นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย•ตอนที่ 2

วิทยาศาสตร์ปะทะไสยเวท

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
คราบไขมันสีเหลืองขุ่นและเนื้อเยื่อที่ถูกความร้อนแผดเผาจนไหม้เกรียม ส่งกลิ่นคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างอย่างน่าสะอิดสะเอียน ทว่าสิ่งที่น่าขนลุกยิ่งกว่ากลิ่นซากศพเน่าเฟะ คือแสงเรืองสีม่วงจางๆ ที่ยังคงเปล่งประกายออกมาจากรอยแผลบริเวณโคนลิ้นของร่างไร้ลมหายใจ "ถอยไปหน่อยครับ สารวัตร" เสียงทุ้มต่ำและเรียบสนิทของ ดร.อคิน เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน แพทย์นิติเวชหนุ่มสวมถุงมือยางสีขาว ปลายกระบอกไฟฉายแรงสูงส่องตรงไปยังรอยประทับรูปร่างประหลาดนั้น ดวงตาสองชั้นภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนภาพแผลเป็นรูปนกฮูกสามตาที่ฝังลึกลงไปในเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปรานี สารวัตรกวินก้าวถอยหลังตามคำสั่งครึ่งก้าว แต่สายตายังคงไม่ละไปจากศพ มือหนาของนายตำรวจหนุ่มลูบคลำสร้อยประคำไม้จันทน์หอมที่ข้อมือโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวในรัศมีห้าเมตรดูหนาทึบและเย็นเยียบลงอย่างผิดธรรมชาติ ราวกับออกซิเจนในอากาศกำลังถูกสูบหายไป "คุณไม่รู้สึกบ้างเลยหรือครับ อคิน" กวินเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเจือความระแวงอย่างปิดไม่มิด "เมื่อกี้... เสียงกระซิบที่เรียกชื่อคุณ มันไม่ได้ดังมาจากข้างนอก แต่มมันดังมาจาก... ข้างในหัวเราต่างหาก" อคินหยุดมือจากการใช้คีมปลายแหลมเขี่ยเศษเนื้อเยื่อเบาๆ เขาชะตั๋วร่างสูงตรงขึ้นเล็กน้อย หันมามองนายตำรวจคู่หูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและรอยยิ้มมุมปากที่ดูแคลน "ถ้าสมองของสารวัตรประมวลผลด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์ แทนที่จะเอาแต่นึกถึงเรื่องภูตผีปีศาจ คุณจะรู้ว่าเสียงกระซิบเมื่อครู่นั้นเกิดจากปรากฏการณ์ 'Auditory Hallucination' หรืออาการหูแว่วชั่วคราว" อคินถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย น้ำเสียงเจือความรำคาญชัดเจน "ความกดอากาศต่ำในโกดังร้าง บวกกับกลิ่นสารเคมีที่ระเหยจากศพ และความหวาดระแวงที่คุณพกติดตัวมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าประตู... มันปรุงแต่งประสาทสัมผัสของคุณให้สร้างภาพหลอนขึ้นมาเองครับ สารวัตร" "ภาพหลอนเหรอ?" กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของแพทย์นิติเวช "คนที่ตายด้วยการถูกจี้ด้วยเหล็กลนไฟที่โคนลิ้นจนเป็นตรารูปนกฮูกสามตา แล้วศพยังส่งเสียงเรียกชื่อคุณได้... คุณยังกล้าเรียกมันว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือภาพหลอนทางจิตวิทยาอีกหรือครับ ดร.อคิน" อคินไม่ตอบทันที เขาก้มลงใช้ปลายมีดผ่าตัดเขี่ยบริเวณขอบแผลประทับนั้นอย่างระมัดระวัง เพื่อเก็บตัวอย่างเซลล์ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ความนิ่งสงบและไร้ความสะท้านสะเทือนของแพทย์หนุ่ม ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่ในบรรยากาศ "ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเหนือธรรมชาติครับ สารวัตร มีเพียงแต่ 'วิทยาศาสตร์ที่เรายังค้นไม่พบ' หรือ 'ความไร้知 (ไร้ความรู้) ของมนุษย์' เท่านั้น" อคินเงยหน้าขึ้น สบตากับกวินด้วยแววตาคมกริบไร้ความหวั่นไหว "การที่คุณเอาแต่โทษวิญญาณหรือคำสาป มันก็แค่ข้อแก้ตัวของคนที่ขี้เกียจจะใช้สมองสืบหาความจริงเชิงประจักษ์" "บางครั้ง... ความจริงมันไม่ได้นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะผ่าตัดหรอกนะครับ อคิน" กวินก้าวเข้าไปประชิดตัวแพทย์หนุ่มอีกนิด กลิ่นอายความดุดันและพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นรอบตัวนายตำรวจหนุ่มแผ่ขยายออกมาราวกับคลื่นใต้น้ำ "คุณอาจจะเชื่อแค่ชิ้น2เนื้อและผลตรวจทางเคมี แต่จำคำผมไว้... ศพนี้มันไม่ได้แค่ตาย แต่มันกำลัง 'ตามหา' ใครบางคน และคนคนนั้น... ก็คือคุณ" อคินชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ปลายมีดในมือหยุดนิ่งเหนือร่างผู้ตาย บรรยากาศระหว่างเขาทั้งสองคนตึงเครียดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสเลือดสูบฉีด แต่เพียงพริบตาเดียว รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าคมคายก็กลับคืนมา "ถ้ามันอยากตามหาผมนัก ก็บอกให้มันเดินมาหาที่ห้องชันสูตรได้เลยครับ" อคินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ผมจะได้ผ่าสมองมันดูเสียที ว่าเซลล์ประสาทส่วนไหนที่ทำให้คนเราเชื่อเรื่องงมงายไร้สาระแบบนี้" กวินสบตานิ่ง ไม่พูดโต้แย้งต่อ แต่แววตาของนายตำรวจหนุ่มกลับลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าอคินเป็นคนหัวรั้นและเชื่อมั่นในตรรกะของตนเองเหนือสิ่งอื่นใด แต่วิญญาณหรือพลังงานที่เขาสัมผัสได้ในคดีนี้... มันช่างมืดมนและกระหายเลือดเกินกว่าที่ตำราแพทย์เล่มไหนจะอธิบายได้ ในจังหวะที่ความเงียบงันเริ่มกัดกินบรรยากาศอีกครั้ง เสียงฝีเท้าฝ่าพื้นไม้เก่าๆ ดัง "เอี๊ยด" ขึ้นที่มุมมืดด้านหลังเสาปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงสิบเมตร! อคินขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่กวินชักมือลงไปกุมด้ามปืนพกที่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวขึ้นในเสี้ยววินาที "ใครน่ะ!" กวินตะโกนก้อง พร้อมกับกระชากไฟฉายส่องกราดไปยังทิศทางของเสียงนั้นทันที ลำแสงสีขาวพุ่งแหาะความมืดออกไป เผยให้เห็นเงาร่างหนึ่งกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่หลังเสาต้นนั้น เงาร่างที่สวมเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำสนิท และหมวกปีกกว้างที่ปิดบังใบหน้าครึ่งบนเอาไว้ ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งอคินและกวินต้องหยุดหายใจ คือมือข้างหนึ่งที่ยื่นออกมาจากชายเสื้อโค้ท... มันไม่มีผิวหนัง เหลือเพียงโครงกระดูกสีขาวโพลนที่นิ้วชี้กำลังชี้ตรงมาที่โต๊ะชันสูตร และที่ปลายนิ้วนั้น มีรอยสักรูป "นกฮูกสามตา" เลือนรางเรืองแสงสีม่วงขึ้นในความมืด ก่อนที่ร่างนั้นจะก้าวถอยหลังหายลับไปในความมืดมิดของมุมตึกอย่างไร้ร่องรอย! กวินพุ่งตัวตามไปในพริบตาพร้อมกับควักปืนเล็งตรงไปยังจุดที่เงาร่างนั้นหายไป แต่เมื่อไปถึง กลับพบเพียงความว่างเปล่าและกลิ่นอับชื้นของฝุ่นละออง ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น... ไม่มีแม้แต่รอยเท้า อคินสาวเท้าตามมาด้วยสีหน้าที่ยังคงเรียบเฉย แต่แววตาหลังกรอบแว่นกลับไหววับอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก เขาพินิจพิเคราะห์พื้นปูนบริเวณที่เงาร่างนั้นยืนอยู่ ก่อนจะก้มลงเก็บวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ มันคือกระดุมเสื้อโลหะโบราณสลักรูปนกฮูกสามตา และเมื่ออคินพลิกดูด้านหลัง... ชื่อย่อภาษาอังกฤษที่สลักไว้ด้วยลายมืออันคุ้นเคย ก็ทำให้ลมหายใจของแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด ถึงกับสะดุดกึกทันที! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปไขปริศนามืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้พิทักษ์สายมู: กลิ่นศพสั่งตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%