"ข้าไม่ได้ให้เจ้ามาที่นี่เพื่อฟังคำแก้ตัว แต่ข้าต้องการรู้ว่าค่ายกลดาราเคลื่อนย้ายที่ข้าสั่งให้ตรวจสอบ... เหตุใดมันถึงมีรอยร้าวของพลังงานปีศาจแทรกซึมอยู่"
ฉินเฟิงวางจอกชาลงบนโต๊ะไม้หอม เสียงกระทบเบาๆ ของมันดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบงัน ดวงตาของเขาคมกริบดุจใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม จ้องมองไปยังเย่ชิงหลานที่ยืนอยู่กลางห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เย่ชิงหลานขยับกายเล็กน้อย นัยน์ตาสีรัตติกาลของนางสั่นไหววูบ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด "ข้าตรวจสอบพบแล้วเฟิง... รอยร้าวนั้นไม่ใช่ความผิดพลาดของค่ายกล แต่มันคือ 'รอยประทับ' ของจักรพรรดิโลหิต มันฝังตัวอยู่ในตำราโบราณที่คุณยึดมาจากค่ายสำนักเมฆาคล้อย... ดูเหมือนว่าพวกมันจะรู้อยู่แล้วว่าเรากำลังตามหาทางกลับไปยังดินแดนบรรพกาล"
ฉินเฟิงลุกขึ้นยืนช้าๆ พลังปราณมังกรในกายพุ่งพล่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว รัศมีอำนาจของจอมราชันย์ที่จุติใหม่แผ่ขยายออกมาจนน่าอึดอัด เขาเดินวนรอบเย่ชิงหลาน มือหนาเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะที่ทำจากไม้เหล็กเพียงเบาๆ มันก็แหลกละเอียดเป็นผุยผงภายใต้แรงกดดันเพียงเล็กน้อย
"มันไม่ได้แค่รู้นะชิงหลาน แต่มันกำลังล่อให้เราก้าวเข้าไปในกับดัก" ฉินเฟิงเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "การที่มันปล่อยรอยประทับทิ้งไว้ หมายความว่ามันต้องการให้เราใช้ค่ายกลนั้นเพื่อส่งตัวเราไปหาโดยตรง... ความทะเยอทะยานของมันช่างน่ารังเกียจจริงๆ"
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป?" เย่ชิงหลานถามพลางสบตาเขา "หากเราทำลายค่ายกลทิ้ง เราก็จะหมดหนทางเดินทางข้ามมิติในระยะเวลาอันสั้นนี้ แต่ถ้าเราเปิดใช้งาน... เท่ากับเราเอาชีวิตไปเสี่ยง"
"ไม่มีคำว่าความเสี่ยงสำหรับผู้ที่เตรียมตัวมาดี" ฉินเฟิงแค่นยิ้มที่มุมปาก "หากมันต้องการล่อมังกรเข้าถ้ำ ข้าก็จักเข้าไปทำลายถ้ำนั้นให้ราบคาบเสียเอง เจ้าเตรียมอาคมดาราไว้ให้พร้อม ส่วนเรื่องพลังงานปีศาจ... ข้าจะใช้เลือดมังกรของข้าชำระล้างมันด้วยตัวเอง"
บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อฉินเฟิงเริ่มโคจรพลังลมปราณ แสงสีทองสลับม่วงจางๆ เริ่มเปล่งประกายรอบตัวเขา กลิ่นอายของสัตว์เทพโบราณกดทับลงมาจนเย่ชิงหลานต้องรีบโคจรปราณต้านทาน นางมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความเคารพและความหวั่นเกรง ชายคนนี้ไม่ใช่เพียงนายน้อยไร้ค่าในอดีตอีกต่อไป แต่คือพยัคฆ์ร้ายที่รอคอยเวลาขย้ำเหยื่อด้วยความเลือดเย็น
ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนการครั้งสำคัญ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่ไร้ซึ่งกลิ่นอายสังหารก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องโถง เป็นเสียงที่ไม่มีใครควรจะได้ยินในเขตหวงห้ามแห่งนี้
"ไม่ต้องชำระล้างหรอกนายน้อยฉิน เพราะรอยประทับนั้น... ข้าเป็นคนเขียนมันเองกับมือ"
ชายร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาหม่นก้าวเข้ามา ใบหน้าซีกหนึ่งของเขาสวมหน้ากากเหล็กไร้ลวดลาย ขณะที่อีกซีกกลับมีรอยแผลเป็นประหลาดที่ดูคล้ายกับอักขระต้องห้าม เขามองฉินเฟิงด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ราวกับมองเห็นความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่กระนั้นเขากลับยืนนิ่งไม่ขยับ
ฉินเฟิงหรี่ตาลงทันที พลังปราณพุ่งทะยานสู่ปลายนิ้วเตรียมสังหารในทันทีที่ศัตรูขยับตัว "เจ้าเป็นใคร? และเจ้าเข้ามาในเขตแดนของข้าได้อย่างไร?"
ชายแปลกหน้าคลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะดึงหน้ากากเหล็กออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เย่ชิงหลานต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ "ข้าไม่ใช่ศัตรูของเจ้า แต่มันถึงเวลาที่เจ้าต้องรู้ความจริงเกี่ยวกับ 'การจุติ' ของเจ้าแล้วว่า... คนที่ฆ่าเจ้าในชาติก่อน ไม่ใช่จักรพรรดิโลหิตเพียงผู้เดียว แต่เป็นท่านพ่อของเจ้าเอง!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงทันที ราวกับกาลเวลาได้หยุดลง ฉินเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเยือกเย็นของเขายังคงอยู่ แต่แววตาเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินชื่อบุคคลที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในอดีตชาติ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับมังกรครามจนถึงบทที่ 21 นี้นะครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 21
บทที่ 21
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!