มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 42

บทที่ 42

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในค่ายกลดาราโลหิตยังไม่ทันจางหาย หยาดโลหิตสีชาดที่หยดลงบนพื้นศิลาเบื้องล่างส่งเสียงซ่าราญราวกับน้ำมันเดือดพล่าน "เจ้าประเมินพลังแห่งมังกรครามต่ำเกินไปแล้ว..." สุ้มเสียงของฉินเฟิงราบเรียบเยือกเย็น ดุจดั่งสายน้ำจากหุบเขาลึกที่ไร้ซึ่งก้นบึ้ง มือข้างขวาของเขากุมกระบี่มังกรทลายสวรรค์ไว้แน่น ปลายคมกระบี่จดจ่ออยู่ตรงลำคอของยอดฝีมือแห่งสำนักมารโลหิตที่กำลังคุกเข่าหอบหายใจรดต้นคอ เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้าอันบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เย่ชิงหลานก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง แววตาคู่คมกวาดมองค่ายกลที่พังทลายรอบกาย นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความกังวล "เฟิงเกอ พลังปราณดาราในร่างของท่านเพิ่งผ่านจุดวิกฤต การฝืนโคจรวิชา 'กายามังกรอมตะ' ติดต่อกันเช่นนี้ เกรงว่าเส้นลมปราณเก้าสวรรค์จะได้รับความเสียหายอย่างถาวรนะครับ" ฉินเฟิงไม่แม้แต่จะชายตามองสหายร่วมศึก ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจับจ้องเพียงเหยื่อตรงหน้า เขากล่าวตอบโดยไม่เปลี่ยนน้ำเสียง "ชิงหลาน เจ้าก็รู้ดีว่า หากข้าไม่เด็ดขาดในยามนี้ ศัตรูที่ซ่อนเงาอยู่เบื้องหลังจะยิ่งได้ใจ จักรพรรดิโลหิตส่งสุนัขรับใช้เหล่านี้มาทดหยั่งเชิงพลังของข้าในชาตินี้ มันไม่ได้ต้องการชัยชนะ... แต่มันต้องการดูว่าข้าอ่อนแอลงเพียงใดต่างหาก" สิ้นคำพูด ร่างของยอดฝีมือสำนักมารโลหิตก็สั่นสะท้าน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่โลหิตสีดำสนิทจะพวยพุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ร่างกายของมันแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็วราวกับถูกสูบวิญญาณ วิชามารที่มันภาคภูมิใจกลับกลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาสังหารตัวมันเองภายใต้เคล็ดวิชาสะท้อนโลหิตของฉินเฟิง ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายลมยามวิกาลที่พัดหวีดหวิวผ่านซากปรักหักพังของสำนักเก่าแก่ ฉินเฟิงสะบัดกระบี่คราหนึ่ง หยดโลหิตบนคมกระบี่ก็มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขายกมือขึ้นลูบหน้าอกเบื้องซ้ายเบาๆ สัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผดเผาอยู่ภายใน ชีพจรของเขากำลังปั่นป่วนจากการปะทะกับค่ายกลโบราณเมื่อครู่จริงดังที่เย่ชิงหลานว่าไว้ การจุติใหม่ในร่างนายน้อยไร้ค่าตระกูลฉิน แม้จะหลอมรวมแก่นแท้แห่งมังกรครามได้แล้ว แต่สังขารเนื้อหนังนี้ยังคงมีขีดจำกัด "ดูเหมือนว่า... เราต้องรีบเดินทางไปยังหุบเขาอัสนีสวรรค์ให้เร็วกว่ากำหนด" ฉินเฟิงกล่าวพึมพำกับตนเอง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อคิดถึงสมุนไพรวิญญาณเก้าอัสนีที่จำเป็นต้องใช้ในการหลอมรวมกระดูกมังกรชิ้นที่สาม เย่ชิงหลานพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นางพลิกฝ่ามือปรากฏแผนที่หนังมนุษย์โบราณที่ส่องแสงเรืองรองรางๆ "เส้นทางเบื้องหน้าถูกปิดตายด้วยค่ายกลภาพลวงตา 'หมื่นดาราอำพราง' หากเราต้องการข้ามผ่านไปโดยไม่ให้คนของจักรพรรดิโลหิตไหวตัวทัน มีเพียงต้องใช้เส้นทางลัดผ่านแดนรกร้างโบราณ ซึ่งที่นั่น... ขึ้นชื่อเรื่องอาถรรพ์วิญญาณอาฆาตและเงามายาที่ไร้ตัวตน" "ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ หากมันจะช่วยให้ข้าทวงคืนหนี้เลือดจากมันได้ ข้าก็จะเหยียบย่ำมันให้ราบคาบ" ฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเปี่ยมล้น บรรยากาศรอบกายกดดันจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ เขาก้าวเท้าเดินนำหน้าไปอย่างไร้ความลังเล ทิ้งให้เย่ชิงหลานมองตามด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งชื่นชมในความเด็ดขาดและหวาดหวั่นต่อโชคชะตาอันมืดมนที่พวกเขากำลังก้าวเดินเข้าไป ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นเขตอาณาเขตของค่ายกลร้าง แผ่นดินเบื้องหน้าก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับปฐพีจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ *โครมคราม!* กลุ่มควันสีดำทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องน้ายามรัตติกาล กลิ่นอายกดดันระดับจักรพรรดิเทพแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ จนสรรพสัตว์ต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว และสิ่งที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันนั้น คือเงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีเลือด ปักลวดลายรูปหัวกะโหลกอัคคี ดวงตาทັງสองข้างกลาย Itเป็นสีแดงฉานไร้แววตาของมนุษย์ "ฉินเฟิง... เจ้าคิดว่าเจ้าหนีพ้นเงื้อมมือของข้าพ้นอย่างนั้นหรือ?" เสียงหัวoร่อแหบพร่าดังก้องกังวานเสียดแก้วหู พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงเข้าใส่ฉินเฟิงและเย่ชิงหลานในคราเดียว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามและเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับมังกรครามท่องภพนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%