“เจ้าคิดว่าความภักดีของพวกมันมีค่าเท่ากับลมหายใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดงั้นหรือ?”
ฉินเฟิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งบนยอดเขาเหมันต์ สายตาของเขาทอดมองลงไปยังเบื้องล่างที่ซึ่งกองกำลังทหารกบฏของจักรพรรดิโลหิตกำลังแตกพ่ายไม่เป็นท่า กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วหุบเขาอเวจี บรรยากาศรอบกายเขาสั่นไหวด้วยไอสังหารที่หนาแน่นจนแม้แต่อากาศยังดูเหมือนจะแข็งตัว
เย่ชิงหลานยืนอยู่เคียงข้าง มือเรียวงามของนางสั่นเทาเล็กน้อยขณะปักค่ายกลดาราเคลื่อนย้ายที่ยังไม่สมบูรณ์ “ฉินเฟิง... การสังหารพวกมันทั้งหมดในตอนนี้ไม่ใช่ทางออก หากเราไม่รีบถอนกำลังออกไป ค่ายกลดาราของข้าจะถูกพลังของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ที่กำลังเคลื่อนตัวมาถึงในอีกหนึ่งชั่วยามกัดกินจนมอดไหม้”
ฉินเฟิงแค่นยิ้มที่มุมปาก มือแกร่งกระชับกระบี่มังกรทลายสวรรค์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ไม่มีคำว่าถอนตัวสำหรับข้า เย่ชิงหลาน... ชาติก่อนข้าตายเพราะความเมตตาที่ผิดที่ผิดเวลา ชาตินี้ข้าจะเปลี่ยนหุบเขานี้ให้กลายเป็นสุสานของกองทัพโลหิต”
เขาก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างของเขาก็หายวับไปราวกับภูตผี ปรากฏตัวอีกทีกลางวงล้อมของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์สามคนที่กำลังร่ายอาคมทมิฬ กระบี่ในมือวาดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้งสีครามดุจคมจันทร์เสี้ยว เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากลำคอของศัตรูอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง เพราะความเร็วของเขานั้นเหนือกว่าปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์ไปไกลโข
“ท่านยังใจร้อนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” เย่ชิงหลานถอนหายใจ แม้ปากจะตำหนิ แต่สายตาของนางกลับจดจ้องร่างของชายหนุ่มด้วยความเลื่อมใส นางรู้ดีว่าฉินเฟิงไม่ได้สู้เพียงเพื่อชัยชนะ แต่เขากำลัง ‘หล่อหลอมกายา’ ท่ามกลางความเป็นความตาย เพื่อทะลวงผ่านระดับพลังขั้นต่อไป
ฉินเฟิงกระโดดกลับมาบนโขดหินข้างกายหญิงสาว ดวงตาของเขาฉายแววสีทองวูบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไป “ค่ายกลของเจ้าเสร็จหรือยัง?”
“หากข้าเร่งการเดินลมปราณอีกเพียงนิด... มันจะสมบูรณ์” เย่ชิงหลานพึมพำ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แต่ในจังหวะนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด ก้อนเมฆทมิฬหมุนวนเข้าหากันราวกับปากของอสูรร้ายที่กำลังหิวโหย
แรงกดดันมหาศาลมหาศาลจนพื้นดินใต้เท้าพวกเขาร้าวราน เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบแห้งและทรงอำนาจดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา “ฉินเฟิง... เจ้าคิดว่าการกลับชาติมาเกิดจะทำให้เจ้าหนีพ้นเงื้อมมือของข้าได้หรือ? ผิดถนัด!”
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ เป็นร่างสูงโปร่งที่ปกคลุมด้วยชุดเกราะสีดำขลับ ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าแต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่ออกมาเป็นระลอก ราวกับคลื่นมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จักรพรรดิโลหิต... ผู้ที่ฉินเฟิงจดจำได้ดีที่สุดในฐานะฆาตกรที่พรากชีวิตเขาไปในชาติก่อน
“ท่านมาเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้นะ” ฉินเฟิงหยัดกายขึ้นตรง เผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตโดยไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
“ข้าไม่เคยให้เวลาเหยื่อหายใจ” จักรพรรดิโลหิตเหยียดนิ้วชี้มาที่ฉินเฟิง ทันใดนั้นกระแสโลหิตที่ไหลนองอยู่บนพื้นดินก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ กลายเป็นโซ่ตรวนนับร้อยเส้นที่พุ่งเข้าจู่โจมชายหนุ่มจากทุกทิศทาง
ฉินเฟิงทะยานร่างขึ้นสกัดกั้นด้วยพลังปราณมังกรครามที่ระเบิดออกมารอบกาย เสียงปะทะดังกัมปนาทราวกับฟ้าถล่ม ทุกครั้งที่คมกระบี่ของเขาฟาดฟันเข้ากับโซ่โลหิต มันจะแตกกระจายออกเป็นละออง แต่ศัตรูตัวฉกาจกลับไม่สะทกสะท้าน ยิ่งต่อสู้ จักรพรรดิโลหิตยิ่งดูเหมือนจะสนุกสนานกับการเฝ้ามองความพยายามที่ไร้ผลของอดีตจอมราชันย์
“เจ้าเก่งขึ้นมาก... แต่เจ้าก็ยังติดอยู่ในกรอบของมนุษย์” จักรพรรดิโลหิตเร้นกายหายไป และปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของเย่ชิงหลานอย่างรวดเร็วดุจเงาพราย มือที่หุ้มด้วยปราณทมิฬพุ่งเข้าหาจุดตายของนาง
“อย่า!” ฉินเฟิงคำรามลั่น แรงโทสะพุ่งพล่านจนเส้นผมปลิวไสวไปตามแรงลมปราณ
ทว่าในวินาทีที่กรงเล็บของจักรพรรดิโลหิตกำลังจะสัมผัสตัวหญิงสาว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... เย่ชิงหลานไม่ได้หลบหนี แต่นางกลับแสยะยิ้มที่ดูเยือกเย็นยิ่งกว่าฉินเฟิงเสียอีก ค่ายกลดาราใต้เท้าของนางไม่ได้มีไว้เพื่อเคลื่อนย้ายหนี แต่มันส่องแสงสีเงินสว่างจ้าขึ้นมาทันที
“ท่านหลงกลแล้ว... จักรพรรดิโลหิต” เย่ชิงหลานกระซิบเบาๆ
ค่ายกลบีบอัดมิติพุ่งเข้าล้อมรอบจักรพรรดิโลหิตเอาไว้ ร่างของเขาสั่นสะท้านเป็นครั้งแรกเมื่อพลังจากดวงดาวนับล้านดวงถูกดึงลงมาผ่านร่างของเขาโดยตรง แต่ในวินาทีที่ฉินเฟิงกำลังจะซัดฝ่ามือพิฆาตปิดฉากนั้นเอง จู่ๆ ร่างของจักรพรรดิโลหิตก็นิ่งไป แล้วเขาก็ถอดหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าออกมาครึ่งหนึ่ง
ใบหน้าที่ปรากฏอยู่ใต้หน้ากากนั้นทำให้ฉินเฟิงชะงักงันจนลมปราณเกือบแตกซ่าน ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อพบว่า... ใบหน้านั้นไม่ได้มีความเหมือนใครอื่น นอกจากตัวเขาเองที่แก่ชราลงไปหลายสิบปี
“เจ้าถามหาความจริงไม่ใช่หรือ ฉินเฟิง?” จักรพรรดิโลหิตเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ข้าไม่ใช่ศัตรูของเจ้า... ข้าคืออนาคตที่เจ้าไม่มีวันหลีกเลี่ยงพ้น!”
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอเวจีอันล้ำลึกไปกับมังกรครามท่องภพในบทนี้ครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 37
บทที่ 37
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!