กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 8

รอยแผลเป็นกลางใจ

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นอายของชา Earl Grey ที่เย็นชืดจนแทบไม่อาจสัมผัสถึงความอุ่นในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมุก ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของพิมพ์มาดารู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งตอกย้ำถึงความอึดอัดที่สะสมมาเนิ่นนานตั้งแต่วินาทีที่รณภพก้าวเข้ามาเหยียบในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ประตูห้องปิดสนิท ปิดกั้นโลกภายนอกและเสียงอึกทึกครึกโครมของสำนักงานใหญ่ แต่มันกลับกักขังคนสองคนเอาไว้ท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำหน้าตาแบบนั้นใส่ฉันค่ะ, คุณรณภพ" เสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือและยอมจำนนต่อทุกสิ่งในอดีต บัดนี้ราบเรียบ เย็นชา และเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล พิมพ์มาดาวางปากกาในมือลงบนโต๊ะทำงานอย่างแผ่วเบา แต่เสียงกระทบนั้นกลับก้องกังวานในความรู้สึกของชายหนุ่มผู้ยืนค้ำโต๊ะอยู่ฝั่งตรงข้าม รณภพขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้ไหวระริกด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด เขามองผู้หญิงตรงหน้า—อดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้งให้อยู่กับความโดดเดี่ยวและคราบน้ำตา ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันเติบโตหรือเข้มแข็งไปกว่าเงาของเขาได้ "พี่ขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากลำคอของรณภพ มันแหաբพร่าและเต็มไปด้วยความร้าวรานที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้ "พี่รู้ว่าคำขอโทษมันไร้ค่า... แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา พิมพ์รู้ไหมว่าพี่..." "หยุดเถอะค่ะ!" พิมพ์มาดายกมือขึ้นห้าม ปลายนิ้วเรียวยาวประดับเล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูชี้ขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววรักใคร่ลุ่มหลง บัดนี้ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "คำว่าขอโทษจากปากคุณ มันมีค่าเท่ากับเศษกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วนะคะ... ไร้ค่า และน่ารังเกียจ" คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของรณภพราวกับมีใครเอาของมีคมมาเฉือนซ้ำๆ เขาจำได้แม่น... วันที่เธอยื่นใบหย่าให้พร้อมกับรอยยิ้มที่แห้งแล้งที่สุดในชีวิต วันนั้นเขาเลือกที่จะเซ็นชื่อลงไปอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้เธอเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง เพราะในหัวใจของเขามีเพียงเงาของศิรินทร์ ผู้หญิงที่เข้ามาปั่นหัวและทำลายครอบครัวของพวกเขาให้พังทลาย แต่ทว่า... เมื่อไม่มีพิมพ์มาดา โลกที่รณภพเคยคิดว่าตนเองเป็นเจ้า1เดียว กลับว่างเปล่าและมืดมน บ้านหลังใหญ่ที่เคยมีเสียงหัวใจของความอ้างว้าง กลายเป็นกรงขังที่ทรมานเขาในทุกๆ ค่ำคืน "พิมพ์ไม่เคยรู้เลยใช่ไหม... ว่าในวันที่พิมพ์ก้าวออกไปจากชีวิตพี่ ชีวิตของพี่มันพังทลายแค่ไหน" รณภพก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยมาแตะจมูก "ผู้หญิงคนนั้น... ศิรินทร์... เธอไม่ได้มีความหมายอะไรกับพี่เลย พิมพ์คือภรรยา คือคนเดียวที่..." "ภรรยาเหรอคะ?" พิมพ์มาดายิ้มเยาะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับอดีตสามีที่สูงใหญ่กว่าได้อย่างไม่เกรงกลัว "วันที่ฉันนั่งรอคุณอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นนานนับสี่ชั่วโมง อาหารบนโต๊ะเย็นชืดจนกลายเป็นพิษ... คุณอยู่ที่ไหนคะ? วันที่ฉันป่วยจนต้องหอบสังขารไปโรงพยาบาลเองตามลำพังโดยไม่มีแม้แต่ข้อความเดียวจากสามี... คุณกำลังกอดอยู่กับใครคะ?" รณภพชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปัจุบันภาพในอดีตเหล่านั้นย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่เคยรู้เลย... ไม่เคยใส่ใจเลยว่าเธอต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและโหดร้ายเหล่านั้นมากลำเค็ญเพียงใด เพราะความละเลยและความเห็นแก่ตัวของเขาเอง "พิมพ์... พี่..." "คุณไม่เคยรู้หรอกค่ะ!" พิมพ์มาดาตะคอกใส่ด้วยความอัดอั้นที่ระเบิดออกมาเป็นครั้งแรก เสียงของเธอสั่นเครือด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกกักเก็บไว้หลายปี แต่นัยน์ตากลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยดเดียว มีเพียงประกายไฟแห่งความเกลียดชังที่ลุกโชน "เพราะคุณไม่เคยชายตามองฉันเลย! สำหรับคุณ ฉันเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน เป็นผู้หญิงน่าเบื่อที่คุณแต่งงานด้วยเพราะความเหมาะสมทางธุรกิจ! คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ทำลายความฝัน และฆ่าหัวใจของฉันให้ตายทั้งกลม!" ทุกถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ ของรณภพ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความรู้สึกเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะคว้าจับเรียวแขนของเธอเพื่อดึงเข้ามาปลอบประโลม แต่พิมพ์มาดาปัดออกอย่างไม่ใยดี "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอกล่าวเสียงแข็ง ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน "ความสกปรกจากผู้หญิงคนนั้นยังติดอยู่บนตัวคุณ อย่าเอาความเน่าเฟะพวกนั้นมาแปดเปื้อนฉันอีก!" อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ความโกรธเกรี้ยว และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนระเบิดออก กลายเป็นแรงดึงดูดอันตรายระหว่างคนทั้งคู่ รณภพทนไม่ได้ที่จะเห็นสายตาเย็นชาและรังเกียจจากผู้หญิงที่เขาปรารถนาจะครอบครองหัวใจกลับคืนมามากที่สุดในวินาทีนี้ "ถ้าพิมเกลียดพี่นัก... ถ้าร่างกายนี้มันสกปรกในสายตาพิมนัก..." รณภพก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนพิมพ์มาดาไม่ทันตั้งตัว วงแขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กสวมกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น รั้งร่างบางเข้าหาแนบชิดจนแผ่นอกกว้างแนบสนิทกับปทุมทรวงอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ "ปล่อยนะรณภพ! คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" พิมพ์มาดาตื่นตระหนก เธอพยายามทุบตีอกกว้างและดิ้นรนขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรจากการสัมผัสเอาใจใส่สำหรับชายหนุ่มผู้บ้าคลั่งด้วยแรงปรารถนาและความสำนึกผิด "ใช่... พี่บ้าไปแล้ว!" รณภพคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันและเว้าวอนในเวลาเดียวกัน "พี่บ้าเพราะคิดถึงพิมจนแทบคลั่ง! บ้าเพราะทนไม่ไหวที่จะเห็นพิมทำตัวห่างเหินแบบนี้!" ริมฝีปากร้อนผ่าวโน้มลงมาทาบทับเรียวปากอิ่มสีระเรื่อทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เปล่งวาจาปฏิเสธใดๆ ออกมาอีก พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รสจูบที่เคยคุ้นเคยในอดีตบัดนี้เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ดุดัน และเต็มไปด้วยความหิวกระหายราวกับคนอดอยากปากแห้ง รณภพขบเม้มริมฝีปากนุ่มของเธออย่างเอาแต่ใจ บังคับให้เธอยอมเปิดทางให้เรียวลิ้นร้อนล้ำเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟปรารถนาที่มอดไหม้ไปนานให้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง แม้สมองส่วนลึกจะพยายามสั่งให้ต่อต้านและผลักไส แต่สรีระและร่างกายของพิมพ์มาดากลับทรยศเธอด้วยการอ่อนยวบลงภายใต้สัมผัสอันช่ำชองและเร่าร้อนของอดีตสามี ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว รณภพดันร่างบางถอยหลังจนสะโพกของเธอนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงาน เอกสารกระจัดกระจายหล่นลงพื้น แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไป มือหนาข้างหนึ่งรั้งท้ายทอยเธอไว้ให้อยองรับรสจูบที่ลึกซึ้งและวาบหวามขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มืออีกข้างสอดเลื้อยเข้าไปใต้เสื้อสูทเนื้อดี สัมผัสผิวกายเนียนนุ่มที่ร้อนรุ่มไม่แพ้กัน เสียงครางอืออึงประท้วงในลำคอของพิมพ์มาดาถูกกลืนหายไปในลำคอของเขา รสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนหวานในคราเดียวกันทำเอาสติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน ความโกรธเกรี้ยวที่มีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง สัมผัสจากมือแกร่งที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าทำให้เธอสะท้านเฮือก เผลอจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่กัดกินหัวใจ นี่ไม่ใช่ความยินยอมด้วยความรัก... แต่มันคือเกมแห่งการลงทัณฑ์ที่ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างตกเป็นทาสของอารมณ์ รณภพถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้พิมพ์มาดาหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอด ใบหน้าสวยแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้มด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสนและเร่าร้อน รณภพก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่เขาโหยหามาตลอดหลายปี ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงจางๆ บนผิวเนื้ออ่อน นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลและปรารถนาอันแรงกล้า "พิมเป็นของพี่..." เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเว้าวอน "ต่อให้พิมจะเกลียดพี่แค่ไหน... ร่างกายนี้ หัวใจนี้ ก็ยังเป็นของพี่..." คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงเข้ากลางใจ สติที่หลุดลอยไปชั่วขณะของพิมพ์มาดากลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ผลักอกกว้างของรณภพสุดแรงเกิดจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองสามก้าว พิมพ์มาดารีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความวาบหวามกลับมาเย็นชาและแข็งกร้าวขึ้นอีกครั้ง เธอยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ ราวกับต้องการลบสัมผัสเมื่อครู่ออกไปให้หมดสิ้น "อย่าสำคัญตัวผิดไปค่ะ, คุณรณภพ" พิมพ์มาดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ แต่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาด้วยความเหยียดหยาม "สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ มันก็แค่ความผิดพลาดของอารมณ์สัตว์ป่า... ไม่ได้แปลว่าฉันจะให้อภัยคุณ หรือโง่พอที่จะกลับไปตกนรกขุมเดิมกับคุณอีกครั้ง!" รณภพยืนนิ่ง งلงันกับความเย็นชาที่กลับมาเยือนอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสายลมหนาว เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดตีรวนขึ้นมาในอกจนจุกแน่น แต่ก่อนที่รณภพจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขานุการสาวที่เปิดประตูเข้ามาด้วยความรีบร้อน โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศอันตุกตึงภายในห้อง "ท่านประธานคะ... เอ่อ ขอประทานโทษค่ะ ดิฉันมีเอกสารด่วนที่สุดจากสำนักงานกฎหมายต้องให้ท่านเซ็นค่ะ..." เลขานุการสาวก้มหน้าก้มตาพูด พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน โดยมีซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองร่วงหล่นลงมาบนพื้นพรม พิมพ์มาดาก้มลงมองซองเอกสารที่หล่นอยู่แทบเท้าของเธอ ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเห็นตราประทับลับสุดยอดจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเอกสารผลตรวจสุขภาพและประวัติการรักษาที่เธอเคยสั่งให้ตรวจสอบเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ทว่า... เมื่อรณภพก้มลงเก็บซองเอกสารนั้นขึ้นมาเพื่อจะส่งคืนให้เธอ สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นชื่อและข้อความบางส่วนที่โผล่พ้นซองออกมาอย่างชัดเจน ชื่อของเด็กชายวัยสี่ขวบ... และใบหน้าในสำเนาสูติบัตรที่ถือครองดวงตาคมกริบและริมฝีปากหยักลึกถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวอย่างไร้ที่ติ! รณภพชะงักงัน ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง มือหนาที่ถือซองเอกสารสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยาด้วยความช็อกระคนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง "พิม..." เสียงของรณภพสั่นพร่า ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด "เด็กคนนี้... ลูกของเรา... ทำไมพิมถึงไม่เคยบอกพี่?!" --------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดอันงดงามนี้ในตอนที่ 8 นะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%