ความเงียบงันท่ามกลางแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องชุดเพนต์เฮาส์ส่วนตัว รabราวกับจะกรีดแทงหัวใจของคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในความมืดมัว พิมพ์มาดายืนกอดอก รอยยิ้มเยعาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววอ่อนแอและเปี่ยมด้วยหยาดน้ำตาเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมก้มหน้ารับความชอกช้ำจากสามีผู้เย็นชาอีกต่อไปแล้ว
"คุณตามฉันมาทำไม รณภพ" น้ำเสียงเรียบสนทนาตวัดเข้าโสตประสาทของชายหนุ่มอย่างจัง
รณภพก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบของอดีตสามีเต็มไปด้วยความโหยหาและสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายปี เขายังจำภาพวันที่เธอเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับได้ดี วันที่เขาปล่อยให้ศิรินทร์เข้ามามีอิทธิพลเหนือบ้านหลังนี้ วันที่เขาผลักไสผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย
"ผมแค่อยากคุยกับคุณ... พิมพ์" รณภพเอמהยเสียงพร่า ต่ำ ทุ้ม และสั่นเครือเล็กน้อย "เรื่องของเรา... มันยังพอมีหนทางที่จะแก้ไขไหม"
"แก้ไข?" พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น "คุณเอาอะไรมาพูด ว่าจะแก้ไข? ความเสียหายที่คุณทำลายมันลงไปกับมือ หลายปีก่อนที่คุณเลือกจะมองข้ามฉัน เลือกผู้หญิงอีกคนเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรี คุณเคยคิดถึงคำว่าแก้ไขบ้างไหมคะ"
รณภพก้าวประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับบานกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ในวงแขน อ้อมกอดที่เธอเคยโหยหา บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังที่เธอต้องการหลีกหนี
"ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าผมทำร้ายคุณจนไม่เหลือชิ้นดี" รณภพก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนพิมพ์มาดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง "แต่ตลอดเวลาที่ไม่มีคุณ ชีวิตผมมันเหมือนตกนรกทั้งเป็น... ทุกสัมผัส ทุกกลิ่นกายของคุณ มันยังวนเวียนอยู่ในความทรงจำของผมไม่เคยจางหาย"
"ถอยไปนะ!" พิมพ์มาดาพยายามผลักอกแกร่งออก แต่แรงอันน้อยนิดของเธอไม่ได้ทำให้เขาสะเทือนแม้แต่น้อย รณภพกลับใช้มือหนาจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะควบคุม
กลิ่นกายเฉพาะตัวของรณภพ ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงและกลิ่นไอร้อนจากร่างกาย ปลุกเร้าความทรงจำอันวาบหวามในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบให้มิด ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาประชิดริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ พิมพ์มาดาเม้มปากแน่น พยายามเบือนหน้าหนีความเร่าร้อนที่กำลังคุกคามสติสัมปชัญญะของเธอ
"อย่าดื้อกับผมเลย... พิมพ์" รณภพกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนซอกคอขาวเนียนอย่างแผ่วเบaแต่เนิ่นนาน สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะลงบนผิวเนื้อทำเอาสติที่ตั้งกำแพงไว้อย่างแน่นหนาเริ่มสั่นคลอน
"อื้อ... ปล่อยนะ รณภพ..." เสียงททท้วงของเธอเบาหวิวลงทุกที เมื่อเรียวลิ้นอุ่นร้อนลากไล้ผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่ม สร้างความซาบซ่านที่เธอเกลียดชังแต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนอง
ความโกรธแค้นที่เคยมีถูกความปรารถนาร้อนแรงหลอมละลายลงทีละน้อย มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดติดกับกายแกร่ง ไอร้อนจากฝ่ามือที่ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำให้ผิวเนื้อของพิมพ์มาดาร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา รณภพไม่รอช้า เขาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มอย่างดูดดื่มและเรียกร้อง บดเบียดความนุ่มนวลด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี
พิมพ์มาดาเผยริมฝีปากออกด้วยความเคลิบเคลิ้มอย่างไม่ตั้งใจ เปิดทางให้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาเกี่ยวพัน ลิ้มรสความหวานล้ำที่ทั้งคุ้นเคยและสั่นประสาท รสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนหวานในคราเดียวกัน ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก สติสัมปชัญญะที่พยายามประคับประคองพังทลายลงในพริบตา มือที่เคยผลักไสกลับเปลี่ยนเป็นโอบรอบลำคอแกร่ง จิกทึบเส้นผมของเขาเพื่อระบายความหวามไหวที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
สัมผัสที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง รณภพประคองร่างอรชรลงบนโซฟาตัวยาวอย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตที่เขาเกือบทำหลุดมือไปตลอดกาล ริมฝีปากหนายังคงพรพรมจูบไปทั่วใบหน้า ลำ颈ระหง และลาดไหล่เนียนนุ่มที่ร่นสายเสื้อลงมา มือหนาปลดเปลื้องพันธนาการแห่งความอึดอัดออกทีละชิ้น เปิดเผยผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนแสงจันทร์นวลตา
"คุณเป็นของผม... พิมพ์ มาตลอด และจะไม่มีวันเป็นของใครอื่น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก ขณะที่ร่างหนาทาบทับลงมา ปิดช่องว่างระหว่างกันจนไม่เหลือที่ว่างให้อากาศผ่าน
ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนของความแค้น ความโหยหา และความปรารถนาอันร้อนแรง ดำเนินไปอย่างดุดันและลึกซึ้ง ร่างกายแนบชิดสนิทแนบ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานเป็นเสียงเดียวกันในความเงียบสงบยามวิกาล ทุกสัมผัสคือการลงทัณฑ์และเป็นการไถ่บาปในคราวเดียวกัน รณภพมอบความสุขสมที่กึ่งกลางระหว่างความเจ็บปวดและความหอมหวานให้เธอได้ดื่มด่ำ จนพิมพ์มาดารู้สึกราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปลายเมฆ ความตึงเครียดทั้งหมดพังทลายลง เหลือเพียงเสียงครางแผ่วเบาและความซาบซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว
ทว่า... ท่ามกลางความเร่าร้อนและอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าเบาหวิดจากประตูระเบียงด้านนอกที่ไม่ได้ล็อกสนิท กลับดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ทำให้ร่างทั้งสองชะงักงัน
รณภพหยุดการเคลื่อนไหว หันขวับไปมองยังเงาดำที่ทาบทับอยู่บริเวณม่านโปร่ง ขณะที่พิมพ์มาดารีบดึงเสื้อผ้าขึ้นคลุมกายด้วยความตกใจหัวใจหล่นวูบ
เงาร่างของใครบางคนหยุดนิ่งอยู่หน้ากระจก พร้อมกับเสียงเคาะกระจกเบาๆ ส,ามครั้ง และเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่เอ่ยชื่อของรณภพลอดเข้ามา ทำเอาเลือดในกายของพิมพ์มาดาเย็นเฉียบลงในทันที...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความเจ็บปวดอันร้อนแรงนี้ในตอนที่ 10 นะคะ
กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก•ตอนที่ 10
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกรรมสีหม่นกับคนเคยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!