“หากเจ้าคิดจะก้าวเท้าออกจากประตูบานนี้ด้วยลมหายใจ... จงทิ้งจิตสังหารของเจ้าไว้ที่พื้นเสีย”
ฉินเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดังก้องกังวานในโถงหินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือด เขาไม่ได้หันไปมองศัตรูที่อยู่เบื้องหลัง เพียงยืนนิ่งดุจรูปปั้นหินท่ามกลางไอหมอกแห่งพลังปราณที่กำลังปั่นป่วน มือขวาของเขากำกระบี่ไร้ลักษณ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“ปากดีนักนะ เจ้าเด็กเมื่อวานซืน!” เสียงคำรามแหบพร่าดังตอบกลับมาจากเงามืด ชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทขยับกาย กลิ่นอายแห่งความตายแผ่พุ่งออกมาจนหินรอบข้างเริ่มร้าว “เจ้าคิดหรือว่าการจุติใหม่ในร่างสวะจะทำให้เจ้ากลับมาเป็นราชันย์ผู้น่าเกรงขามได้? จักรพรรดิโลหิตไม่ได้ต้องการแค่หัวของเจ้า... แต่เขาสั่งให้ข้าเอาวิญญาณเจ้าไปทรมานชั่วนิรันดร์!”
เย่ชิงหลานที่ยืนอยู่ข้างกายฉินเฟิงขยับปลายนิ้ววาดลวดลายค่ายกลกลางอากาศด้วยความรวดเร็ว นางไม่แม้แต่จะหันไปมองศัตรู สายตาจดจ้องเพียงแค่แผนที่ดาราศาสตร์บนฝ่ามือ “เฟิง... ค่ายกลดาราเคลื่อนย้ายพร้อมแล้ว แต่อีกห้านาทีเท่านั้น หากช้ากว่านี้ มิติจะปิดตาย”
ฉินเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ “ห้านาที? สำหรับข้า... หนึ่งลมหายใจก็เหลือเฟือ”
สิ้นคำกล่าว ร่างของฉินเฟิงก็หายวับไปราวกับภูตผี เขาไม่ได้ใช้เพียงวิชาตัวเบา แต่เป็นการบิดเบือนมิติในระดับที่ผู้ฝึกตนทั่วไปมิอาจหยั่งถึง ในชั่วพริบตา เขาก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าชายชราชุดดำ ฝ่ามือที่หุ้มด้วยเปลวเพลิงสีครามกระแทกเข้าที่กลางอกอีกฝ่ายอย่างจัง!
*ตึง!*
เสียงปะทะดังสนั่น แรงสั่นสะเทือนทำเอาผนังถ้ำถล่มลงมาเป็นทาง ชายชรากระเด็นกระแทกกำแพงหินจนกระดูกซี่โครงหักละเอียด เลือดสีดำทะลักออกจากปาก แต่มันกลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆ! พลังทำลายนี้... ใช่แล้ว! นี่คือพลังของเจ้า! ข้ารอเวลานี้มานาน... เวลาที่เจ้าจะยอมใช้กำลังที่แท้จริง!”
ฉินเฟิงขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณในฐานะจอมราชันย์เตือนให้เขารู้สึกถึงความผิดปกติ สิ่งที่ชายชราพูดไม่ได้เป็นคำขู่ธรรมดา แต่เป็นสัญญาณของกับดักที่เขากำลังก้าวเข้าไปอย่างเต็มตัว
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ฉินเฟิงย่างสามขุมเข้าไปหา กดดันด้วยแรงกดทับมหาศาลที่ทำให้พื้นที่รอบข้างบิดเบี้ยว
“ในร่างของเจ้า... ไม่ใช่แค่พลังของจอมราชันย์หรอกหรือ?” ชายชราพูดพลางไอเป็นเลือด “ลองตรวจดูชีพจรของเจ้าสิ... ดูว่าพลังที่เจ้าใช้ไปเมื่อครู่ มันกำลังกลืนกินร่างเนื้อของเจ้าอยู่หรือไม่!”
ฉินเฟิงชะงักฝีเท้า เขาเพ่งกระแสจิตเข้าสู่จุดตันเถียน และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเส้นปราณของเขากำลังถูกกัดกินด้วยพลังสีโลหิตที่แฝงตัวอยู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ มันไม่ใช่พลังของเขา แต่มันคือก้อนเนื้อร้ายที่จักรพรรดิโลหิตฝังไว้ในร่างเขาตั้งแต่วันที่เขาจุติใหม่!
“มันคือ ‘พิษโลหิตจองจำสวรรค์’” เย่ชิงหลานที่ร่ายค่ายกลเสร็จสิ้นอุทานออกมา ใบหน้าของนางถอดสี “เฟิง! หยุดใช้พลังเดี๋ยวนี้ หากเจ้าฝืนใช้พลังต่อจากนี้ มันจะเริ่มหลอมรวมหัวใจของเจ้าให้กลายเป็นเศษเหล็ก!”
“ให้ข้าหยุดงั้นหรือ?” ฉินเฟิงเหยียดยิ้มเย็นเยียบ นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มจนเกือบดำ “ในเมื่อมันต้องการกลืนกินข้า... ข้าก็จะทำให้มันรู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า”
เขาไม่หยุดยั้ง กลับเร่งเร้าพลังปราณภายในให้ไหลเวียนย้อนศร สร้างความเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงหัวใจ เขาตัดสินใจใช้วิชาต้องห้าม ‘เผาผลาญวิญญาณจุติใหม่’ เพื่อบีบอัดพิษโลหิตนั้นให้กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ ชายชราตรงหน้าเห็นดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว
“เจ้ามันคนบ้า! เจ้าจะทำลายตัวเองไปพร้อมกับข้าหรือ!”
“ข้าเกิดใหม่เพื่อทวงคืนบัลลังก์ ไม่ใช่เพื่อตายเป็นครั้งที่สอง” ฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเหนืออารมณ์ใดๆ กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือเปล่งแสงสีครามจ้าจนมองไม่เห็นตัวคมกระบี่ ก่อนจะตวัดออกไปเพียงครั้งเดียว
*ฉับ!*
ร่างของชายชราขาดสะบั้นเป็นสองท่อนก่อนที่เขาจะได้ทันร้องขอชีวิต ทว่าในวินาทีที่วิญญาณของศัตรูแตกสลาย เสียงกระซิบที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวกลับดังขึ้นก้องอยู่ในห้วงความคิดของฉินเฟิง—เสียงของจักรพรรดิโลหิต
*‘ยินดีด้วยที่ผ่านบททดสอบแรก... ฉินเฟิง หวังว่าร่างที่ข้าเลือกให้เจ้า จะทนต่อความแค้นที่ข้าเตรียมไว้ได้อีกไม่นานนะ’*
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างพลันเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ผนังถ้ำที่เคยเป็นหินแกร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นกระจกเงาที่สะท้อนภาพฉินเฟิงในชุดจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดของชาติก่อน ขณะที่เย่ชิงหลานที่ควรจะยืนอยู่ข้างเขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงร่างเงาของสตรีผู้หนึ่งที่ถือดาบสีเลือดพุ่งตรงมาที่หลังของเขา!
ฉินเฟิงหันกลับไปตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้เขานิ่งงันจนแทบหยุดหายใจ เมื่อสตรีผู้ถือดาบนั้น คือใบหน้าของเย่ชิงหลาน... แต่ทว่าในแววตากลับว่างเปล่าและไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
“ชิงหลาน? เจ้า... ทำไม...”
“ฆ่าข้าเสีย ฉินเฟิง... ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้า” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลพราก ขณะที่มือของนางกลับบังคับให้ดาบพุ่งเข้าหาหัวใจของเขาด้วยอำนาจการควบคุมจากภายนอกที่ไม่อาจต้านทาน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับมังกรครามท่องภพจนถึงบทที่ 22 นี้ด้วยกันนะครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 22
บทที่ 22
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!