กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 4

สมรภูมิไร้เสียง

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กระดาษแผ่นบางที่ร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพงไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก แต่มันกลับทิ้งแรงกระแทกราวกับหินผาถล่มลงกลางใจของรณภพ ดึงสายตาที่เคยคมกริบและหยิ่งทะนงให้ค้างเติ่งอยู่บนตัวอักษรพิมพ์ดีดสีดำสนิท หัวข้อตัวหนาเป้งที่ระบุผลการตรวจความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างเด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบกับตัวเขาเอง ช า ย ช น ะ ผู้ไม่เคยเกรงกลัวคู่แข่งทางธุรกิจคนใด กลับยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นรูปปั้นหินในห้องชุดส่วนตัวของอดีตภรรยา "คุณพ่อคะ..." เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับมือเล็กป้อมที่ยื้อยุดชายเสื้อสูทราคาแพงของรณภพเบาๆ ลิตาเอียงคอมองเขาด้วยดวงตากลมโตใสซื่อประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ยิ่งมองความนูนของโหนกแก้ม สสันจมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักได้รูปนั้น หัวใจของรณภพก็ยิ่งกระตุกวูบอย่างไร้ทิศทาง ภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กซ้อนทับขึ้นมาอย่างชัดเจนจนแทบไม่ต้องพึ่งผลตรวจ DNA ที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นด้วยซ้ำ นี่คือสายเลือดของเขา... เลือดเนื้อเชื้อไขที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลกใบนี้ รณภพย่อกายลงอย่างช้าๆ ราวกับคนหมดแรง เข่าแทบทรุดลงแนบพื้น หัวเข่าสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว มือหนาที่เคยเซ็นเช็คซื้อบริษัทมูลค่าหลายพันล้านอย่างไร้ความลังเล กลับสั่นระริกขณะเอื้อมไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มของเด็กหญิงตรงหน้าอย่างไม่กล้าแม้แต่จะออกแรงกด "หนู... ชื่ออะไรนะคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็น บัดนี้กลับแหบพร่าสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ลิตาค่ะ คุณแม่บอกว่าหนูชื่อลิตา" เด็กน้อยตอบฉะฉานด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ รอยยิ้มที่ละม้ายคล้ายกับพิมพ์มาดาในยามที่เธอยังเป็นภรรยาผู้อ่อนหวานและยอมจำนนต่อทุกสิ่งในอดีต คำว่า 'อดีต' ตอกย้ำลงกลางอกจนเจ็บแปลบ รณภพเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบละจากดวงหน้าบริสุทธิ์ของลูกสาว ไปสบเข้ากับร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว ใบหน้าของพิมพ์มาดานิ่งเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนกใดๆ ราวกับเธอคาดการณ์ฉากนี้ไว้อยู่แล้ว ไม่มีน้ำตา ไม่มีคำตัดพ้อ มีเพียงรอยยิ้มหยันบางเบาที่มุมปาก ซึ่งบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกผิดบาปที่เขากัดกินมาตลอดหลายปี "ตกใจมากเลยหรือคะ คุณรณภพ" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมและบาดลึกทุกพยางค์ เธอก้าวเดินด้วยส้นสูงคู่สวยเข้ามาใกล้ ชายกระโปรงสูทพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวอย่างมั่นคง ต่างจากผู้หญิงอ่อนแอที่เคยร้องไห้กอดเข่าขอความรักจากเขาในคืนวันหย่าร้างราวกับเป็นคนละคน รณภพรีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงของเขาจะเหนือกว่าเธอ แต่ความกดดันในแววตาสีเข้มของอดีตภรรยา กลับทำให้เขารู้สึกตัวลีบลงถนัดตา "พิมพ์..." เขาเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ลำคอตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ "ทำไม... ทำไมเธอถึงไม่เคยบอกฉันเรื่องลูก" พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความสมเพชเวทนาที่ฉาบไว้บางๆ "บอกคุณหรือคะ? ในวันที่ฉันหอบเสื้อผ้าออกจากบ้านหลังนั้น ในวันที่คุณบอกว่าการมีตัวตนของฉันมันน่ารำคาญ และไล่ให้ฉันไสหัวไปให้พ้นหน้า คุณคิดว่าผู้ชายที่เย็นชาและใจร้ายอย่างคุณ จะมีพื้นที่ในหัวใจเหลือไว้ฟังคำว่า 'ฉันท้อง' งั้นหรือคะ" คำถามนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกตรงเข้าที่ลิ้นปี่ รณภพเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทุบตีเขาอย่างสาสม ภาพที่เขาเคยเมินเฉย ภาพที่เขาเคยดินเนอร์กับศิรินทร์โดยไม่สนใจว่าภรรยาที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ จะรออยู่ที่บ้านนานแค่ไหน ความผิดบาปเหล่านั้นย้อนกลับมาบีบคั้นหัวใจจนแทบแหลกสลาย "ฉันขอโทษ..." คำพูดที่ไร้ค่าที่สุดในยามนี้หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักหนา "ฉันไม่รู้... พิมพ์ ฉันสาบานว่าถ้าฉันรู้ ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอต้องอุ้มท้องแล้วเดินออกจากบ้านไปลำพังเด็ดขาด ฉันจะดูแลพวกเธอให้ดีที่สุด" "คำขอโทษของคุณเก็บไว้ใช้กับคนอื่นเถอะค่ะ มันไม่มีราคาค่างวดอะไรสำหรับฉันอีกแล้ว" พิมพ์มาดากล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แววตาคู่สวยไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น เธอเดินตรงเข้าไปอุ้มร่างป้อมของเด็กหญิงขึ้นแนบอก สัมผัสความอบอุ่นของสายสัมพันธ์แม่ลูกที่โอบกอดกันไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะหันมามองอดีตสามีด้วยสายตาที่ทำให้เขาหนาวเหน็บไปถึงไขกระดูก "และถ้าคุณมาที่นี่เพื่อหวังจะใช้คำว่า 'พ่อ' มาเรียกร้องสิทธิ์อะไรในตัวลูกสาวฉันล่ะก็... เลิกฝันกลางวันได้เลยค่ะ เพราะตลอดสามปีที่ผ่านมา คุณไม่ได้มีตัวตนอยู่ในชีวิตของพวกเราเลยแม้แต่วินาทีเดียว" "พิมพ์! นั่นลูกฉันนะ ฉันมีสิทธิ์ในตัวลิตาครึ่งหนึ่ง!" รณภพเผลอตะคอกออกมาด้วยความร้อนรน ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกความกลัวที่จะสูญเสียลูกสาวบังเกิดเกล้าเข้าครอบงำจนหมดสิ้น "สิทธิ์งั้นหรือคะ?" พิมพ์มาดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นบนเรียวปากอิ่ม "ตอนที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย คุณสละสิทธิ์ทุกอย่างไปหมดแล้วค่ะคุณรณภพ... อ้อ อีกอย่างหนึ่ง" เธอยกเอกสารอีกฉบับที่ถือติดมือมาด้วยขึ้นชู2นิ้วให้เขาเห็นชัดๆ "นอกจากเรื่องลูกแล้ว วันนี้ฉันยังมีอีก 'เรื่องหนึ่ง' ที่ตั้งใจจะเอามาสะสางกับคุณในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจคนสำคัญด้วยค่ะ" รณภพขมวดคิ้วแน่นด้วยความสับสน มองแผ่นกระดาษในมือของเธอสลับกับใบหน้านิ่งสงบแต่ทรงพลังของอดีตภรรยา "หมายความว่ายังไง?" พิมพ์มาดายกยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อ ดวงตาคู่คมประกายวาววับด้วยความเฉลียวฉลาดของนักบริหารกลยุทธ์ผู้กุมชัยชนะ "โครงการประมูลที่ดินแปลงใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจ ที่บริษัทของคุณทุ่มงบประมาณไปหลายพันล้านเพื่อหวังฮุบมาครอง... ตอนนี้ อยู่ในมือของ 'บริษัทพีเอ็มโฮลดิ้ง' ของฉันเรียบร้อยแล้วค่ะ" เพดานห้องแทบถล่มลงมาทับร่างของรณภพในวินาทีนั้น เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ บริษัทหน้าใหม่ที่เพิ่งตีตลาดขึ้นมาและตัดหน้าประมูลโครงการยักษ์ตัดหน้าเขาไปอย่างไร้ร่องรอย ที่แท้ก็คือบริษัทของพิมพ์มาดา! เธอกว้านซื้อหุ้นและวางแผนรุกคืบทางธุรกิจอย่างเงียบเชียบ เพื่อตลบหลังเอาคืนสิ่งที่ครอบครัวและศักดิ์ศรีของเธอเคยสูญเสียไปทั้งหมดคืนมาในคราวเดียว! นี่คือสงคราม... สมรภูมิไร้เสียงที่เธอเป็นผู้กำหนดกติกา และเขากำลังพ่ายแพ้อย่างราบคาบทั้งในฐานะสามีและนักธุรกิจ "คุณตั้งใจ..." รณภพเค้นเสียงลอดไรฟัน จ้องมองอดีตภรรยาที่ยืนอุ้มลูกสาวด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งเจ็บปวด ทั้งทึ่ง และหลงใหลในความแข็งแกร่งของเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น "ใช่ค่ะ ฉันตั้งใจ" พิมพ์มาดากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเตรียมเดินกลับเข้าไปด้านในห้องนอน โดยไม่คิดจะให้อดีตสามีได้มีโอกาสเอ่ยแก้ตัวใดๆ อีก "เชิญคุณกลับไปได้แล้วค่ะ ประตูห้องของฉันไม่ได้ต้อนรับคนแพ้... และที่สำคัญที่สุด มันไม่มีพื้นที่สำหรับคนที่เคยทำร้ายเรา ให้กลับเข้ามาเหยียบซ้ำสองหรอกนะคะ" ประตูกระจกนิรภัยบานใหญ่ถูกผลักปิดลงอย่างช้าๆ ทว่าเสียงนั้นกลับดังสนั่นก้องอยู่ในโสตประสาทของรณภพราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดกลางใจ เขา দাঁড়นิ่งงันอยู่หน้าห้อง ท่ามกลางความเงียบงันและความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจจนแทบแหลقสลาย พร้อมกับกระดาษผลตรวจ DNA ในมือที่ยับยู่ยี่ตามแรงกำหมัดที่สั่นระริกของตนเอง ในขณะที่สงครามหัวใจและเกมธุรกิจกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องพักส่วนตัวก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด รณภพหันขวับไปมองด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่บานประตูจะเปิดผางออกเผยให้เห็นร่างระหงของ **'ศิรินทร์'** หญิงสาวผู้เป็นต้นเหตุแห่งรอยร้าวในอดีต ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะและถ้อยคำปริศนาที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกุนิด "คุณรณภพขา... รู้ไหมคะว่าข่าวลือเรื่องที่คุณมีลูกติดกับอียัยพิมพ์มาดา มันกำลังแพร่สะพัดไปทั่วตลาดหุ้นและหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์สังคมแล้วนะคะ!" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ *รสรินกลิ่นกำมะหยี่*
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%