“ข้อเสนอของคุณ... ดูเหมือนจะเป็นการดูถูกสติปัญญาของดิฉันมากไปหน่อยนะคะ คุณรณภพ”
พิมพ์มาดาวางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวหรู เสียงนั้นราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องประชุมที่เหลือเพียงเขากับเธอ เธอแหงนหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ต่างจากรณภพที่จ้องมองเธอด้วยแววตาที่พยายามจะถอดรหัสความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนั้น
รณภพโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมบุรุษราคาแพงที่ผสมกลิ่นไม้จันทน์หอมเจือความเย็นเยือกของกลิ่นทะเลกลายมาเป็นกลิ่นที่พิมพ์มาดาคุ้นเคยดี มันเป็นกลิ่นเดิม... กลิ่นที่เคยอบอวลอยู่ในห้องนอนของพวกเขาเมื่อหลายปีก่อน กลิ่นที่เคยทำให้เธออบอุ่นใจในยามค่ำคืน แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสิ่งที่เธอนึกรังเกียจ
“ผมไม่ได้ต้องการดูถูกคุณ พิมพ์” รณภพเอ่ยเสียงต่ำแหบพร่า “ผมแค่ต้องการให้เราได้ประโยชน์ร่วมกัน ในเมื่อบริษัทของคุณต้องการฐานเงินทุนและพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ผมก็แค่หยิบยื่นมันให้ ในฐานะคนที่... รู้จักคุณดีที่สุด”
“คำว่า ‘รู้จัก’ ของคุณ มันเก่าเกินไปค่ะ” พิมพ์มาดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวสวยหยิบเอกสารสัญญาขึ้นมาแล้วดีดนิ้วชี้ลงบนเนื้อหา “การดีลงานครั้งนี้เราทำในนามของนักธุรกิจมืออาชีพ ดิฉันหวังว่าคุณจะแยกแยะออกว่า ‘กรงกรรม’ ที่คุณเคยขังดิฉันไว้นั้น มันพังทลายไปนานแล้ว”
รณภพชะงัก สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังลำคอระหงที่เผยให้เห็นผ่านปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ความทรงจำเมื่อครั้งอดีตตีรวนขึ้นมาในห้วงคำนึง ยามที่เขาเคยประทับรอยจูบไว้ตรงนั้น ยามที่เขารู้สึกถึงชีพจรเต้นเร่าใต้ผิวหนังของเธอ แต่ตอนนี้... พิมพ์มาดาคนนี้ดูห่างเหินเกินกว่าที่เขาจะคว้าไว้ได้
“คุณเปลี่ยนไปมากนะ” เขาพึมพำ ขยับกายเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมนั้นชัดเจนขึ้น มันวูบไหวในอากาศ รบกวนสมาธิที่เธอพยายามประคองไว้
“ความเจ็บปวดเปลี่ยนคนได้เสมอค่ะ” พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ถอยหนี แต่กลับก้าวเข้าไปหาเขาจนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาว—กลิ่นดอกมะลิซ้อนผสมความเย็นสดชื่นของดอกฟรีเซีย—อบอวลขึ้นมาแทรกกลิ่นน้ำหอมของเขา มันเป็นกลิ่นที่รณภพโหยหามาตลอดสามปีที่ขาดเธอไป
“งั้นลองบอกผมหน่อยสิ ว่าคุณจะจัดการกับ ‘ความเจ็บปวด’ นั้นอย่างไร ในเมื่อตอนนี้... เราสองคนต้องทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” รณภพยื่นมือออกไปราวกับจะเชยคางเธอ แต่มือของเขากลับหยุดค้างอยู่กลางอากาศเมื่อเห็นสายตาที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ของเธอ
“ดิฉันจะทำเหมือนคุณไม่มีตัวตนค่ะ” พิมพ์มาดากล่าวเสียงเย็น “เหมือนกับที่ครั้งหนึ่ง คุณเคยทำกับดิฉัน”
เธอหันหลังกลับเตรียมจะเดินออกไป แต่ทว่ารณภพกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความอัดอั้น เขาหมุนตัวเธอให้กลับมาปะทะกับแผงอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
“พิมพ์...” เสียงของเขาพร่าลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้นล่ะ ถ้าผมบอกว่าทุกคืนที่ไม่มีคุณ ผมแทบจะบ้าตาย...”
“คำแก้ตัวของคนบาป ไม่เคยฟังขึ้นสำหรับคนตายด้านแล้วหรอกค่ะ” เธอโต้กลับ มืออีกข้างที่ว่างอยู่ผลักอกเขาออกเต็มแรง ทว่าเขากลับยิ่งโน้มตัวลงมา ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดใบหน้าเธอ พิมพ์มาดารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรำไปกับความหวั่นไหวที่พยายามกดทับไว้ ความโกรธแค้นและความถวิลหาตีกันจนวุ่นวายในอก
ในวินาทีที่เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงมาเพื่อประทับจูบที่เธอเฝ้ารอและผลักไสไปพร้อมๆ กัน เสียงเคาะประตูห้องประชุมก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของศิรินทร์ที่ผลักบานประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ภพคะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ!” ศิรินทร์ชะงักเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า สายตาจิกกัดมองพิมพ์มาดาด้วยความเกลียดชัง “คุณพิมพ์คะ ดิฉันคงต้องขอดึงตัวคุณรณภพไปจัดการเรื่องด่วนก่อน คงไม่มีปัญหาอะไรนะคะ เพราะดูท่าทาง... คุณสองคนจะสนิทสนมกันเกินกว่า ‘พันธมิตรทางธุรกิจ’ ไปหน่อยแล้ว”
พิมพ์มาดาขยับกายออกห่างจากรณภพอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าให้เรียบก้อยด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนหน้ากากที่สวมไว้เป็นนิจ เธอเดินผ่านศิรินทร์ออกไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแล ทั้งที่ภายในใจนั้นสั่นสะท้านกับสัมผัสที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ข้อมือ
ทว่า... ก่อนที่เธอจะก้าวพ้นประตู รณภพก็คว้าแฟ้มเอกสารที่ลืมทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมาเพื่อจะนำไปคืนให้เธอ แต่ขณะที่เขากำลังจะส่งให้ แฟ้มนั้นกลับเปิดออก และมีภาพถ่ายใบหนึ่งหลุดร่วงลงมาบนพื้น
รณภปก้มลงเก็บภาพถ่ายนั้นขึ้นมา ทว่าสายตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพเด็กน้อยวัยสองขวบที่กำลังยิ้มร่าเริงอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ เด็กน้อยที่มีดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้น... ดวงตาและจมูกที่เหมือนกับเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
รณภพยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง มือที่ถือภาพสั่นเทาเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของพิมพ์มาดาที่หยุดชะงักกะทันหันราวกับรู้ว่าความลับที่ตนพยายามปกปิดไว้ด้วยกรงกรรมสีหม่น ได้ถูกเปิดเผยออกมาก่อนเวลาอันควรแล้ว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครและเป็นกำลังใจให้ผลงานของรสรินกลิ่นกำมะหยี่นะคะ
กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 5
กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!