กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งจนแสบนาสิก ท่ามกลางซากปรักหักพังของตำหนักดาราครามที่บัดนี้เหลือเพียงเถ้าถ่าน ละอองแสงสีครามจางๆ ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับดวงวิญญาณที่ไร้ที่ไป
"ศิษย์พี่ใหญ่... เจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ?"
ฉินเฟิงเอ่ยชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาไม่ได้สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ทว่าแววตาคู่คมกลับวาบไหวด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาได้กลับมาเกิดใหม่
ร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในชุดคลุมสีขาวเปื้อนฝุ่นผงและคราบเลือดแห้งกรัง ไม่ใช่ใครอื่น... หลี่มู่หยุน บุรุษผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักกระบี่นภากาศ ศิษย์พี่ผู้ซึ่งฉินเฟิงเคยไว้วางใจยิ่งกว่าใครในชาติภพก่อน และเป็นหนึ่งในมือสังหารที่ร่วมมือกับจักรพรรดิโลหิตในการปลิดชีพเขา ณ ผาหมื่นวิญญาณ
หลี่มู่หยุนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนริมฝีปากซีดเซียว ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำและเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาที่ผ่านการหลอมรวมกับพลังมารอันชั่วร้าย
"ตายหรือ? ฮ่าๆๆ... ฉินเฟิง น้องสาม... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าวิชากายาอมตะที่พวกเราค้นคว้ามาด้วยกัน จะทำให้ข้าดับสูญไปได้ง่ายดายเช่นนั้น?" หลี่มู่หยุนหัวเราะแหบพร่า เสียงนั้นบาดแก้วหูราวกับโลหะเสียดสีกัน "ข้าต้องขอบคุณเจ้าเสียด้วยซ้ำ ที่เปิดประตูมิติโบราณนั้น ทำให้ข้าได้พบกับ... นายเหนือหัวที่แท้จริง"
บรรยากาศรอบกายพลันกดดันจนหายใจไม่ออก หยดเหงื่อกาฬผุดขึ้นบนหน้าผากของเย่ชิงหลาน นางก้าวเท้าเข้ามาขนาบข้างฉินเฟิงอย่างเงียบเชียบ มือเรียวบางกุมด้ามกระบี่สั้นในฝักแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะไม่เคยพบหลี่มู่หยุนมาก่อน แต่สัญชาตญาณของนักปรุงค่ายกลระดับสูงบอกนางทันทีว่า บุรุษเบื้องหน้านี้อันตรายยิ่งกว่าสัตว์อสูรบรรพกาลเสียอีก
"ระวังตัวด้วย... พลังปราณในร่างของเขาไม่ใช่พลังของมนุษย์" เย่ชิงหลานกระซิบเตือน เสียงของนางเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่มั่นคงไม่หวั่นไหว
"ข้ารู้..." ฉินเฟิงตอบรับสั้นๆ สายตาไม่ละไปจากร่างของหลี่มู่หยุนแม้แต่น้อย
จิตสังหารพวยพุ่งขึ้นจากร่างของฉินเฟิง ปราณมังกรแท้จริงสีทองอร่ามเริ่มหมุนวนรอบกาย แผ่ไอความร้อนระอุที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว ในชาติก่อนเขาถูกหักหลังโดยคนที่เรียกว่าพี่น้อง ความแค้นนั้นฝังรากลึกถึงจิตวิญญาณ การได้พบหลี่มู่หยุนในวันนี้ หมายความว่าหมากตานี้ของจักรพรรดิโลหิตวางไว้ลึกซึ้งยิ่งนัก
"เจ้าคิดจะล้างแค้นหรือ?" หลี่มู่หยุนหรี่ตามองพลางก้าวเท้าเข้ามาหาทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวผ่าน พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าล้วนแปรเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำและแตกละเอียด "ด้วยพลังระดับหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ของเจ้าในตอนนี้... รังแต่จะไปตายเรศเท่านั้น น้องสาม เจ้าอ่อนแอลงมากจริงๆ"
พรึบ!
ร่างของหลี่มู่หยุนเลือนหายไปจากจุดเดิมในพริบตา ความเร็วนั้นเหนือล้ำกว่าขอบเขตที่มนุษย์ทั่วไปจะจินตนาการได้
"ระวัง!" เย่ชิงหลานตวัดมือซัดแผ่นยันต์ดาราครามออกไปเบื้องหน้าทันที แสงสีครามสพลันแผ่ขยายออกเป็นค่ายกลคุ้มกายรูปทรงแปดเหลี่ยม
เปรี้ยง!
แรงกระแทกมหาศาลปะทะเข้ากับค่ายกลจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงอัดอากาศแผ่กระจายออกเป็นวงกว้างพัดพาเศษซากอิฐหินปลิวว่อน เย่ชิงหลานหน้าซีดลงถนัดตา กระอักเลือดคำโตออกมาเนื่องจากแรงสะท้อนของค่ายกลที่ถูกโจมตีอย่างรุนแรง
ฉินเฟิงยื่นมือไปโอบเอวบางของนางไว้เพื่อประคองไม่ให้ล้มลง สายตาของเขาคมกริบดั่งคมกระบี่ "เจ้าถอยไปก่อน"
"แต่ว่าเขา..."
"ไม่มีแต่อะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า"
ฉินเฟิงก้าวออกไปหนึ่งก้าว เปลวเพลิงสีทองคำผสมผสานกับปราณมังกรระเบิดออกรอบทิศทาง ร่างกายของเขาเริ่มมีเกล็ดมังกรสีครามจางๆ ผุดขึ้นตามผิวหนัง นี่คือ "วิชากายามังกรพลิกสมุทร" ขั้นที่ห้าที่เขาเพิ่งทะลวงผ่าน พลังกายาของเขาในตอนนี้แข็งแกร่งราวกับอาวุธวิเศษระดับนภา
"ดี! ให้ข้าได้เห็นหน่อยซิว่า เจ้าสำนักคนใหม่แห่งสำนักกระบี่นภากาศ มีดีแค่ไหนกันเชียว!"
หลี่มู่หยุนปรากฏตัวขึ้นเบื้องบน เงาร่างของเขากลายสภาพเป็นกลุ่มก้อนควันสีดำสนิท พุ่งทะยานลงมาพร้อมกับกรงเล็บโลหิตที่แหลมคมราวกับเคียวมัจจุราช กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ฉินเฟิงไม่หลบหนี เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับศิษย์พี่ผู้ทรยศ ฝ่ามือหนากำแน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะ ปราณมังกรทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่หมัดขวาจนส่องประกายเจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน
ตูมมม!
หมัดปะทะกรงเล็บ! แรงระเบิดจากการปะทะกันของพลังทั้งสองสายสร้างคลื่นกระแทกสะเทือนเลื่อนลั่น พื้นดินรอบรัศมีร้อยเมตรยุบตัวลงไปหลายชุบ เศษฝุ่นตลบอบอวลบังทัศนียภาพจนมองไม่เห็นสิ่งใด
ฉินเฟิงถอยหลังไปสามก้าว รอยเท้าลึกจมลงไปในเนื้อดิน แต่สีหน้าของเขายังคงเยือกเย็นไร้ความหวาดกลัว ในขณะที่หลี่มู่หยุนกระเด็นถอยหลังไปไกลถึงสิบวา แขนเสื้อข้างขวาขาดวิ่น หยดเลือดสีดำสนิทหยดลงสู่พื้นดินทีละหยด
"อึก... ร่างกายของเจ้า..." หลี่มู่หยุนกัดฟันกรอด แววตาฉายแววตกใจอย่างปิดไม่มิด เขาไม่คาดคิดว่าน้องชายร่วมสำนักคนนี้ จะมีพลังกายาที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
"หลี่มู่หยุน..." ฉินเฟิงก้าวเดินเข้าไปช้าๆ เสียงของเขาต่ำทุ้มและเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น... หนี้เลือดที่พวกมันทำไว้กับข้าและสำนักในชาติก่อน เจ้าต้องชดใช้ด้วยวิญญาณของเจ้าเอง"
ทว่า ในขณะที่ฉินเฟิงกำลังจะเงื้อกระบี่สังหาร ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปรากฏแสงดาวกลับมืดมิดลงฉับพลัน เมฆหมอกสีดำทมิฬเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมอย่างรวดเร็วราวกับถูกชักใยด้วยพลังอันไร้ขอบเขต เสียงหัวเราะก้องกังวานที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจมืดดังสะท้อนมาจากทุกทิศทุกทาง จนแผ่นดินสั่นสะเทือน
*“ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นการพบกันที่น่าประทับใจเสียจริง ฉินเฟิง... เจ้าคิดว่าเจ้ากำชัยชนะไว้แล้วอย่างนั้นหรือ?”*
เสียงนั้น... เสียงที่ฉินเฟิงไม่มีวันลืมตลอดกาล
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นบนม่านเมฆสีดำ ร่างนั้นสวมชุดเกราะโลหิตโบราณ ใบหน้าถูกปกก Women ด้วยหน้ากากยักษ์น่ากลัว และในมือของมัน... กำลังถือศีรษะของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่นภากาศที่เพิ่งขาดใจตายสดๆ ร้อนๆ!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "มังกรครามท่องภพ" ด้วยดีเสมอมาครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 44
บทที่ 44
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!