เสียงทุบประตูห้องพักส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูยังคงดังระรัว ราวกับจะประกาศกร้าวให้โลกรู้ว่า เจ้าของเสียงแหลมสูงนั้นไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ
พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ารณภพ ร่างระหงภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปไม่ได้สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม แววตาคู่คมที่เคยเปี่ยมด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอในอديต บัดนี้กลับเรียաբเฉย เย็นชา และสะท้อนประกายความสมเพชเวทนาออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ความเร่าร้อน วาบหวาม และสัมผัสอันลึกซึ้งเมื่อครู่ ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนมอดดับลงในพริบตา ทว่าร่องรอยแห่งอารมณ์ที่ยังคงค้างเติ่งอยู่ในอากาศ กลับทำให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รณภพขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันคมนูนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ ดวงตาคมกริบของอดีตสามีมองตามร่างบางที่ผละถอยห่างออกไปอย่างไม่ยินยอม มือหนาที่เพิ่งโอบกอดเอวคอดกิ่วเมื่อครู่ยังคงร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก
"ปล่อยให้เธอบ้าคลอด้านนอกไปเถอะค่ะ..." พิมพ์มาดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบราบ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย "หรือคุณรณภพกลัวว่า คู่หมั้นคนปัจจุบันของคุณจะเข้าใจผิดคิดว่าคุณกำลังแอบมากกกินอดีตภรรยาที่เคยถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้ค่ากันล่ะคะ"
"พิมพ์..." รณภพเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดระคนหงุดหงิด เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างดื้อดึง แม้ภายนอกเธอจะเกราะป้องกันหนาเตอะเพียงใด แต่เขากลับจำสัมผัสสั่นระริกและกลิ่นกายหอมกรุ่นที่คุ้นเคยได้เป็นอย่างดี "ผมกับศิรินทร์ไม่ได้..."
"ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ!" พิมพ์มาดาตวัดสายตาขึ้นมองอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้เมื่อรณภพพยายามจะก้าวล้ำเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น "เพราะมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันเลยสักนิด เราหย่ากันมาสามปีแล้วนะคะคุณรณภพ สามปีที่คุณเป็นคนเซ็นชื่อลงในใบหย่าด้วยความเต็มใจ และผลักไสฉันออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย วันนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉันอีก?"
คำพูดนั้น... ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าที่ยังไม่เคยสكنสนิท
ภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้นผุดวาบขึ้นมาในห้วงความคิดของหญิงสาวราวกับภาพฉายซ้ำ รอยแผลเป็นที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังกำมะหยี่ส่งกระแสความเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง ในคืนที่ฝนตกกระหน่ำอย่างไร้ความปรานี คืนที่เธอยืนอุ้มท้องอ่อนๆ รอรณภพอยู่ที่ห้องรับแขกด้วยความหวังอันริบหรี่ หวังว่าสามีผู้เย็นชาจะหันมามองเธอบ้าง หวังว่าคำอธิษฐานในวันครบรอบแต่งงานจะมีความหมายในสายตาเขาบ้าง
แต่วันนั้น... สิ่งที่เธอได้รับกลับไม่ใช่คำอวยพร หรืออ้อมกอดอันอบอุ่น
*“ถ้าเธออยู่แล้วมันน่ารำคาญนัก ทำไมไม่ไสหัวไปให้พ้นซะล่ะพิมพ์มาดา!”*
น้ำเสียงเย็นชาไร้หัวใจของเขาในคืนนั้น ดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท รณภพในตอนนั้นมองเธอราวกับเป็นสิ่งกีดขวางทางเดิน เป็นผู้หญิงน่าสมเพชที่เกาะผู้ชายกิน และเป็นตัวปัญหาที่ทำให้ชีวิตอิสระของเขาต้องแปดเปื้อน เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลกระแทกใส่โต๊ะกระจกตรงหน้า พร้อมกับคำสั่งเด็ดขาดให้เธอเซ็นใบหย่าโดยไม่มีแม้แต่คำอธิบายใดๆ นอกเสียจากชื่อของ 'ศิรินทร์' ที่วนเวียนอยู่รอบตัวเขาในฐานะคนที่คู่ควรมากกว่า
น้ำตาที่เคยคิดว่าเหือดแห้งไปหมดแล้วจากหัวใจ กลับรื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างน่าเจ็บใจ แต่พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น กลืนความอ่อนแอทั้งหมดลงคออย่างรวดเร็ว เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้ผู้ชายคนนี้เห็นเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด!
รณภพมองประกายวับวับในดวงตาคู่สวยนั้น หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบ เขารู้ดี... รู้ยิ่งกว่าใครว่ารอยแผลที่เขากรีดลงบนใจเธอนั้นลึกและเหวอะหวะเพียงใด เขายังคงจำสายตาที่ว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวาของเธอในวินาทีที่ก้าวเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนั้นได้ดี มันคือตราบาปที่คอยตามหลอนเขาในทุกค่ำคืน ตลอดสามปีที่ผ่านมา หลังจากที่เขาหลุดพ้นจากพันธนาการที่เขาคิดว่าน่ารำคาญ เขากลับพบว่าความเงียบงันในบ้านหลังเดิมนั้นมันช่างเหน็บหนาวและไร้ความหมายสิ้นดี
ยิ่งเมื่อเขาได้รู้ความจริง... ความจริงที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ความโหดร้ายของเขาเอง หัวใจที่ด้านชามานานก็แทบแหลกสลายเป็นจุล
"ผมขอโทษ..." เสียงทุบประตูด้านนอกเงียบลงไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันระหว่างคนทั้งคู่ รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นเต็มอก มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนวลเนียน ทว่าพิมพ์มาดากลับเบี่ยงหน้าหนีอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส
"คำขอโทษของคุณ มันไม่มีค่าอะไรกับผู้หญิงที่ตายทั้งกลมในคืนนั้นหรอกค่ะ" พิมพ์มาดายิ้มหยัน หยาดน้ำตาที่คลอหน่วยถูกบังคับให้ไหลย้อนกลับด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ "เก็บคำขอโทษนั้นไว้ไปบอกศิรินทร์เถอะค่ะ หรือไม่ก็เก็บไว้พูดกับตัวเองในวันที่คุณต้องชดใช้เวรกรรมทั้งหมดที่คุณเคยทำไว้กับฉัน"
"พิมพ์... คุณจะให้ผมทำยังไง คุณถึงจะยกโทษให้ผม?" รณภพก้าวเข้าไปประชิด รวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยความเร็ว แม้จะไม่ได้ออกแรงบีบจนเจ็บ แต่กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่งไม่ให้หนีไปไหน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนสัมผัสได้ถึงความรุ่มร้อนที่ระอุขึ้นมาอีกครั้ง "จะให้ผมคุกเข่าตรงนี้ไหม? จะให้ผมชดใช้ด้วยอะไร ผมยอมทุกอย่าง... ขอแค่โอกาสให้ผมได้แก้ตัว"
"ปล่อยค่ะ!" พิมพ์มาดาตวัดสายตาดุดันใส่ ร่างอรชรดิ้นรนขัดขืน เคมีและความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กห่อหุ้มไว้ ความเย้ายวนจากกลิ่นกายและอุณหภูมิความร้อนรุ่มจากเรือนร่างของเขาเริ่มสั่นคลอนความตั้งใจของเธอ "คนสารเลวอย่างคุณ ไม่สมควรได้รับโอกาสอะไรทั้งนั้น! และจำไว้..."
นิ้วเรียวชี้หน้าอกแกร่งของเขาอย่างคาดโทษ น้ำเสียงของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยร้าวในอดีตที่ยังกรีดลึก "ต่อให้คุณตายแล้วเกิดใหม่ พิมพ์มาดาคนนี้ก็ไม่มีวันกลับไปโง่งายให้คุณเหยียบย่ำหัวใจเล่นอีกเป็นครั้งที่สอง!"
ปัง!
เสียงประตูด้านนอกถูกกระชากเปิดออกด้วยฝีมือของคนข้างนอกที่หมดความอดทน ร่างระหงของศิรินทร์ในชุดแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ดวงตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันด้วยความตื่นตะลึงและเดดดาล
"พี่ภพ!" ศิรินทร์แผดเสียงลั่น ก้าวเข้ามาหมายจะกระชากตัวพิมพ์มาดาออกห่าง แต่รณภพกลับตวัดสายตาดุดันหันไปมอง พร้อมกับยกมือขึ้นห้ามปรามด้วยท่าทีเย็นชาเด็ดขาดจนศิรินทร์ต้องชะงักกึก
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนและเดือดดาลถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีมือเล็กๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูที่เปิดกว้าง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ทำให้ลมหายใจของทั้งรณภพและพิมพ์มาดาต้องสะดุดกึกไปพร้อมกัน
"คุณแม่คะ! น้องไป๋ได้ตุ๊กตาที่ปะป๋าใจดีซื้อให้แล้วนะค้า..."
เด็กหญิงตัวน้อยวัยราวๆ สามขวบเศษ ในชุดกระโปรงฟูฟ่องน่ารัก วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องพักส่วนตัว พร้อมกับชูตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ในอ้อมแขนขึ้นสูงด้วยรอยยิ้มแป้นแล้น ดวงตากลมโตสุกใสและรอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นถอดแบบมาจากรณภพราวกับพิมพ์เดียวกัน... ยิ่งไปกว่านั้น ในมือเล็กๆ อีกข้างของเด็กหญิง ยังกำซองเอกสารสีขาวแผ่นหนึ่งไว้แน่น ซองเอกสารที่จ่าหน้าหัวข้อด้วยตัวอักษรตัวหนาเป้งว่า **"ผลตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Test)"** ระหว่างเด็กหญิงกับรณภพ ที่ร่วงหล่นลงมาแทบเท้าของอดีตสามีผู้กำลังยืนตะลึงงันราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้นะคะ
กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 3
รอยร้าวในความทรงจำ
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!