกลัวไฟ ผมคงไม่มาเลือกยืนอยู่ในเตาเผาตั้งแต่แรกหรอกครับ, สารวัตรกวิน" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ ปรายตามองผ่านเงาสะท้อนบนกระจกตู้เก็บเครื่องมือแพทย์ จะเห็นนายตำรวจหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สีหน้าของกวินเคร่งเครียดและระแวดระวัง ผิดไปจากมาดเจ้าสำราญที่มักพกเครื่องรางของขลังติดตัวอยู่เสมอ
กวินเดินเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นอายจางๆ ของธูปและกำยานที่ติดตัวมาด้วยผสมปนเปกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้อง เขาหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเตียงชันสูตร ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของศพสลับกับใบหน้าด้านข้างของแพทย์นิติเวชผู้รั้นดึงดัน
"เบื้องบนสั่งปิดคดีนี้ไปแล้ว อธิบดีเซ็นชื่ออนุมัติสำนวนอุบัติเหตุเมื่อสองชั่วโมงก่อน คุณแอบลักLอบเข้ามาผ่าศพซ้ำในยามวิกาลแบบนี้ เท่ากับคุณเอาอนาคตทั้งชีวิตมาทิ้งลงถังขยะชัดๆ" กวินเอ่ยเตือน น้ำเสียงเจือความห่วงใยที่ถูกกลบไว้ด้วยความดุดันตามประสาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
"อนาคตที่ต้องแลกมากับการปิดตาข้างหนึ่งมองความอยุติธรรม... ผมไม่เรียกว่าอนาคตหรอกครับ มันเป็นแค่การเป็นทาสรับใช้ของพวกมีอำนาจต่างหาก" อคินเงยหน้าขึ้นสบตากวิน แววตาคู่นั้นคมปลาบจนแทบจะบาดลึกเข้าไปถึงก้น
"คุณเชื่อในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จนมองข้ามสัญญาณเตือนรอบตัวไปหมดสินะ" กวินถอนหายใจยาว ขยับตัวเข้ามาใกล้เตียงอีกนิดจนได้กลิ่นไอเย็นยะเยือกจากศพ "ศพนี้... วิญญาณเขาไม่อยากให้ใครมาแตะต้องในยามวิกาลแบบนี้หรอก คุณกำลังฝ่าฝืนกฎธรรมชาติ"
"ผมเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยตาและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องงมงายหรือสัมผัสที่หกแบบที่คุณชอบใช้ทำงานหรอกครับ, สารวัตร" อคินยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่มักทำให้กวินรู้สึกหมั่นไส้พอๆ กับอยากจะดึงตัวเข้ามาเขย่าให้ตาสว่าง
"งั้นเหรอ?" กวินแค่นหัวเราะในลำคอ "ถ้าวิทยาศาสตร์ของคุณแน่จริง ทำไมตอนกลางวันผลตรวจสารพิษถึงออกมาเป็นลบ ทั้งๆ ที่สภาพศพเขียวช้ำผิดธรรมชาติขนาดนี้ล่ะ? วิทยาศาสตร์ของคุณกำลังโกหกคุณอยู่, อคิน"
คำพูดของกวินราวกับเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงเข้าตรงจุดเปราะบาง อคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่ลงเล็กน้อย นั่นคือเหตุผลแท้จริงที่ทำให้เขาต้องลอบเข้ามาในคืนนี้ เพราะเขารู้ดีว่ามีบางอย่างผิดปกติในกระบวนการตรวจวิเคราะห์ ไม่ใช่แค่ความผิดพลาด แต่มันคือการ "จงใจ" ปกปิด
"นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมต้องผ่ามันอีกครั้ง" อคินพูดเสียงต่ำ มือเรียวหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมาจรดลงบนรอยเย็บเดิม "ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าสารพิษชนิดนั้นไม่ได้อยู่ในเลือด แต่มันอยู่ในเนื้อเยื่อไขมันที่เครื่องมือตรวจสเปกตรัมรุ่นเก่าของแล็บกลางตรวจไม่พบต่างหาก"
กวินไม่ได้ห้ามอีกต่อไป เขารู้ดีว่าเมื่อแพทย์นิติเวชคนนี้ตัดสินใจแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจเปลี่ยนใจได้ ตำรวจหนุ่มทำได้เพียงยืนคุมเชิง คอยสอดส่องสายหาความผิดปกติรอบด้านแทน บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงมีดผ่าตัดที่กรีดผ่านชั้นผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างแม่นยำและเยือกเย็น
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ สมาธิทั้งหมดของอคินจดจ่ออยู่กับการแยกชั้นเนื้อเยื่อบริเวณใต้ราวนมซ้าย ซึ่งเป็นจุดที่เส้นเลือดดำใหญ่เชื่อมต่อกับอวัยวะภายใน
"เจอแล้ว..." เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของอคิน
กวินก้าวเข้าไปชิดเตียงทันที ชะโงกหน้ามองลงไปใต้รอยแผลที่ถูกเปิดออกอีกครั้ง
ภายใต้แสงไฟสว่างจ้า บริเวณผนังหลอดเลือดแดงใหญ่มีคราบผลึกสีขาวอมเทาเกาะอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ลักษณะของมันผิดแปลกจากไขมันอุดตันทั่วไปอย่างสิ้นเชิง มันจับตัวกันเป็นก้อนแข็งราวกับหินปูน แต่มีประกายสะท้อนแสงสีรุ้งยามเมื่อกระทบกับไฟนีออน
"นี่มัน... อะไร?" กวินขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลังอย่างไม่มีสาเหตุ
อคินใช้คีมปลายแหลมคีบผลึกชิ้นเล็กนั้นขึ้นมาวางบนแผ่นสไลด์แก้ว แววตาของแพทย์หนุ่มฉายแววตื่นตะลึงระคนสมเพชในความอำมหิตของฆาตกร "นี่ไม่ใช่สารพิษทั่วไปที่ใช้กันในท้องตลาด... แต่มันคือสารละลายโลหะหนักชนิดพิเศษ ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาให้ตกผลึกช้าๆ เมื่อทำปฏิกิริުރกับอุณหภูมิร่างกาย มันจะค่อยๆ กัดกร่อนผนังหลอดเลือดจากภายใน ใช้เวลาสามสัปดาห์ก่อนจะทำให้หัวใจวายเฉียบพลันโดยไม่ทิ้งร่องรอยในเลือดเลยสักนิด"
"สารสังเคราะห์แบบนี้... มีใช้แค่ในห้องทดลองลับระดับชาติ หรือไม่ก็..." กวินยังพูดไม่ทันจบประโยค
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องแล็บดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ไร้ซึ่งความรีบร้อน แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวแข็งค้างในทันที
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง อคินชะงักมือที่ถือแผ่นสไลด์ ส่วนกวินค่อยๆ ลดมือลงไปแตะด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้แจ็คเก็ตอย่างเงียบเชียบ
"ใครมาดึกดื่นป่านนี้..." กวินกระซิบถาม ลมหายใจเริ่มผ่อนเข้าออกช้าและลึกเพื่อตั้งสติ
ก่อนที่อคินจะทันได้เอ่ยปากตอบ ประตูเหล็กบานหนาของห้องแล็บก็ค่อยๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ด เปิดอ้าออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนสงบนิ่งอยู่ภายใต้ความมืดของทางเดินด้านนอก... และคนผู้นั้น ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างแน่นอน
กราบขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ ดร.นิติเวช ซาบซึ้งใจยิ่งนักครับ
นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย•ตอนที่ 8
การผ่าตัดกลางคืน
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!