กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 6

คำท้าทายกลางวงเหล้า

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
“คุณคิดว่าภาพใบนั้นมันประดับไว้ในบ้านของผมเพียงเพราะความบังเอิญงั้นหรือ พิมพ์มาดา?” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนพร่าเลือนก้องอยู่ในโสตประสาท รณภพไม่ได้รอให้พิมพ์มาดาหันกลับมาเผชิญหน้า เขาก้าวเท้าหนักๆ เข้าไปใกล้จนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยในอดีตโชยเข้าจมูกจนหญิงสาวต้องกำมือแน่น พยายามข่มกลั้นความสั่นไหวที่พุ่งพล่านอยู่ในอก พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึก หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยราวกับหน้ากากน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มของเธอวาวโรจน์ด้วยความดูแคลน “ความบังเอิญน่ะหรือคะ? สำหรับคุณ รณภพ... คำนี้มันช่างดูหรูหราเกินไปสำหรับคนที่มีพฤติกรรมหมกมุ่นกับซากปรักหักพังอย่างคุณ” “ปากคอเราะร้ายขึ้นนะ” รณภพแค่นยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับหม่นแสงลงราวกับคนกำลังจมน้ำ เขาเอื้อมมือขึ้นหมายจะเชยคางมน แต่พิมพ์มาดาเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน “ไปดื่มต่อเถอะค่ะ ศิรินทร์กำลังรอคุณอยู่ในวงเหล้า ไม่ใช่หรือไง? การปล่อยให้ผู้หญิงรอนานๆ ในคืนที่บรรยากาศเป็นใจแบบนี้... ดูจะไม่ใช่สุภาพบุรุษที่แสนดีในสายตาหล่อนเอาเสียเลย” คำประชดประชันนั้นไม่ได้ทำให้รณภพโกรธ เขากลับก้าวเข้าไปหาจนร่างบางถอยไปชนเข้ากับผนังห้องที่เย็นเยียบ เสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาจากในงานเลี้ยงยิ่งขับเน้นให้พื้นที่ตรงนี้ดูเงียบเชียบและตึงเครียดจนน่าอึดอัด ชายหนุ่มโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ในวงแขนแข็งแรง สายตาที่จ้องมองมานั้นลึกซึ้งและปวดร้าวเกินกว่าที่เขาจะปิดบังได้มิด “เธอไม่ได้รอผม... เธอแค่รอโอกาสที่จะได้อวดศักดาว่าครอบครองสิ่งที่เคยเป็นของผมได้แล้ว” รณภพกระซิบชิดริมหู กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของเขาทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ “แต่พิมพ์... เธอรู้ดีที่สุด ว่าสิ่งที่ศิรินทร์มีในตอนนี้ มันเป็นแค่เศษเสี้ยวของสิ่งที่ผมเคยให้เธอ และมันไม่มีทางเทียบเท่าสิ่งที่ผม ‘ต้องการ’ คืนมาได้เลย” “คุณไม่มีสิทธิ์มาทวงอะไรทั้งนั้น เพราะในวันที่คุณทำลายมันจนย่อยยับ คุณเป็นคนบอกเองว่า... ผมไม่เคยรักคุณ” พิมพ์มาดาเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอแข็งกร้าวแต่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกดเอาไว้ “ตอนนี้ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาตัวเดิมที่คุณจะนึกอยากเขี่ยทิ้งก็ทิ้ง นึกอยากจะเก็บกลับมาไว้ในกรงขังเดิมก็นึกฝันไปเถอะค่ะ” “ถ้าฉันจะพังมันให้ราบคาบเหมือนที่เธอทำกับฉันล่ะ?” รณภพท้าทาย เสียงของเขาแหบพร่า มือหนาเอื้อมไปแตะที่เอวคอดกิ่ว แม้พิมพ์มาดาจะขัดขืนแต่สัมผัสนั้นกลับทำให้ผิวเนื้อของเธอสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้ ในจังหวะนั้น เสียงหัวเราะแหลมสูงของศิรินทร์ก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับการปรากฏตัวของผู้หญิงในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่เดินตรงมาทางพวกเขา ใบหน้าของศิรินทร์เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ทว่ามือที่ถือแก้วไวน์นั้นสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีที่เกินเลยของทั้งคู่ “รณภพคะ! เพื่อนๆ รอคุณดื่มฉลองกันอยู่นะคะ อย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่กับอดีตที่ไม่มีวันหวนคืนเลยค่ะ มันเสียเวลาเปล่า” ศิรินทร์ก้าวเข้ามาแทรกกลาง ใช้ความจงใจเบียดร่างของตนเข้าหารณภพ พลางปรายตามองพิมพ์มาดาด้วยความสมเพช รณภพผละออกห่างจากพิมพ์มาดาด้วยท่าทีเยือกเย็น เขาปรับท่าทางให้ดูสง่างามราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดของศิรินทร์ ทว่าก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่วงเหล้า เขากลับหยุดชะงักและหันกลับมามองพิมพ์มาดาด้วยสายตาที่ทำให้คนมองถึงกับขนลุก “พรุ่งนี้ตอนสิบโมง... ผมจะเข้าไปที่บริษัทของเธอ อย่าลืมเตรียมเอกสารที่ฉันต้องการให้พร้อมล่ะ พิมพ์” เขาเดินจากไปพร้อมกับศิรินทร์ที่คล้องแขนเขาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ทิ้งให้พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่ลำพัง มือของเธอสั่นเทาขณะยกขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังคงหลงเหลือสัมผัสแห่งความเจ็บปวด งานเลี้ยงในคืนนั้นดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงแก้วที่กระทบกันและการปะทะฝีปากอย่างไม่ลดละของเหล่าบรรดาผู้มั่งคั่ง รณภพดื่มหนักจนดวงตาเริ่มแดงก่ำ ความโกรธเคืองและความเสียดายถาโถมเข้ามาในหัวใจจนเขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้ เขาเดินตรงไปที่โต๊ะของพิมพ์มาดา ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อหลายคนที่เริ่มหันมาสนใจ “ดื่มสักแก้วสิ พิมพ์มาดา” เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางวางแก้วเหล้าลงตรงหน้าเธอ “เพื่อความหลัง... ที่เธอพยายามจะลืมมัน” พิมพ์มาดามองแก้วเหล้าด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของคืนนี้ เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่เต็มไปด้วยพิษสง “ถ้าอยากดื่มนัก ก็ได้ค่ะ แต่เรามาพนันกันหน่อยไหมคะ?” “พนันงั้นหรือ?” รณภพเลิกคิ้วขึ้น “ใช่ค่ะ... ถ้าคุณดื่มจนเมาไม่ได้สติในคืนนี้ ฉันจะอนุญาตให้คุณทำลายโปรเจกต์ที่ฉันตั้งใจสร้างมากับมือได้ตามใจชอบ แต่ถ้าคุณล้มลงไปกองกับพื้นก่อนที่ฉันจะดื่มแก้วนี้จบ... คุณต้องเซ็นสัญญาหย่าขาดจากชีวิตของฉันอย่างถาวร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ หรือแม้แต่การติดต่อส่วนตัว” เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งวงเหล้า รณภพหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววบ้าคลั่ง “ตกลง! แต่ถ้าผมทำได้... เธอต้องกลับไปอยู่กับผมที่คฤหาสน์หลังเดิม คืนนี้เลย” รณภพคว้าขวดเหล้าขึ้นมาแล้วกรอกลงคออย่างบ้าคลั่ง ความมืดมิดในใจของทั้งคู่เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นพายุใหญ่ พิมพ์มาดามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งสะใจและรวดร้าวในเวลาเดียวกัน ทันใดนั้นเอง ขณะที่รณภพกำลังจะคว้าแก้วอีกใบ มือของเขาก็ชะงักค้างเมื่อสายตาเหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่ตกอยู่บนพื้นข้างกระเป๋าถือของพิมพ์มาดาที่วางอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดทิ้งไว้ และสิ่งที่ร่วงหล่นออกมาคือภาพถ่ายใบหนึ่ง... ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาคมกริบและเค้าโครงหน้าเหมือนเขาไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะไฝเม็ดเล็กที่ขมับด้านซ้าย ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เขามีตั้งแต่วันแรกที่เกิดมา ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง รณภพหน้าถอดสี มือที่ถือแก้วเหล้าหล่นลงพื้นจนแตกกระจาย เสียงแก้วแตกดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง... พิมพ์มาดาชะงักงัน ร่างกายชาวาบเมื่อเห็นว่ารณภพกำลังก้มลงมองภาพถ่ายใบนั้นด้วยสายตาที่เบิกกว้างราวกับโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมาตรงหน้า ...ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ในกรงกรรมสีหม่นตลอดห้าปีที่ผ่านมา ได้ถูกเปิดเผยออกแล้วในค่ำคืนนี้ รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดอันงดงามนี้ในตอนที่ 6 นะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%