กลิ่นไวน์แดงวินเทจราคาแพงระเหยอบอวลอยู่ในห้องรับรองพิเศษของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เมื่อสายตาคมกริบของพิมพ์มาดากำลังจดจ้องร่างสูงใหญ่ของรณภพที่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงหน้า ประตูห้องที่เพิ่งถูกเปิดออกด้วยฝีมือของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ทำให้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดถูกฉีกกระชากลงในเสี้ยววินาที
"คุณภพคะ... แขกของเรามาถึงแล้วค่ะ"
น้ำเสียงแหลมสูงที่เคลือบไว้ด้วยความจงใจจะแสดงความเป็นเจ้าของดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของเงาร่างคุ้นตาในชุดเดรสสีแดงเพลิง ศิรินทร์... ผู้หญิงที่เป็นเสมือนรอยแผลเป็นฉกรรจ์ในอดีต ซึ่งเคยฝากรอยร้าวฉานไว้จนทำให้ชีวิตแต่งงานของเธอพังทลายลงไม่เป็นท่า นัยน์ตาคู่คมของพิมพ์มาดาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก เธอวางแก้วไวน์ในมือลงบนโต๊ะกระจกด้วยจังหวะที่นุ่มนวล ทว่ามั่นคงจนน่าใจหาย
รณภพหน้าถอดสี ร่างสูงสั่นเทาด้วยความตกใจและโกรธจัด เขาไม่คาดคิดเลยว่าอดีตคู่ควงที่เขาพยายามตัดเยื่อใยมาตลอดหลายเดือน จะกล้าบุกรุกเข้ามาถึงที่นี่ ในพื้นที่ส่วนตัวที่เขาใช้พยายามตื๊อขอคืนดีกับอดีตภรรยา
"ศิรินทร์! คุณเข้ามาได้อย่างไร ใครอนุญาตให้คุณเหยียบเข้ามาในนี้ ออกไปเดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคมดุแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนกยามเหลือบไปสบตาพิมพ์มาดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่อย่างสงบ
"อุ๊ย... ทำไมคุณภพต้องไล่ฉันใจร้ายขนาดนั้นด้วยล่ะคะ เราเคย..." ศิรินทร์ชะงักคำพูดเมื่อปะทะเข้ากับรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของพิมพ์มาดา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่สวย
"เชิญนั่งก่อนสิคะ คุณศิรินทร์" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวลแต่ทรงพลังจนคนที่ถูกเชิญถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว ไม่ต้องรีบกลับหรอกค่ะ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า คุณยังมีความสามารถพิเศษอะไรอีก ถึงได้กล้าเดินเข้ามาในพื้นที่ของฉันหน้าตาเฉยแบบนี้"
รณภพรีบก้าวเข้าไปหาร่างบางของอดีตภรรยา มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าจับเรียวแขนเธอเพื่ออธิบาย ทว่าพิมพ์มาดาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับปรายตามองเขาด้วยความเย็นชาที่แผดเผาหัวใจผู้ชายคนใหม่อย่างรณภพให้แหลกสลายเป็นจุล
"อย่าแตะต้องตัวฉันด้วยมือคู่นั้นค่ะ รณภพ... คุณเก็บมือไว้เคลียร์กับ 'แขกคนสำคัญ' ของคุณให้เรียบร้อยเสียก่อนดีกว่า" น้ำเสียงของเธอราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับบาดลึกเสียยิ่งกว่าคมมีด
ศิรินทร์ยิ้มเยาะ พยายามเดินเข้ามาใกล้แล้วทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มของเธอยังคงเต็มไปด้วยความมั่นใจในอดีต ราวกับลืมไปว่าเวลานี้ สถานะของตัวเองเป็นเพียงแค่เศษซากอดีตที่รณภพเขี่ยทิ้ง "พิมพ์มาดา... เธอคงคิดว่าตัวเองสูงส่งขึ้นมากสินะ ถึงได้ทำท่าทางเย่อหยิ่งใส่คุณภพแบบนี้ อย่าลืมสิคะว่าผู้ชายคนนี้เคยเป็นของฉันมาก่อน และต่อให้เธอพยายามทำตัวเป็นนักบริหารผู้ทรงอิทธิพลแค่ไหน ส,สันดานของผู้ชายที่เคยหักหลังเธอ ก็ไม่มีวันเปลี่ยนหรอกค่ะ"
คำพูดที่จงใจยั่วยุทำให้บรรยากาศในห้องคุกรุ่นขึ้นทันตาเห็น รณภพพุ่งเข้าไปกระชากแขนศิรินทร์ให้ลุกขึ้นยืนด้วยความโมโหโทโส เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าคมสันบิดเบี้ยวด้วยความเกรี้ยวกราด "ศิรินทร์! หยุดพูดจาเพ้อเจ้อแล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ! ถ้าเธอไม่อยากฉิบหายอนาคตพังไม่เป็นท่า!"
"ปล่อยฉันนะคุณภพ! คุณทำร้ายฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันรู้ความลับ..."
"พอค่ะ!"
เสียงหวานทรงอำนาจเอ่ยแทรกขึ้นตัดบทสนทนาอันน่ารำคาญ พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูาร์ทาโก้เข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้เธอดูสง่างามและทรงพลังราวกับราชiini เธอก้าวเข้าไปใกล้คนทั้งสองทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับกดดันให้รณภพและศิรินทร์ต้องหยุดชะงัก
พิมพ์มาดาหันไปมองหน้าอดีตสามีที่ตอนนี้แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว—หวาดกลัวว่าจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล ความรู้สึกผิดและบาปหนาในอดีตกำลังกัดกินหัวใจเขาจนแทบแหลกสลาย ภาพของภรรยาผู้แสนอ่อนแอที่เคยนั่งร้องไห้อยู่มุมห้องเมื่อหลายปีก่อน ได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงนักล่าผู้เยือกเย็นที่ไม่หลงเหลือความปรานีให้ใครอีกแล้ว
"คุณภพคะ..." พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กระชากวิญญาณคนฟัง "คุณจำคืนวันที่เราเซ็นใบหย่าได้ไหมคะ วันนั้น... ฉันเคยบอกคุณแล้วว่า ถ้าฉันก้าวออกไปจากชีวิตคุณแล้ว ฉันจะไม่มีวันหันหลังกลับมามองอีก และวันนี้... คุณก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้วว่า คุณไม่เคยคู่ควรกับโอกาสครั้งที่สองเลยแม้แต่นิดเดียว"
"ไม่... พิมพ์! ฟังผมก่อน ได้โปรด... เรื่องนี้ผมไม่ได้ตั้งใจ..." รณภพละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตเอ่อคลอเบ้า เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี ยอมก้มหัวให้กับผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไม่ใยดี
ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่คิดว่าผู้ชายที่ทรงอิทธิพลและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีอย่างรณภพ จะยอมคุกเข่าก้มกราบผู้หญิงคนนี้
พิมพ์มาดาก้มมองอดีตสามีที่กำลังร้องขอความเมตตาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธอไม่ได้รู้สึกสะใจ หรือมีความสุขสมใจอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความว่างเปล่าอันน่ากลัวที่เกาะกุมหัวใจ เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางคมคายของเขาขึ้นมาให้สบตากัน
"อยากให้ฉันอภัยให้คุณไหมคะ..." เธอกระซิบเสียงพร่า เย้ายวนแต่ไร้ซึ่งหัวใจ "ถ้าอย่างนั้น... พิสูจน์ให้ฉันดูสิคะ ว่าคุณกล้าพอที่จะทำลายผู้หญิงคนนี้ให้พ้นทางฉันด้วยมือของคุณเองหรือเปล่า"
รณภพชะงัก หันไปมองศิรินทร์ที่กรีดร้องด้วยความตื่นกลัวเมื่อเห็นแววตาอำมหิตของอดีตสามีที่หันกลับมามองตน
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของพิมพ์มาดาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอดึงหน้าจอขึ้นมาดูเพียงแววตาเดียว รอยยิ้มลึกลับก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
สายเรียกเข้าจาก "โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง" พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนไฟล์แนบภาพผลตรวจ DNA ล่าสุด ที่เพิ่งถูกส่งตรงเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเธอ!
ดวงตากลมโตคมกริบกวาดตามองตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันของสายเลือดบนหน้าจอ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรณภพด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เขาต้องขนลุกวาบไปทั้งไขสันหลัง... เมื่อความลับเรื่องทายาทคนใหม่ที่เธอจงใจปิดบังเอาไว้กำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความเจ็บปวดอันร้อนแรงนี้ในตอนที่ 13 นะคะ
กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 13
ศิรินทร์ปรากฏตัว
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!