มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 43

บทที่ 43

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
แรงกดดันระดับนี้... ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมรวมลมปราณทั่วไปจะแบกรับไว้ได้ อากาศรอบกายพลันบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรอบแกรบดั่งกระจกกำลังจะแตกสลาย ร่างของฉินเฟิงยืนหยัดนิ่งสนิทราวกับภูเขาผาหินทมิฬ แม้ว่าอาภรณ์สีดำสนิทของเขาจะโบกสะบัดอย่างรุนแรงตามกระแสลมปราณที่กดทับลงมา ทว่าแววตาคู่คมกลับปรากฏประกายแสงสีครามเข้มข้นขึ้นวูบหนึ่ง มันคือร่องรอยของพลังแห่ง "เนตรมังกรทลายสวรรค์" ที่ตื่นตัวขึ้นโดยสัญชาตญาณ เบื้องหน้าของเขาทั้งสอง เสียงหัวเราะแหบพร่าดังก้องกังวานเสียดแก้วหูยังคงไม่จางหาย เงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีเลือดฉานปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ขยายออกไปรัศมีร้อย丈 บดบังแสงจันทร์ยามค่ำคืนจนมืดมิด "ฉินเฟิง... เจ้าหนูโง่เขลา เจ้าคิดจริงหรือว่าการหลบหนีมาถึงเขตแดนรกร้างแห่งนี้ จะทำให้เจ้าพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้?" เสียงนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น มันคือเงาสะท้อนจากอดีต... เงาของมือสังหารระดับสูงที่เคยร่วมมือกับจักรพรรดิโลหิตในการลอบสังหารเขาเมื่อชาติก่อน แม้ว่าไอวิญญาณตรงหน้าจะไม่ใช่ตัวจริงของจักรพรรดิโลหิต แต่พลังกดดันระดับ "ขอบเขตราชันย์ศักษ์สิทธิ์" ขั้นต้นนี้ ก็เพียงพอที่จะบดขยี้กระดูกของพวกเขาทั้งสองให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา เย่ชิงหลานกัดริมฝีปากจนห่อเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากมน นางพยายามรวบรวมลมปราณดาราเพื่อพยุงค่ายกลป้องกันที่เพิ่งสลักขึ้นบนพื้นดิน ทว่าแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามานั้นหนักหน่วงเกินไป แผ่นยันต์ดาราในมือของนางสั่นเทาอย่างรุนแรง รอยแตกราวจานกระเบื้องเริ่มปรากฏขึ้นทีละนิด "คุณชายฉิน..." นางเอ่ยเสียงสั่น พยายามส่งกระแสจิตเตือนสติ "ค่ายกลดาราเคลื่อนย้าย... ยังขาดพลังอีกสามส่วน... ข้าต้านมันไว้นได้ไม่เกินสามลมหายใจ..." ฉินเฟิงไม่ตอบคำถาม สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังเงาร่างสีเลือดเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ในทางกลับกัน มุมปากของเขากลับยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและสมเพชเวทนา "สามลมหายใจงั้นหรือ?" ฉินเฟิงเอ่ยพึมพำ น้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับกำลังพูดถึงเรื่องลมฟ้าอากาศ "สำหรับคนเช่นข้า... สามลมหายใจนี้ ยาวนานเกินพอที่จะตัดหัวสุนัขสักตัวแล้ว" สิ้นคำพูด ร่างของฉินเฟิงก็ระเบิดแสงสีทองเจิดจ้าออกมา พลังปราณมังกรแท้จริงที่หลับใหลอยู่ในจุดชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าจุดทั่วร่างพลันคำรามก้องสะท้านฟ้า เสียงคำรามของมังกรโบราณดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากห้วงมิติที่ลึกที่สุด หลอมรวมเข้ากับกระบี่เหล็กไร้คมในมือขวา *เปรี้ยง!* พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของฉินเฟิงยุบตัวลงเป็นหลุมลึกสามฉื่อในพริบตา แรงสะท้อนจากการระเบิดพลังทำให้รอยร้าวบนแผ่นยันต์ของเย่ชิงหลานหยุดชะงักลงชั่วขณะ นางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าพลังปราณของฉินเฟิงในยามนี้ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่อยู่เพียงขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เก้า บัดนี้มันทะลวงผ่านกำแพงไร้รูปเข้าสู่ "ขอบเขตแก่นแท้ลมปราณ" ไปเรียบร้อยแล้ว! การทะลวงผ่านกลางศึก... นี่คือความบ้าคลั่งที่แม้แต่ยอดฝีมือในอดีตยังไม่กล้ากระทำ! "เจ้าเด็กเหลือขอ! เจ้ากล้าใช้ข้าเป็นหินลับคมในการทะลวงขอบเขตอย่างนั้นเรอะ!" เงาร่างสีเลือดแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อรับรู้ได้ว่าฉินเฟิงจงใจยื้อเวลาเพื่อรอจังหวะที่กดดันถึงขีดสุด แล้วใช้จิตสังหารของมันเป็นตัวกระตุ้นคัมภีร์วิถีมังกรสวรรค์ "เจ้าฉลาดไม่เบานี่... แต่น่าเสียดาย ที่ความโง่เขลาของเจ้า ทำให้เจ้าต้องตายที่นี่อย่างไร้ค่า" เงาร่างสีเลือดสะบัดแขนเสื้อ โลหิตข้นคลั่กนับพันสายพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดั่งห่าฝน ทุกหยดโลหิตแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถหลอมละลายเหล็กกล้าให้กลายเป็นจุล ฉินเฟิงแค่นเสียงเย็นชา "สุนัขก็คือสุนัข วันนั้นเจ้าเป็นแค่เงาที่คอยลอบกัด วันนี้ต่อให้เจ้ามีร่างจริงมาเยือน... ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน!" กระบี่เหล็กไร้คมในมือตวัดออกเป็นวงโค้ง ท่วงท่าเรียบง่ายไร้ลวดลาย ทว่าแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่เฉียบคมจนน่ากลัว ปราณกระบี่สีครามเข้มผสานกลิ่นอายมังกรพุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าฟาด แหวกว่ายผ่านห่าฝนโลหิตจนแตกกระซาย กลายเป็นละอองสีแดงที่โปรยปรายลงมาดั่งหิมะ *ฉับ!* เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เงาร่างสีเลือดชะงักกึก ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดเมื่อครู่บัดนี้เบิกค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด รอยตัดบางเฉียบปรากฏขึ้นกลางลำคอของมัน ก่อนที่ศีรษะในผ้าคลุมจะค่อยๆ เคลื่อนหลุดจากบ่าและร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาดั่งน้ำพุ ทว่า... ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง เงาร่างที่ไร้ศีรษะกลับสลายกลายเป็นกลุ่มหมอกควันสีแดงเข้มอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องมาจากทุกทิศทุกทาง... "ฮ่าๆๆ... ฉินเฟิง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่านี่คือร่างจริงของข้า? เจ้ายังอ่อนหัดนัก!" เย่ชิงหลานหน้าถอดสีทันที นางรีบตะโกนลั่น "ระวัง! มันคือภาพลวงตาทางจิตวิญญาณ ร่างจริงของมันซ่อนอยู่ใต้ค่ายกลดาราที่เรากำลังจะใช้!" ฉินเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้ายังคงไร้ความตื่นตระหนก เขารู้ตัวดีตั้งแต่แรกแล้วว่าศัตรูระดับนั้นไม่มีทางส่งเพียงร่างแยกกระจอกเช่นนี้มาตายเปล่า ทว่า ก่อนที่เขาจะทันได้หันกลับไปคว้าแขนของเย่ชิงหลานเพื่อเร่งการทำงานของค่ายกล พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็พลันเรืองแสงสีเลือดขึ้นอย่างรวดเร็ว อักขระมารโบราณนับหมื่นตัวผุดขึ้นจากใต้ดิน พันธนาการข้อเท้าของพวกเขาทั้งสองไว้แน่นหนาราวกับโซ่ตรวนเหล็กไหล "ฮี่ๆๆ... ขอบคุณพวกเจ้ามากที่ช่วยเปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายดาราให้สมบูรณ์... ตอนนี้ เส้นทางมิติเปิดออกแล้ว และสิ่งที่รอพวกเจ้าอยู่... คือประตูสู่นรกภูมิที่แท้จริง" เสียงปริศนาดังขึ้นจากใจกลางค่ายกล พร้อมกับร่างของใครบางคนค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติสีเลือด แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบใบหน้าครึ่งซีกที่มีรอยแผลเป็นรูปมังกรเพลิง... บุคคลที่ฉินเฟิงคิดว่าน่าจะตายตกไปพร้อมกับวังหลวงในชาติก่อน "ศิษย์พี่ใหญ่... เจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ?" ฉินเฟิงเอ่ยชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา แววตาคู่คมพลันวาบไหวด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึงเป็นครั้งแรก -------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%