“ถ้าคุณรณภพคิดจะใช้ความเสน่หามาซื้อแต้มต่อในห้องประชุมนี้ เกรงว่าจะคำนวณราคาของดิฉันผิดไปถนัดนะคะ”
ซองเอกสารหนังสีเข้มถูกโยนลงบนโต๊ะประชุมหินอ่อนขัดเงาวับ เสียงกระทบหนักหน่วงสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ระดับวีไอพี พิมพ์มาดาในชุดสูทเข้ารูปสีชาโคล ปรายตามองอดีตสามีด้วยแววตาเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงตัวสั่นเทาที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่โตอย่างไร้ค่าในอดีตอีกต่อไปแล้ว ร่างโปร่งระหงในเวลานี้เต็มไปด้วยรัศมีแห่งอำนาจและความเย่อหยิ่งที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากน้ำตาและเศษซากหัวใจที่เคยแหลقสลาย
รณภพขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาและมองข้ามหัวเธอกลับเต็มไปด้วยความร้าวรานและระคนทึ่ง เขากวาดสายตามองใบหน้างดงามที่เฉียบคมขึ้นทุกกระเบียดนิ้ว ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไรเยื่อใย บัดนี้กลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญที่สุดในโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหมื่นล้าน และที่สำคัญ… เธอกำลังเหยียบย่ำความมั่นใจทั้งหมดที่เขามีจนจมดิน
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อรองเรื่องธุรกิจด้วยซ้ำ พิมพ์มาดา” เสียงทุ้มต่ำเจือความแห้งผาก รณภพโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกวาดมองริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ—สีเดียวกับที่เคยทำให้เขาคลั่งไคล้และลืมตัวในคืนพายุฝนเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน “ผมมาเพื่อให้ในสิ่งที่เธอควรจะได้ตั้งแต่แรก... โครงการนี้เป็นของคุณแล้ว พิมพ์ พรุ่งนี้ทางบริษัทของผมจะถอนตัวจากการประมูลอย่างเป็นทางการ”
เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นจากทีมทนายความและผู้บริหารฝ่าย, พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน การยอมถอยอย่างง่ายดายเช่นนี้ไม่ใช่กลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่มันคือการ ‘ซื้อใจ’ แบบที่ผู้ชายอย่างรณภพคิดว่ามันจะล้างบาปในอดีตได้
“คุณคิดว่าเศษกระดาษใบเดียวหรือการถอนตัวอย่างคนใจบุญ จะลบเลือนความจริงที่ว่าคุณเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงกับพื้นได้งั้นเหรอคะ รณภพ?” พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวบางกดลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาเขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันโชยเข้าแตะนาสิกของชายหนุ่ม ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดขี่ไว้ใต้สูทราคาแพง “เงินตรา อำนาจ และความสงสารจอมปลอมของคุณ... เก็บมันไว้ใช้ในยามที่บริษัทของคุณใกล้ล้มละลายเถอะค่ะ เพราะสำหรับฉัน ทุกอย่างที่คุณพยายามทำในตอนนี้ มันช่างน่าสมเพชเสียจนฉันแทบไม่อยากมองหน้าคุณด้วยซ้ำ”
คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ แต่นัยน์ตาคู่คมของรณภพกลับฉายประกายความเร่าร้อนและดื้อรั้น เขาลุกขึ้นยืนตาม ประชิดตัวเธออย่างไร้ความเกรงใจต่อสายตาของคณะกรรมการที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ ฝ่ามือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจซ่อนเร้น
“อยากสมเพชผมมากนักใช่ไหม พิมพ์?” รณภพกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้ใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียน “ต่อให้เธอจะเกลียดผม เกลียดจนอยากจะฆ่าผมให้ตายคามือ แต่ความจริงที่ว่า... ร่างกายของเธอยังคงจำรสชาติของผมได้ดี ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
คำพูดจาจาบจ้วงทำให้เลือดในกายของพิมพ์มาดาพุ่งพล่านด้วยความโกรธ เธอยกมืออีกข้างขึ้นเตรียมจะตบหน้าเขาให้สาสม แต่รณภพไวตัวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้างแล้วดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้หน้าอกแนบชิดกับแผงอกกว้าง ความอบอุ่นและกลิ่นกายคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท เธอดิ้นรนขัดขืนแต่ก็ไร้ผลเมื่ออดีตสามีใช้ความได้เปรียบทางสรีระตรึงเธอไว้กับโต๊ะประชุม ลมหายใจของทั้งคู่กระชั้นชิดจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง
“ปล่อยฉันนะ คนสารเลว!” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง
“ถ้าผมสารเลว เธอก็คงเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมยอมตกนรกทั้งเป็นมานับครั้งไม่ถ้วน” รณภพก้มลงกระซิดชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธ ก่อนที่เขาจะฉวยโอกาสกดจุมพิตลงมาอย่างหนักหน่วงและเอาแต่ใจ
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหิวกระหาย ความโหยหา และการลงทัณฑ์ในคราวเดียวกัน ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างอุกอาจ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานที่เขาโหยหามานานนับปี พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงขัดขืนที่เคยมีพลាន់อ่อนยวบลงเมื่อสัมผัสคุ้นเคยปลุกเร้าไฟปรารถนาที่เธอพยายามฝังกลบไว้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายของเธอกบฏต่อจิตใจ มันร้อนรุ่มและตอบสนองต่อสัมผัสวาบหวามนี้อย่างน่าละอาย กลิ่นกายของเขา ลมหายใจที่ปะปนกัน และสัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว ดึงเธอดิ่งจมลงสู่ห้วงมิติแห่งความเสน่หาอันมืดมน
เขารู้จุดอ่อนของเธอ... และเธอก็เกลียดตัวเองที่พ่ายแพ้ให้กับสัมผัสของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อรณภพผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์วาบหวามที่ยังค้างคา ดวงตาคู่สวยฉายแววหยาดเยิ้มปนความเคียดแค้น ชายหนุ่มโน้มหน้ากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูด
“คืนนี้... ห้องชุดเพนต์เฮาส์ที่โรงแรมเดิม เวลาเดิม ถ้าเธออยากได้โครงการนี้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์โดยที่ผมจะไม่เข้ามาขวางอีกเลย... ก็ไปหาผมที่นั่น แล้วเรามาคุยกัน ‘บนเตียง’ ให้รู้เรื่อง”
เขายอมปล่อยมือออกอย่างช้าๆ ส่งยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจและความเว้าวอนในคราเดียวกัน ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมทิ้งให้เธอยืนกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดซิบด้วยความเจ็บใจ
พิมพ์มาดายืนนิ่งสนิท กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นและความเย้ายวนตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เกมนี้เธอยอมไม่ได้ที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่การก้าวเดินเข้าไปในถ้ำเสือคืนนี้... อาจหมายถึงการเอาหัวใจทั้งดวงไปเดิมพันบนเส้นด้ายแห่งความพินาศอีกครั้ง
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังรวบรวมสติเพื่อสะสางเอกสารกองโตบนโต๊ะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของเลขานุการส่วนตัวก็ดังเร่งรีบเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง พร้อมกับซองเอกสารลับสีน้ำตาลอีกซองที่ถูกวางลงตรงหน้าด้วยมือที่สั่นเทา
“คุณพิมพ์คะ... ดิฉันเกรงว่าคุณจะต้องดูนี่ก่อนค่ะ... เรื่องเพนต์เฮาส์อาจจะต้องพักไว้ก่อน เพราะมีเอกสารด่วนที่สุดจากโรงพยาบาลส่งตรงถึงคุณ... เกี่ยวกับผลตรวจ DNA ของเด็กชายตัวน้อยที่แอบติดตามคุณมาที่บริษัทเมื่อวานนี้ค่ะ”
พิมพ์มาดาชะביกมือที่กำลังเก็บเอกสาร หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อดวงตากวาดไปเห็นชื่อบนหัวกระดาษเอกสารลับฉบับนั้น... ชื่อของเด็กชายที่หน้าตาถอดแบบมาจากรณภพราวกับพิมพ์เดียวกัน และอายุของแก... มันตรงกับช่วงเวลาที่เธอเพิ่งหย่าขาดจากเขาพอดี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดอันงดงามนี้ในตอนที่ 9 นะคะ
กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 9
เดิมพันสูงลิ่ว
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!