"เจ้าคิดว่าความตายคือทางออกงั้นรึ? เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่พยายามฝืนโชคชะตาด้วยการกระโดดลงจากกระดาน!"
เสียงคำรามของจักรพรรดิโลหิตก้องกังวานดุจฟ้าร้องในห้วงมิติบิดเบี้ยว เลือดสีดำข้นคลั่กไหลทะลักออกมาจากรอยแยกของอากาศ ราวกับท้องฟ้ากำลังหลั่งน้ำตาแห่งความอาฆาต ฉินเฟิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไม่ใชเพราะความกลัว แต่เป็นเพราะพลังปราณในร่างที่กำลังเดือดพล่านจนแทบจะเผาผลาญเส้นชีพจรให้มอดไหม้
"หมากบนกระดานน่ะ... มีไว้เพื่อให้คนเดิน" ฉินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบดุจกระบี่จ้องมองไปยังบุรุษผู้สวมชุดเกราะสีเลือดที่บัดนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "แต่ข้าไม่ใช่หมาก และกระดานนี้... ข้าเป็นคนสร้างมันขึ้นมาใหม่ต่างหาก"
เย่ชิงหลานที่ยืนอยู่ห่างออกไปในเขตค่ายกลดาราศาสตร์กระอักเลือดออกมาคำโต นางใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อกักขังจักรพรรดิโลหิตไว้ในพันธนาการแห่งดวงดาว สายตาของนางสื่อความนัยบางอย่างที่ฉินเฟิงเข้าใจได้ดีโดยไม่ต้องเอ่ยคำ 'รีบทำเสีย ก่อนที่ข้าจะหมดสิ้นพลัง'
"เจ้าจะทำอะไร!?" จักรพรรดิโลหิตแผดเสียง เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของห้วงมิติรอบกาย ดาบโลหิตในมือเขากวาดผ่านอากาศหมายจะเด็ดหัวฉินเฟิงให้สิ้นซาก แต่มันกลับติดหนึบราวกับฟาดลงบนกำแพงเหล็กที่มองไม่เห็น
ฉินเฟิงหลับตาลง วินาทีนั้นรอบกายเขาเงียบสงัดราวกับโลกหยุดหมุน เขาไม่ได้คว้ากระบี่ แต่เขากำลัง 'หลอมรวม' กับมวลอากาศและพลังปราณที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วจักรวาล
"ความตายที่เจ้าเคยมอบให้ข้าในอดีต..." ฉินเฟิงลืมตาขึ้น นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มดุจท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่ "มันคือบทเรียนที่ทำให้ข้ารู้ว่า จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุด คือจิตวิญญาณที่ไม่เหลือความเห็นแก่ตัว"
*วิ้ง!*
เสียงดังกังวานสั้นๆ ทว่าบาดลึกเข้าไปถึงกระดูก กระบี่มังกรครามที่เคยหักสะบั้นบัดนี้ก่อตัวขึ้นใหม่ด้วยไอน้ำแข็งและเปลวเพลิงที่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้ถูกสร้างด้วยโลหะ แต่ถูกสร้างด้วย 'เจตจำนง' แห่งการดับสูญ
"วิชาพิชิตเซียน... วิถีไร้ลักษณ์"
ฉินเฟิงก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างกายเขากลายเป็นภาพติดตา จักรพรรดิโลหิตพยายามจะรวบรวมพลังโลหิตทั้งหมดเพื่อต้านทาน แต่ทว่าทุกอย่างช้าเกินไป กระบี่ในมือฉินเฟิงแทงทะลุผ่านเกราะอกของจอมมารอย่างแผ่วเบา ราวกับการตัดผ่านสายหมอก
"นี่หรือ... พลังของคนที่ไม่เหลืออะไรให้เสียดาย?" จักรพรรดิโลหิตกระอักเลือดดำออกมา ใบหน้าที่เคยเหี้ยมเกรียมเริ่มร่วงโรยราวกับดอกไม้ที่ถูกแช่แข็ง เขามองดูร่างของตนที่ค่อยๆ กลายเป็นละอองธุลีสีเลือด
"ไม่ใช่พลังที่ข้าต้องการ" ฉินเฟิงดึงกระบี่ออกพร้อมกับเก็บเข้าฝักด้วยท่วงท่าที่สง่างาม "แต่เป็นพลังที่ 'โลก' ต้องการให้เจ้าหายไป"
จักรพรรดิโลหิตสลายกลายเป็นเถ้าถ่านก่อนที่จะได้กรีดร้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วสมรภูมิ เย่ชิงหลานทรุดกายลงพื้น ฉินเฟิงรีบปรี่เข้าไปประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้ แววตาของเขาที่เคยเยือกเย็นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"เจ้าทำสำเร็จแล้ว..." นางพึมพำผ่านริมฝีปากที่สั่นเทา "แต่ฉินเฟิง... สิ่งที่ข้าพยายามกักขังไว้ในค่ายกล มันไม่ได้มีแค่จิตของเขาเพียงคนเดียว"
ฉินเฟิงชะงัก สายตาหันไปมองยังจุดที่จักรพรรดิโลหิตเพิ่งสลายไป บัดนี้ ณ ใจกลางความว่างเปล่านั้น ปรากฏรอยแยกมิติสีทองอร่ามที่ฉีกออกช้าๆ เสียงดนตรีพิณบรรเลงแว่วหวานทว่าน่าขนลุกดังขึ้นจากห้วงมิติที่ไม่มีใครควรเข้าถึง
รอยแยกนั้นเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า เขาสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ทว่าเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีทอง ใบหน้าของบุคคลผู้นั้น... กลับเหมือนกับฉินเฟิงทุกประการ ราวกับส่องกระจกเงา
"ในที่สุดเจ้าก็กำจัด 'ร่างแยก' ที่ข้าทิ้งไว้ให้เจ้าได้เสียที" บุคคลนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ฉินเฟิงเย็นวาบไปถึงสันหลัง "ถึงเวลาที่ตัวจริงอย่างข้า จะต้องทวงคืนทุกอย่างที่ถูกขโมยไปจากบัลลังก์มังกรแล้ว... เจ้าว่าจริงไหม?"
ฉินเฟิงกำกระบี่แน่น เลือดในกายเดือดพล่านขึ้นอีกครั้ง นี่ไม่ใช่จุดจบ... แต่มันคือการเริ่มต้นของมหันตภัยที่ร้ายแรงกว่าเดิมหลายเท่านัก
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างมังกรครามมาจนถึงวินาทีสำคัญนี้ แล้วพบกันในบทสรุปสุดท้ายนะครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 18
จุดสิ้นสุดของจักรพรรดิโลหิต
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!