สูตรลับฉบับแม่ครัวยอดฝีมือ กับสามีนายทหารผู้เก่งกาจ•ตอนที่ 2

กลิ่นหอมชวนหิว

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
ดวงตาสีเข้มของจางเหว่ยจดจ้องนิ่งอยู่ที่ถุงผ้าใบใหญ่บนโต๊ะครัว ความเงียบงันภายในห้องครัวแคบๆ คล้ายจะยืดเยื้อยาวนานนับชั่วยาม สัญชาตญาณของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนบอกเขาชัดเจนว่า มีบางอย่างผิดปกติ—สิ่งของน้ำหนักมากขนาดนี้ ปรากฏขึ้นมากลางห้องโล่งๆ ได้อย่างไรโดยไม่มีเสียงฝีเท้าหรือเงาของผู้ขนย้าย หลินเยว่หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ นางลืมตัวไปสนิทว่าความเคยชินจากการใช้มิติวิเศษอย่างไร้รอยต่อในยุคปัจจุบัน ทำให้เผลอหยิบวัตถุดิบออกมาต่อหน้าสามีผู้มีประสาทสัมผัสเฉียบคมปานเหยี่ยว ทว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน สมองอันปราดเปรื่องของอดีตเชฟมือทองกลับทำงานอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ "ท่านพี่..." น้ำเสียงของนางเจือความสั่นเครือเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อน ทว่าแววตากลับสบประสานกับเขาอย่างมั่นคงไม่หลบเลี่ยง "ท่านคงคิดว่าข้ามีวิชาแยกเงาสามารถเสกของกินได้กระนั้นหรือคะ?" จางเหว่ยไม่ได้เอ่ยคำใด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะไม้เก่าๆ สายตาคมกริบกวาดมองถุงผ้าหยาบที่บรรจุเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงาม แป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียด และขวดเครื่องเทศหายากที่แม้แต่ในตัวอำเภอก็ยังหาซื้อได้ยากยิ่ง เขากวาดสายตาขึ้นมาสบตากับภรรยา ความสงสัยในแววตาไม่ได้เจือความระแวงภัย แต่เป็นความกังวลระคนประหลาดใจ "เจ้าไปเอาของพวกนี้มาจากไหน... ในเมื่อเราเพิ่งตกลงกันว่าเสบียงก้นครัวหมดลงแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง มือหนายื่นออกไปสัมผัสเนื้อหมูสดใหม่ที่ยังคงความเย็นฉ่ำราวเพิ่งเชือดจากโรงฆ่าสัตว์เมื่อครู่ "ข้าเพียงแต่... ใช้ไหวพริบเล็กๆ น้อยๆ ที่ติดตัวมาค่ะ" หลินเยว่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการหยิบมีดทำครัวขึ้นมา "ในเมื่อสวรรค์ยังเมตตาประทานวัตถุดิบเหล่านี้มาให้เรา เหตุใดท่านพี่จึงต้องซักไซ้ไล่เลียงราวกับข้าเป็นสายลับข้าศึกเล่าคะ? มื้อนี้ข้าจะแสดงฝีมือให้ท่านเห็นเองว่า สะใภ้คนรองที่บ้านตระกูลจางเคยถูกมองข้ามอย่างไร้ค่า แท้จริงแล้วมีฝีมือล้ำเลิศเพียงใด" นางไม่รอให้เขาได้ซักถามต่อ สองมือเรียวบางจัดการปัดกวาดเขียงไม้ให้สะอาดสะอ้าน ท่วงท่าในการหยิบจับมีดของนางคล่องแคล่วและงดงามราวกับกำลังร่ายรำอักษรวิจิตรในวังหลวง กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศที่ติดมากับปลายนิ้วเริ่มโชยกรุ่นขึ้นมาทีละน้อย จางเหว่ยยืนนิ่งมองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบ แม้ในใจจะยังมีคำถามมากมายนับพันข้อเกี่ยวกับที่มาของถุงผ้าปริศนา แต่ยามนี้เขากลับเลือกที่จะเก็บงำมันไว้ ร่างสูงขยับตัวถอยออกไปยืนพิงกรอบประตู คอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยให้ภรรยาเงียบๆ โดยไม่เอ่ยปากขัดขวางอีก ภายในห้องครัวแคบๆ เริ่มมีเสียงตระเตรียมอาหารดังขึ้นเป็นจังหวะ หลินเยว่เลือกเมนูที่จะปลุกเร้าประสาทสัมผัสของคนในยุคนี้ให้ตื่นตะลึง นางตัดสินใจทำ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วโบราณ" เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนไขมันละลายแทบละลายในปาก และทอด "เกี๊ยวกรอบไส้ผักป่าผสมเนื้อสับ" เพื่อตัดเลี่ยน กลิ่นหอมอวลของน้ำตาลเคี่ยวกับขิงแก่และต้นหอมเริ่มแผ่ซ่านทะลุผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ ออกไปสู่ภายนอก เวลาผ่านไปเพียงครึ่งเค่อ ควันสีขาวนวลพร้อมกลิ่นหอมเย้ายวนใจของเครื่องเทศและเนื้อสัตว์ก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณรอบบ้านพักทหาร กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นี้มิใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมล้ำลึกที่เกิดจากการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากมิติฟาร์ม ผสมผสานกับฝีมือการปรุงอันไร้ที่ติของเชฟระดับท็อป ณ บ้านพักหลังติดกัน สะใภ้ใหญ่ตระกูลหวังผู้เพิ่งยกชามโจ๋วมันเทศเจือจางขึ้นซดกับสามี ชะงักกึกทันที นางสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "กลิ่นอะไรนั่น?" สะใภ้ใหญ่หวังวางชามลงเสียงดัง ลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่างชะโงกหน้ามองออกไปข้างนอก "กลิ่นเนื้อหมู! หอมขนาดนี้... บ้านไหนมันแอบต้มเนื้อกินกันกลางวันแสกๆ!" ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง การจะได้กินเนื้อสัตว์สักมื้อถือเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร ยิ่งเป็นกลิ่นหมูสามชั้นตุ๋นที่หอมฟุ้งรุนแรงจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจเช่นนี้ ย่อมทำให้ผู้คนรอบข้างเกิดความอิจฉาริษยาขึ้นมาทันที ไม่เพียงแต่บ้านข้างๆ เท่านั้น แม้แต่คนเดินผ่านไปมาบนถนนหน้าบ้านตระกูลจางต่างก็ต้องหยุดฝีเท้า สูดปากกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวโหย ขณะเดียวกัน ที่เรือนใหญ่ของตระกูลจางซึ่งตั้งอยู่ถัดไปไม่ไกล แม่เฒ่าจางผู้กำลังนั่งนับเบี้ยหวัดในมือพลันชะงักมือที่สั่นเทา นางขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นบนใบหน้ายับยู่ยี่เมื่อลมโชยพัดเอากลิ่นหอมเย้ายวนใจลอยมาแตะจมูก "กลิ่นอะไร... กลิ่นบ้าอะไรมารบกวนข้าตรงนี้!" แม่เฒ่าจางสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันไปสั่งบุตรชายคนโตที่นั่งอยู่ข้างๆ "เจ้าใหญ่ ออกไปดูซิว่าบ้านไหนมันอวดร่ำอวดรวยทำอาหารกลิ่นรบกวนชาวบ้านเช่นนี้! ถ้าเป็นพวกชาวบ้านหน้าโง่แถบนี้ ข้าจะไปด่าให้เปิงทีเดียวเชียว!" บุตรชายคนโตรับคำแล้วรีบเดินออกไปดู ทว่าเมื่อเขาเดินมาจนถึงหน้าบ้านพักของน้องรองจางเหว่ย กลิ่นหอมอันเข้มข้นนั้นกลับพุ่งเข้าใส่จมูกจนท้องไส้ปั่นป่วน ยิ่งมองลอดผ่านหน้าต่างเข้าไปเห็นควันฉุยและภาพของหลินเยว่กำลังตักอาหารสีสันน่ารับประทานใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต บุตรชายคนโตถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง ภายในห้องครัวของหลินเยว่ นางตักหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่เนื้อนุ่มละมุนขึ้นจัดใส่จานอย่างสวยงาม ราดด้วยน้ำซอสข้นคลั่กสีอำพันเงางาม กลิ่นหอมตลบอบอวลจนจางเหว่ยผู้เป็นสามีถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขามองอาหารตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย คาดไม่ถึงเลยว่าภรรยาของตนจะมีฝีมือการทำอาหารที่ประณีตงดงามถึงเพียงนี้ "ทานขณะยังร้อนๆ เถอะค่ะท่านพี่" หลินเยว่แย้มยิ้มบางเบา นางจงใจตักชิ้นเนื้อที่สวยที่สุดใส่ลงในชามของเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกเย้ากึ่งจริงจัง "หลังจากนี้... เราคงต้องเตรียมรับมือกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่จะมาเคาะประตูบ้านเราแล้วล่ะค่ะ" สิ้นคำพูดของนาง เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังขึ้นโครมใหญ่ พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นเคยที่แผดดังลั่นทะลุกำแพงเข้ามา "จางเหว่ย! หลินเยว่! พวกเจ้าสองผัวเมียแอบซ่อนอะไรกินกันในบ้าน! เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้!" หลินเยว่กวาดสายตามองไปที่ประตูก่อนจะหันมาสบตาจางเหว่ย มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้เหนือกว่า ในขณะที่แววตาของจางเหว่ยเริ่มฉายแววเย็นชาและดุดันขึ้นมาทันที ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในกลิ่นหอมอบอวลและความเข้มข้นนี้กับไป๋เป่าเปานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับแม่ครัวยอดฝีมือ กับสามีนายทหารผู้เก่งกาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%